หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมเสียงตัวเองในคลิปถึงฟัง “ไม่เหมือนเสียงเรา” ทั้งที่คนอื่นบอกว่านี่แหละเสียงจริง?

เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี

ทำไมเสียงตัวเองในคลิปถึงฟัง “ไม่เหมือนเสียงเรา” ทั้งที่คนอื่นบอกว่านี่แหละเสียงจริง?

เคยไหม พูดกับคนอื่นทุกวันก็รู้สึกว่าเสียงตัวเองปกติดี แต่พอลองเปิดคลิปหรือฟังข้อความเสียงที่ตัวเองอัดไว้ กลับเกิดคำถามทันทีว่า “เดี๋ยวนะ...นี่เสียงเราจริงเหรอ?”

บางคนรู้สึกว่าเสียงในคลิปสูงกว่า บางกว่า หรือไม่คุ้นหูอย่างประหลาด ทั้งที่คนรอบข้างกลับบอกว่า “ก็เสียงแบบนี้แหละ”

เรื่องนี้ไม่ได้เกิดจากเราคิดไปเอง และก็ไม่ได้หมายความว่าไมโครโฟนเสียเสมอไป เพราะเวลาที่เราพูด เสียงของตัวเองเดินทางเข้าสู่หูเราต่างจากเสียงที่บันทึกแล้วเปิดกลับมา

เวลาพูด เราไม่ได้ยินเสียงตัวเองผ่านหูเพียงทางเดียว

เวลาเราฟังคนอื่นพูด เสียงส่วนใหญ่เดินทางผ่านอากาศเข้าสู่ช่องหู ทำให้แก้วหูและระบบภายในหูเกิดการสั่น ก่อนที่สมองจะนำสัญญาณเหล่านั้นไปประมวลผลเป็นเสียงที่เราได้ยิน เส้นทางนี้เรียกว่า Air Conduction หรือการนำเสียงผ่านอากาศ

แต่ตอนที่ เราเป็นคนพูดเอง เรื่องจะต่างออกไป

นอกจากเสียงจากปากจะเดินทางผ่านอากาศย้อนเข้าสู่หูเหมือนเสียงทั่วไปแล้ว การสั่นจากการเปล่งเสียงยังส่งผ่านเนื้อเยื่อและโครงสร้างของศีรษะไปยังระบบการได้ยินด้วย กลไกส่วนนี้มักเรียกรวม ๆ ว่า Bone Conduction หรือการนำเสียงผ่านกระดูก

เท่ากับว่าขณะที่เรากำลังพูด สมองได้รับข้อมูลเสียงของตัวเองจาก อย่างน้อยสองเส้นทางพร้อมกัน คือเสียงผ่านอากาศ และแรงสั่นที่ส่งผ่านร่างกาย

นี่คือเสียงที่สมองของเราคุ้นมาตลอด

ลองนึกง่าย ๆ ว่า ทุกครั้งที่เราพูดมาตลอดชีวิต เราได้ยินเสียงตัวเองในเวอร์ชันที่มีเสียงจากอากาศผสมกับแรงสั่นผ่านศีรษะอยู่ด้วย

องค์ประกอบจากการนำเสียงผ่านกระดูกสามารถเปลี่ยนลักษณะความถี่ที่เราได้รับ เมื่อรวมกับเสียงทางอากาศแล้ว จึงทำให้เสียงที่เราได้ยินขณะพูดมีลักษณะแตกต่างจากเสียงที่ถูกบันทึกผ่านไมโครโฟน

สำหรับหลายคน เสียงที่ได้ยินตอนพูดจึงรู้สึก เต็ม ทุ้ม หรือแน่นกว่า เสียงที่ได้ยินจากไฟล์บันทึก

สมองได้ยินเสียงแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีกจนกลายเป็น “เสียงของฉัน” เวอร์ชันที่คุ้นเคย

แต่ไมโครโฟนไม่ได้อยู่ข้างในศีรษะเรา

เมื่อเราอัดคลิป ไมโครโฟนรับคลื่นเสียงที่เดินทางออกมาทางอากาศเป็นหลัก มันไม่ได้รับส่วนของการสั่นผ่านกระดูกแบบเดียวกับที่ระบบการได้ยินของเราได้รับขณะกำลังพูด

พอเปิดคลิปกลับมาฟัง เสียงจึงเดินทางจากลำโพงหรือหูฟังผ่านอากาศเข้าสู่หูอีกครั้ง โดยไม่มีองค์ประกอบการสั่นผ่านศีรษะจากการเปล่งเสียงของตัวเองเข้ามาผสมแบบเดิม

ผลคือ เสียงเดียวกัน แต่ประสบการณ์ที่เราได้ยินกลับไม่เหมือนกัน

ภาพเปรียบเทียบช่วยให้เห็นแก่นของเรื่องได้ง่ายขึ้น ฝั่งที่เราพูดเองมีทั้งเสียงที่เดินทางผ่านอากาศและองค์ประกอบจากการสั่นผ่านศีรษะ ขณะที่เสียงที่บันทึกและเปิดกลับมาให้ฟังไม่ได้มีส่วนของการสั่นจากการพูดของเราเองแบบเดียวกัน

แล้วเสียงในคลิปคือ “เสียงจริง” ที่คนอื่นได้ยินหรือเปล่า?

