หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เจนวายอยากบอกเบบี้บูมเมอร์ เรื่องที่คนต่างวัยมักเข้าใจกันผิด

เขียนโดย nattawat25800

เกิดคนละช่วงเวลา ไม่ได้แปลว่าคุยกันไม่ได้



เวลาได้ยินประโยคประมาณว่า “สมัยก่อนทำได้ ทำไมสมัยนี้ทำไม่ได้” จุดที่ทำให้คนวัยเจนวายสะดุดมักไม่ใช่เพราะไม่ยอมรับประสบการณ์ของคนอายุมากกว่า แต่เพราะเงื่อนไขรอบตัวมันเปลี่ยนไปแล้วหลายชั้น ทั้งเทคโนโลยี รูปแบบงาน ราคาสินทรัพย์ ช่องทางสื่อสาร และความคาดหวังต่อชีวิต

คำว่าเบบี้บูมเมอร์กับเจนวายเองก็ต้องใช้แบบระวังด้วย นิยามที่ถูกใช้อ้างอิงบ่อยในงานวิจัยตะวันตกวางเบบี้บูมเมอร์ไว้ราวปี 1946-1964 ส่วนเจนวายหรือมิลเลนเนียลอยู่ราวปี 1981-1996 แต่เส้นแบ่งพวกนี้ไม่ใช่กฎธรรมชาติ และบริบทของแต่ละประเทศก็ไม่เหมือนกัน คนเกิดปีเดียวกันยังโตมาในครอบครัว ฐานะ การศึกษา และสังคมต่างกันสุดขั้วได้เลย

เรื่องงานนี่ชนกันง่ายสุด

คนที่เริ่มทำงานในช่วงซึ่งสำนักงาน โทรศัพท์บ้าน เอกสารกระดาษ และการเจอหน้ากันเป็นระบบหลัก ย่อมคุ้นกับภาพว่า การอยู่ในที่ทำงานนานคือสิ่งที่มองเห็นได้ ขณะที่เจนวายจำนวนมากผ่านช่วงเปลี่ยนจากคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ อีเมล อินเทอร์เน็ต ไปจนถึงสมาร์ตโฟนและงานออนไลน์ จึงคุ้นกับแนวคิดว่า ถ้างานเสร็จตามคุณภาพและเวลา สถานที่หรือจำนวนชั่วโมงที่ถูกมองเห็นอาจไม่ใช่ตัววัดเดียว

ตรงนี้ถ้าเถียงด้วยประโยคว่า “คนรุ่นใหม่ไม่อดทน” กับ “คนรุ่นเก่าหัวโบราณ” ก็พังทั้งคู่ เพราะงานวิจัยที่รวบรวมข้อมูลเรื่องทัศนคติในการทำงานพบว่า ความแตกต่างระหว่างเจเนอเรชันในเรื่องความพึงพอใจในงาน ความผูกพันกับองค์กร และความตั้งใจลาออกไม่ได้ใหญ่หรือสม่ำเสมออย่างภาพจำที่ชอบเล่าต่อกัน งานวิเคราะห์รุ่นหลังยังเตือนเหมือนกันว่า การเอาปีเกิดมาอธิบายพฤติกรรมทั้งหมดอาจทำให้มองข้ามอายุ ช่วงชีวิต เศรษฐกิจ และสภาพแวดล้อมของแต่ละคน

อีกเรื่องคือคำว่า “เคารพ”

บางบ้านตีความการถามว่า “ทำไมต้องทำแบบนี้” เป็นการเถียง แต่สำหรับคนที่โตมากับเสิร์ชเอนจิน เว็บบอร์ด และข้อมูลจำนวนมหาศาล การถามเหตุผลเป็นวิธีตรวจสอบข้อมูลตามปกติ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการท้าทายอำนาจ

ในทางกลับกัน การมีประสบการณ์ยาวนานก็มีของที่ค้นจากอินเทอร์เน็ตไม่ได้ง่ายๆ เช่น การอ่านสถานการณ์ การรู้ว่าปัญหาแบบไหนเคยเกิดซ้ำ การจัดการคนในจังหวะกดดัน หรือการเห็นผลข้างเคียงของการตัดสินใจบางอย่าง สิ่งเหล่านี้มีมูลค่าจริง เพียงแต่จะส่งต่อได้ดีขึ้นมากถ้าเปลี่ยนจาก “ทำตามเพราะเคยทำมาแบบนี้” เป็น “เหตุผลที่เคยเลือกวิธีนี้คืออะไร และตอนนี้เงื่อนไขไหนเปลี่ยนไปแล้ว”

เรื่องเงินก็เป็นกับดักของบทสนทนาต่างวัยเหมือนกัน

คำแนะนำประเภททำงานหนัก เก็บเงิน ซื้อบ้าน แล้วชีวิตจะมั่นคง ไม่ใช่คำแนะนำที่ผิดโดยตัวมันเอง แต่คนฟังต้องรู้ด้วยว่าคำแนะนำนั้นเกิดจากสภาพเศรษฐกิจช่วงไหน งานมั่นคงแค่ไหน ต้นทุนที่อยู่อาศัยเทียบรายได้เป็นอย่างไร และตลาดแรงงานตอนนั้นเปลี่ยนเร็วแค่ไหน การเอาสูตรสำเร็จจากอีกช่วงเวลามาวางทับปัจจุบันโดยไม่ปรับตัวแปร จึงสร้างความหงุดหงิดได้ง่าย

