จีนจะขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของโลกจริงไหม และถ้าขึ้นได้ทำไมอาจครองตำแหน่งไม่นาน
คำว่า “เบอร์หนึ่งของโลก” ต้องถามก่อนว่า วัดจากอะไร
ภาพของจีนช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมาแรงมาก โรงงาน เมือง รถไฟความเร็วสูง ท่าเรือ อีคอมเมิร์ซ รถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ โซลาร์เซลล์ ไปจนถึงเทคโนโลยีหลายแขนง ทำให้คำถามว่า “จีนจะแซงสหรัฐอเมริกาเมื่อไร” ถูกพูดซ้ำจนเหมือนเป็นเส้นทางที่ต้องเกิดแน่ แต่พอเปิดตัวเลขจริง ภาพกลับซับซ้อนกว่านั้นเยอะ
จีนเก่งมากจริง แต่ยังไม่ได้เป็นที่หนึ่งทุกสนาม
ถ้าวัดขนาดเศรษฐกิจด้วยจีดีพีแบบราคาตลาดและคิดเป็นดอลลาร์ ข้อมูลล่าสุดของธนาคารโลกสำหรับปี 2025 ระบุว่าสหรัฐอเมริกาอยู่ราว 30.8 ล้านล้านดอลลาร์ ส่วนจีนราว 19.5 ล้านล้านดอลลาร์ ช่องว่างยังใหญ่พอสมควร ถึงจีนโตเร็วกว่าสหรัฐอเมริกาในปีเดียวกันก็ตาม
แต่ถ้าวัดด้วยความเท่าเทียมของอำนาจซื้อ จีนขึ้นมาอยู่เหนือสหรัฐอเมริกามาหลายปีแล้ว เพราะเงินจำนวนเท่ากันซื้อสินค้าและบริการในจีนได้มากกว่าในสหรัฐอเมริกา นี่แหละที่ทำให้ประโยค “จีนเป็นเบอร์หนึ่งแล้ว” กับ “จีนยังเป็นเบอร์สอง” สามารถถูกต้องพร้อมกันได้ ขึ้นอยู่กับไม้บรรทัดที่ใช้วัด
จุดที่จีนแข็งมากคือการผลิตและการค้า ปี 2025 จีนส่งออกสินค้าราว 3.77 ล้านล้านดอลลาร์ และยังเป็นผู้ส่งออกสินค้ารายใหญ่ที่สุดของโลก เครือข่ายโรงงาน ผู้จัดหาชิ้นส่วน ท่าเรือ และแรงงานทักษะที่สร้างมาหลายสิบปีไม่ได้ย้ายหนีกันง่ายๆ ต่อให้บริษัทตะวันตกกระจายฐานไปเวียดนาม อินเดีย เม็กซิโก หรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ วัตถุดิบ ชิ้นส่วน เครื่องจักร หรือผู้ผลิตต้นน้ำจำนวนหนึ่งก็ยังโยงกลับไปที่จีนอยู่ดี
ปัญหาคือ ยิ่งตัวใหญ่ ยิ่งโตแบบเดิมยาก
ประเทศรายได้ต่ำสามารถโตเร็วจากการสร้างถนน โรงงาน บ้าน เมือง และย้ายแรงงานจากภาคเกษตรเข้าสู่อุตสาหกรรม แต่เมื่อทำสิ่งเหล่านี้ไปมากแล้ว การเทเงินลงทุนเพิ่มอีกหนึ่งก้อนจะให้ผลตอบแทนน้อยลงเรื่อยๆ จีนกำลังเจอเรื่องนี้ชัดขึ้น ทั้งในภาคอสังหาริมทรัพย์ โครงสร้างพื้นฐานบางประเภท และหนี้ของรัฐบาลท้องถิ่น
กองทุนการเงินระหว่างประเทศประเมินว่าเศรษฐกิจจีนปี 2026 อาจโตประมาณ 4.5% และหากไม่มีการปฏิรูปที่แรงพอ อัตราการเติบโตอาจค่อยๆ ลดลงเหลือราว 3.5% ภายในปี 2030 เหตุผลหลักไม่ใช่เพราะจีน “หมดฝีมือ” แต่เพราะแรงงานลดลง ผลตอบแทนจากการลงทุนต่ำลง และผลิตภาพโตช้าลงเมื่อประเทศขยับเข้าใกล้แนวหน้าเทคโนโลยีมากขึ้น
