ดาต้าเซ็นเตอร์แห่ลงทุนไทย เงินหลายแสนล้าน แล้วคนไทยได้อะไรจากโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเหล่านี้กันแน่
ตัวเลขมันใหญ่จนต้องหยุดดูสักนิด เพราะคำว่า “เงินลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์หลายแสนล้าน” ฟังแล้วเหมือนประเทศกำลังจะรวยขึ้นทันที แต่ตัวเลขคำขอส่งเสริมการลงทุนกับเงินที่กระจายถึงคนในประเทศเป็นคนละเรื่องกัน
ครึ่งแรกของปี 2569 ไทยมีคำขอรับส่งเสริมการลงทุนรวมประมาณ 1.47 ล้านล้านบาท และกลุ่มดิจิทัลกินสัดส่วนใหญ่มากราว 1.12 ล้านล้านบาท โดยแรงส่งหลักมาจากดาต้าเซ็นเตอร์ ระบบคลาวด์ และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ ส่วนข้อมูลล่าสุดของบีโอไอเมื่อ 6 สิงหาคม 2569 ระบุว่า โครงการดาต้าเซ็นเตอร์ที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมระหว่างปี 2567–2569 มี 42 โครงการ เงินลงทุนรวมประมาณ 750,000 ล้านบาท และมีกำลังประมวลผลรวมราว 3,400 เมกะวัตต์
ตัวเลขสวยมาก แต่คำถามสำคัญไม่ใช่ “ต่างชาติมาลงทุนเท่าไร” คำถามคือเงินก้อนนั้นซื้ออะไรจากไทยบ้าง จ้างคนไทยระดับไหน ใช้ผู้รับเหมาหรืออุปกรณ์ในประเทศแค่ไหน เกิดองค์ความรู้ใหม่หรือเปล่า และต้นทุนไฟฟ้า น้ำ ระบบสายส่ง รวมถึงผลกระทบต่อพื้นที่ ใครเป็นคนรับภาระ
ดาต้าเซ็นเตอร์ไม่ใช่โรงงานแบบที่มีสายการผลิตแล้วต้องใช้แรงงานจำนวนมากตลอดเวลา เงินลงทุนก้อนใหญ่ไปอยู่กับที่ดิน อาคาร ระบบไฟฟ้าสำรอง ระบบทำความเย็น เซิร์ฟเวอร์ อุปกรณ์เครือข่าย และระบบรักษาความปลอดภัยหลายชั้น เพราะฉะนั้น การเห็นตัวเลขลงทุนสูงไม่ได้แปลอัตโนมัติว่าจะเกิดงานประจำจำนวนมหาศาลตามสัดส่วนเดียวกัน จุดที่มีค่ากว่าจำนวนหัวคนคือ “คุณภาพของงาน” เช่น วิศวกรระบบไฟ วิศวกรศูนย์ข้อมูล ผู้เชี่ยวชาญระบบทำความเย็น ความปลอดภัยไซเบอร์ คลาวด์ และปัญญาประดิษฐ์
ตรงนี้เองที่กติกากำลังเปลี่ยนเร็วมาก หลังคณะรัฐมนตรีเห็นชอบระเบียบตั้งคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์เมื่อ 5 สิงหาคม 2569 บีโอไอประกาศว่าจะทบทวนเกณฑ์คัดกรองให้เข้มขึ้น โดยดูอย่างน้อย 4 เรื่องใหญ่ คือ ประโยชน์ทางเศรษฐกิจต่อประเทศ ความพร้อมด้านพลังงาน การใช้น้ำ และผลกระทบสิ่งแวดล้อม
ประเด็นไฟฟ้าน่าสนใจมาก เพราะดาต้าเซ็นเตอร์ต้องการไฟที่นิ่งและต่อเนื่อง การมีโครงการขนาดใหญ่หลายแห่งในพื้นที่เดียวกันย่อมทำให้ต้องคิดถึงสายส่ง สถานีไฟฟ้า และกำลังผลิตสำรองเพิ่ม รัฐจึงกำลังแยกดาต้าเซ็นเตอร์เป็นผู้ใช้ไฟฟ้าอีกประเภทหนึ่ง และมีแนวทางคิดค่าไฟสูงกว่าผู้ใช้ทั่วไปเพื่อสะท้อนต้นทุนจริง พร้อมกำหนดหลักประกันการขอใช้ไฟฟ้า ลดปัญหาจองกำลังไฟไว้แต่โครงการไม่เกิดจริง ถ้าทำได้ตามเป้า ต้นทุนขยายระบบก็ไม่ควรถูกผลักไปให้บ้านเรือนหรือธุรกิจทั่วไปง่ายๆ
เรื่องน้ำก็ไม่ควรถูกมองเป็นรายละเอียดเล็ก ระบบทำความเย็นแต่ละแบบใช้น้ำไม่เท่ากัน บางแห่งลดการใช้น้ำได้มาก ขณะที่บางแห่งต้องบริหารน้ำอย่างจริงจัง โดยเฉพาะหน้าแล้ง กรอบใหม่จึงพูดถึงแหล่งน้ำ การรีไซเคิลน้ำ เทคโนโลยีหล่อเย็น และแม้แต่แนวคิดคิดค่าน้ำในอัตราพิเศษ เพื่อไม่ให้โครงการเทคโนโลยีไปแย่งทรัพยากรกับชุมชนหรือภาคเกษตรในพื้นที่เดียวกัน