ถ้าต้องคุยกันจริง มีวิธีลดการชนแบบง่ายมาก

• เลิกเริ่มจากชื่อรุ่น แล้วถามว่าคนตรงหน้าต้องการอะไร เจอปัญหาอะไร

• แยกประสบการณ์ออกจากกฎตายตัว ประสบการณ์เก่ามีค่า แต่ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีเดิมทุกครั้ง

• อธิบายเหตุผลแทนการใช้อายุเป็นคำตอบ ประโยคเดียวเปลี่ยนบรรยากาศได้เยอะ

• ให้ความรู้ไหลสองทาง คนหนึ่งอาจรู้เรื่องคนและธุรกิจ อีกคนคล่องเครื่องมือใหม่ ไม่มีฝั่งไหนต้องเก่งทุกอย่าง

• อย่าเหมารวมจากคนตัวอย่างไม่กี่คน เจอคนเจนวายลาออกเร็วหนึ่งคนไม่ได้แปลว่าคนทั้งรุ่นเหมือนกัน เช่นเดียวกับเจอเบบี้บูมเมอร์ที่ไม่ถนัดเทคโนโลยีหนึ่งคนก็ไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับคนทั้งรุ่น


สิ่งที่เจนวายจำนวนหนึ่งอยากสื่อจึงอาจไม่ใช่ “คนรุ่นก่อนผิด” แต่เป็นประโยคธรรมดากว่านั้นมากว่า ช่วยมองเงื่อนไขของเวลานี้ด้วย ก่อนใช้ประสบการณ์ของเวลานั้นมาตัดสิน และในอีกด้าน เจนวายเองก็ได้ประโยชน์มหาศาลถ้าไม่รีบตีตราความคิดเก่าว่าล้าสมัย เพราะบางอย่างที่ดูเชื่องช้าอาจผ่านบทเรียนราคาแพงมาก่อนแล้ว

พอเอาคำว่าเบบี้บูมเมอร์กับเจนวายออกจากโต๊ะ เหลือแค่คนสองวัยที่มีข้อมูลคนละชุด หลายเรื่องที่เคยเหมือนทะเลาะกันเรื่องนิสัย กลับกลายเป็นแค่การแลกเปลี่ยนว่า โลกตอนที่แต่ละคนโตขึ้นมา มันทำงานไม่เหมือนกันเท่านั้นเอง

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
nattawat25800's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 85 ครั้ง
เขียนโดย nattawat25800
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จาก “สยาม” สู่ “ประเทศไทย” เราเปลี่ยนชื่อประเทศมาแล้วกี่ครั้ง5 อาชีพสุดแปลกแต่รายได้ดี ที่คนรุ่นใหม่เริ่มหันมาทำ ในปี 25695 เมนูเซเว่นยามดึก ที่สายกินยกให้เป็น "ของดีราคาประหยัด"5 คำพูดติดปากสายมู ที่ฮิตใช้กันทั่วบ้านทั่วเมือง ปี 2569รู้หรือไม่? เมืองไทยมีถนนสวยราวกับภาพวาด 10 เส้นทางนี้ต้องไปให้ได้สักครั้งอำเภอที่มีคนอยู่น้อยกว่า 5000 คน เพียง 2 อำเภอเท่านั้นในไทย7 ประเทศที่มีสอนวิชาภาษาไทย คนไทยอาจไม่รู้ว่าภาษาบ้านเราไปไกลถึงต่างแดน!จังหวัดของไทยที่ขึ้นชื่อว่า “ผู้หญิงสวยที่สุด” มีเอกลักษณ์และเสน่ห์โดดเด่นมากที่สุด10 จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุดในไทย ทำไมบางพื้นที่ยังเผชิญความยากจน5 อันดับ อาหารไทยที่คนต่างชาติ "งง" มากที่สุด แต่คนไทยเลิฟสุดๆ5 นิสัยสุดเอือมบนรถสาธารณะ ที่ทุกคนต้องเคยเจอทำไมประเทศนี้จึงเขียน Laos แต่ออกเสียง ลาว
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ประเทศที่เน็ตแรงที่สุดในโลกจาก “สยาม” สู่ “ประเทศไทย” เราเปลี่ยนชื่อประเทศมาแล้วกี่ครั้ง5 อาชีพสุดแปลกแต่รายได้ดี ที่คนรุ่นใหม่เริ่มหันมาทำ ในปี 2569เปิด 5 จังหวัดที่มีทุเรียนราคาสูงที่สุดในไทย จังหวัดไหนครองตลาดพรีเมียมอำเภอที่มีคนอยู่น้อยกว่า 5000 คน เพียง 2 อำเภอเท่านั้นในไทย"ลิซ่า" ร้องไห้หนักมาก! เป็นเพราะอะไร ?..พอรู้ความจริงทำเอาแฟน ๆ ถึงกับยิ้มตาม
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ไส้เดือนต่างจากงูดินอย่างไรจาก “สยาม” สู่ “ประเทศไทย” เราเปลี่ยนชื่อประเทศมาแล้วกี่ครั้งทำไมเวลาที่เรา "หิวดจัดๆ" ถึงมักจะ "อารมณ์เสีย" ง่ายกว่าปกติ?ทำไมกินของอร่อยตอนดึกถึงฟินกว่าปกติ?
ตั้งกระทู้ใหม่