• อสังหาริมทรัพย์ เคยเป็นเครื่องยนต์ใหญ่ทั้งการก่อสร้าง การขายที่ดิน และทรัพย์สินครัวเรือน พอภาคนี้ชะลอ ผลกระทบจึงลามกว้าง
• หนี้ โดยเฉพาะหนี้ที่ผูกกับรัฐบาลท้องถิ่นและการลงทุน ทำให้การกระตุ้นเศรษฐกิจแบบเดิมแพงขึ้น
• การบริโภคในประเทศ ยังมีสัดส่วนที่ควรเพิ่ม หากต้องการลดการพึ่งพาการลงทุนและการส่งออก
ตัวแปรที่หลบยากที่สุดคือคน
สหประชาชาติระบุว่าประชากรจีนผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว และจีนมีแนวโน้มเป็นประเทศที่ประชากรลดลงมากที่สุดในเชิงจำนวนช่วงหลายทศวรรษข้างหน้า เรื่องนี้ไม่ได้แปลว่าเศรษฐกิจจะพังทันที แต่แปลว่าแรงงานใหม่จะน้อยลง ขณะที่จำนวนผู้สูงอายุเพิ่ม ภาระบำนาญ สุขภาพ และการดูแลจะสูงขึ้น
ตรงนี้สำคัญมาก เพราะการแข่งขันมหาอำนาจไม่ได้วัดแค่จำนวนโรงงาน แต่วัดว่าเศรษฐกิจสามารถสร้างรายได้ต่อคนได้เร็วแค่ไหน จีนมีประชากรมหาศาลก็จริง แต่จีดีพีต่อหัวปี 2025 ยังอยู่ราว 13,862 ดอลลาร์ ขณะที่สหรัฐอเมริกาเกิน 90,000 ดอลลาร์ ช่องว่างด้านรายได้ ผลิตภาพ และกำลังใช้จ่ายต่อคนจึงยังห่าง
แล้วสหรัฐอเมริกามีแต้มต่ออะไร
สิ่งที่มองไม่เห็นในภาพตึกสูงคือระบบการเงิน สกุลเงิน ตลาดทุน มหาวิทยาลัย บริษัทเทคโนโลยี เครือข่ายพันธมิตร และความสามารถในการดึงคนเก่งจากต่างประเทศ เงินดอลลาร์ยังครองสัดส่วนสำรองเงินตราต่างประเทศของธนาคารกลางทั่วโลกมากที่สุด โดยไตรมาสแรกปี 2026 อยู่ราว 57% ขณะที่เงินหยวนยังอยู่ต่ำกว่า 2%
นี่ไม่ใช่เรื่องศักดิ์ศรี แต่มันลดต้นทุนการกู้ เพิ่มความต้องการสินทรัพย์สหรัฐอเมริกา และทำให้ระบบการเงินโลกจำนวนมากยังต้องพึ่งดอลลาร์ การจะขึ้นเป็น “ผู้นำโลก” จึงไม่ใช่แค่ผลิตของได้มากกว่า แต่ต้องทำให้คนทั่วโลกยอมถือเงิน ถือพันธบัตร ใช้เทคโนโลยี และเชื่อมตัวเองเข้ากับระบบของประเทศนั้นด้วย
จีนจึงมีโอกาสขึ้นอันดับหนึ่งในบางมาตรวัด แต่การครองตำแหน่งแบบเบ็ดเสร็จเป็นอีกเรื่อง
ยิ่งน่าสนใจตรงที่จีนอาจไม่ต้อง “แซงทุกอย่าง” ก็มีอิทธิพลมหาศาลได้แล้ว จีนสามารถเป็นฐานการผลิตสำคัญ เป็นคู่ค้าหลักของหลายประเทศ เป็นผู้นำในรถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ โซลาร์เซลล์ หรือโครงสร้างพื้นฐานบางด้าน พร้อมกับที่สหรัฐอเมริกายังนำด้านการเงิน เทคโนโลยีบางแขนง รายได้ต่อหัว และอำนาจของเงินดอลลาร์ โลกแบบนี้อาจไม่เหลือเบอร์หนึ่งเพียงประเทศเดียวด้วยซ้ำ