แล้วไทยได้อะไรที่จับต้องได้? ถ้ากติกาทำงานจริง ผลตอบแทนไม่ได้มีแค่ภาษีหรือค่าก่อสร้าง แต่ควรไหลต่อไปถึงผู้ผลิตอุปกรณ์ ผู้รับเหมาระบบไฟ ระบบทำความเย็น ผู้ผลิตแผงวงจร ฮาร์ดดิสก์ เซิร์ฟเวอร์ อุปกรณ์รับส่งข้อมูล ตลอดจนธุรกิจไทยที่ได้ใช้คลาวด์และกำลังประมวลผลใกล้ตัวขึ้น บีโอไอยังระบุว่าจะผลักให้มีการรับรองผู้ขายไทย เชื่อมเอสเอ็มอีเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน ตั้งทีมวิจัยในไทย ร่วมพัฒนาหลักสูตรกับมหาวิทยาลัย และสร้างเส้นทางให้บุคลากรไทยขึ้นสู่ตำแหน่งเทคนิคหรือบริหารสำคัญ
นี่คือจุดแบ่งระหว่าง “มีดาต้าเซ็นเตอร์อยู่ในไทย” กับ “ไทยมีอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ของตัวเอง” สองอย่างนี้ไม่เหมือนกันเลย
ข้อดีของการมีศูนย์ข้อมูลในประเทศก็มีจริง ทั้งลดความหน่วงของบริการออนไลน์ เพิ่มทางเลือกในการเก็บและประมวลผลข้อมูลใกล้ผู้ใช้ รองรับระบบธนาคาร โรงพยาบาล รัฐบาลดิจิทัล ธุรกิจออนไลน์ และงานปัญญาประดิษฐ์ ขณะเดียวกัน ธนาคารโลกก็ชี้ว่าประเทศที่จะได้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ต้องมีทั้งไฟฟ้าที่เชื่อถือได้ อินเทอร์เน็ตที่ดี บุคลากร และกติกาที่ชัด ไม่ใช่แข่งกันแจกสิทธิประโยชน์อย่างเดียว
ดังนั้นเวลามีข่าว “ลงทุนอีกแสนล้าน” อย่าเพิ่งดูแค่ยอดเงิน ลองตามต่ออีก 5 ตัวเลขจะเห็นภาพชัดกว่า ได้แก่ ใช้ไฟกี่เมกะวัตต์ ใช้น้ำเท่าไร จ้างงานทักษะสูงกี่ตำแหน่ง ซื้อของจากผู้ผลิตไทยกี่เปอร์เซ็นต์ และมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีหรือเปิดกำลังประมวลผลให้ธุรกิจไทยเข้าถึงแค่ไหน
ถ้าคำตอบของตัวเลขพวกนี้ดี ป้ายประกาศหน้าโครงการก็มีความหมาย แต่ถ้ามีเพียงอาคารปิดทึบ เซิร์ฟเวอร์นำเข้า ใช้ไฟมหาศาล ใช้น้ำจากพื้นที่ แล้วมูลค่าหลักไหลออกนอกประเทศ คนไทยก็อาจได้เห็นเพียงตัวเลขลงทุนที่อลังการโดยไม่รู้สึกว่าชีวิตหรือเศรษฐกิจรอบตัวดีขึ้นตรงไหน
เจาะสถิติเลขเบิ้ลเลขหามเดือนสิงหาคม ย้อนหลัง 20 ปี ตัวเลขจริงบอกอะไร
จองพื้นที่บนอวกาศไม่ใช่เรื่องเล่น ส่งชื่อ อัฐิ และของไปดวงจันทร์ราคาเท่าไหร่
“เอเวลินน์ ศรียะพันธ์” นักบินหญิงชาวไทยที่สื่อนอกยกฉายา “กัปตันที่สวยที่สุดในประวัติศาสตร์”
เลขเล็ก ๆ ที่เราไม่เคยสนใจ อาจไม่ได้เป็นแค่เลขธรรมดา
9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทย
10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุด
“งวดสุดท้าย” หลวงพ่อไห้ 16 ส.ค. 69
เลขเด็ดจากดวงดาว งวด 16 สิงหาคม 2569 รวมเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว
ฮาเดสกับเพอร์เซโฟนีเริ่มจากการลักพาตัวแต่ทำไมยุคหลังถึงกลายเป็นรักดาร์กสุดโรแมนติก
ซีรีส์สั้น AI ใครคือกลุ่มเสี่ยงที่ "เสพติด" ง่ายที่สุด
รุ่นพี่ ม.6 เทพฯ นนท์ สุดทน! ขอพูดบ้าง หลังเห็นกระแสโทษโรงเรียน ลั่น “คนทำไม่ปกติ อย่าโยนความผิดให้ใคร”
มนุษย์ค้นพบสิ่งมีชีวิตบนโลกไปแล้วกี่เปอร์เซ็นต์?
ประเทศที่กู้เงินจากไทยมากที่สุด 5 อันดับแรกของโลก
ทำไมบิตคอยน์ถึงกินไฟมหาศาล และนี่คือการออกแบบหรือความผิดพลาดของระบบกันแน่
เกมมิ่งแล็ปท็อปตัดต่อวิดีโอได้ดีแค่ไหน เช็ก 5 จุดนี้ก่อนซื้อ
ทำไม อธิปไตยเอไอ ของประเทศ จึงสำคัญ เมื่อ สงครามการค้า เริ่มคุม ชิป คลาวด์ และข้อมูล
ด้านมืดของโลกสตรีมมิ่ง บทเรียนความปลอดภัยก่อนเปิดไลฟ์ในพื้นที่เสี่ยงอันตราย