คำถามที่น่าจับตาจึงไม่ใช่แค่ “จีนจะแซงเมื่อไร” แต่เป็น จีนจะเปลี่ยนจากเศรษฐกิจที่เก่งเรื่องลงทุนและส่งออก ไปเป็นเศรษฐกิจที่ประชาชนกล้าใช้จ่าย มีผลิตภาพสูง และรับมือสังคมสูงวัยได้เร็วพอหรือไม่ ถ้าทำได้ ตำแหน่งมหาอำนาจจะเหนียวแน่นขึ้นมาก ถ้าทำไม่ได้ ต่อให้ขึ้นถึงจุดสูงสุดในบางตัวเลข ก็อาจพบว่าช่วงเวลาบนนั้นไม่ได้ยาวอย่างที่เคยคาดกันไว้
https://www.imf.org/en/news/articles/2026/02/18/pr-26053-china-imf-executive-board-concludes-2025-article-iv-consultation
https://www.wto.org/english/res_e/booksp_e/gtos0326_e.pdf
https://www.un.org/en/UN-projects-world-population-to-peak-within-this-century
https://data.imf.org/en/news/imf data brief july 1
เสียงแรกของโลกที่มนุษย์บันทึกไว้คืออะไร? ย้อนฟังเสียงจากปี 1860
สีเสื้อประจำวันมาจากไหน? ทำไมวันจันทร์ต้องสีเหลือง วันอังคารต้องสีชมพู
สถิติหวยออก ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 16 สิงหาคม
ส่องเลข 'วิ่งตาม' เลขท้ายงวดก่อน ก่อน 16 ส.ค. 69 — หาความสัมพันธ์ผสมการคำนวณและสัญญาณ
ป่าหิมพานต์อยู่ที่ไหน? คำตอบไม่ได้อยู่บนแผนที่ แต่ซ่อนอยู่ในจักรวาลคติของคนโบราณ
ทำไมคนไทยไม่นิยมเอาคำบางคำมาตั้งชื่อลูก? เบื้องหลังชื่อที่ “ฟังแล้วไม่อยากใช้”
เลขท้าย 2 ตัวที่ออกเพียงครั้งเดียวในรอบ 20 ปี
รูเล็กๆ ที่หน้ากล้องวงจรปิด เคยสังเกตกันไหมมีไว้ทำไม
จังหวัดที่มีคนญี่ปุ่นอาศัยอยู่มากที่สุดในประเทศไทย
แหลม เพื่อนสนิทชาวมาเลเซีย บินด่วนร่วมงานศพ ฮลุน ยืนยันร่วมเป็นเจ้าภาพสวดอภิธรรม 9 ส.ค. นี้
เลขเล็ก ๆ ที่เราไม่เคยสนใจ อาจไม่ได้เป็นแค่เลขธรรมดา
เจ้าของบ้านซื้อบ้านในควีนส์ นิวยอร์กเมื่อสามปีก่อน แต่หลังจากย้ายเข้ามาอยู่แล้วจึงพบว่าที่อยู่ของเขานั้นเหมือนกับ "บ้านของสไปเดอร์แมน" จากหนังสือการ์ตูน
9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทย
ประเทศที่กู้เงินจากไทยมากที่สุด 5 อันดับแรกของโลก
ความลับของ “หมู” ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ หมูไม่ใช่สัตว์กินพืช และมันกินได้แทบทุกอย่าง…แม้แต่เนื้อของสัตว์ชนิดเดียวกัน
10 วิถีชีวิตยุค 90 ที่เด็กสมัยนี้อาจมองว่า “แปลก”
พระพุทธเจ้ามีตัวตนจริงแค่ไหน เมื่อมองจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี
ทำไม เวลา จึง เดิน ช้า เร็ว ไม่ เท่ากัน เมื่อ ความเร็ว และ แรงโน้มถ่วง เปลี่ยน