ใกล้เคียงกว่าเสียงที่เราได้ยินจากตัวเองตอนพูด แต่ไม่ควรเรียกว่าเหมือนกัน 100%

เหตุผลคือ เวลาคนอื่นฟังเราพูด เขาไม่ได้รับการนำเสียงผ่านกระดูกศีรษะของเราแบบที่เราได้รับ ดังนั้นในแง่นี้ ประสบการณ์ของคนอื่นจึงใกล้กับเสียงทางอากาศที่ไมโครโฟนบันทึกไว้มากกว่า

แต่ไฟล์เสียงก็ยังไม่ใช่สำเนาของสิ่งที่คนตรงหน้าได้ยินแบบสมบูรณ์ เพราะเสียงบันทึกสามารถเปลี่ยนไปตามหลายปัจจัย เช่น คุณภาพและการตอบสนองความถี่ของไมโครโฟน ระยะห่างจากปาก ตำแหน่งไมค์ เสียงสะท้อนในห้อง การบีบอัดไฟล์ ตลอดจนลำโพงหรือหูฟังที่ใช้เปิดฟัง

ดังนั้น หากถามว่า “เสียงในคลิปคือเสียงที่คนอื่นได้ยินไหม?” คำตอบที่แม่นกว่าคือ มันมักใกล้กับมุมที่คนอื่นได้ยินเรามากกว่าเสียงที่เราคุ้นเคยจากภายในตัวเอง แต่ไม่จำเป็นต้องเหมือนทุกประการ

ทำไมเราถึงรู้สึกว่าเสียงตัวเอง “แปลก” มากเป็นพิเศษ?

จุดที่น่าสนใจคือ เราไม่ได้เพิ่งรู้จักเสียงตัวเอง แต่กลับเป็นเสียงที่ได้ยินมาตลอดชีวิต

ปัญหาคือเสียงที่เราคุ้นเคยมาตลอดนั้นเป็น self-voice ที่เกิดจากการรับเสียงหลายทางพร้อมกัน เมื่อวันหนึ่งมีเสียงบันทึกที่ตัดองค์ประกอบสำคัญส่วนหนึ่งออกไป สมองจึงได้รับเสียงที่มีเอกลักษณ์คล้ายเรา แต่ไม่ตรงกับแบบที่คุ้นเคยทั้งหมด

งานวิจัยเกี่ยวกับการรับรู้เสียงตัวเองพบว่า การเติมองค์ประกอบการกระตุ้นแบบ bone conduction เข้าไปในการฟังเสียงที่บันทึก สามารถมีผลต่อการจำแนกว่าเสียงนั้นเป็นเสียงของตัวเองหรือเสียงของผู้อื่นได้ นั่นสะท้อนว่า การรับรู้ “เสียงของตัวเอง” ไม่ได้ขึ้นกับคลื่นเสียงทางอากาศเพียงอย่างเดียว

แล้วทำไมบางคนฟังเสียงตัวเองในคลิปบ่อย ๆ จนเริ่มเฉย?

ส่วนหนึ่งอธิบายได้ง่าย ๆ จากความคุ้นเคย เมื่อเราอัดคลิป ประชุมออนไลน์ ไลฟ์ หรือทำงานกับเสียงตัวเองบ่อยขึ้น เสียงเวอร์ชันที่มาจากการบันทึกก็ไม่ได้เป็นของแปลกใหม่เหมือนครั้งแรก ๆ อีกต่อไป

แม้กลไกทางกายภาพของการได้ยินตอนพูดกับการฟังเสียงบันทึกจะยังแตกต่างกัน แต่ความรู้สึกว่า “เสียงนี้ไม่ใช่เราเลย” อาจลดลงเมื่อสมองคุ้นกับเสียงจากภายนอกมากขึ้น

สรุปสั้น ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น?

ตอนเราพูดเอง เราได้ยินเสียงผ่านทั้ง อากาศ + การสั่นที่ส่งผ่านศีรษะ แต่เมื่อฟังเสียงจากคลิป เราไม่ได้รับองค์ประกอบจากการสั่นของการเปล่งเสียงตัวเองในลักษณะเดียวกัน

นั่นทำให้เสียงในคลิปอาจฟังบางกว่า สูงกว่า หรืออย่างน้อยก็ “ไม่เหมือนเสียงที่เราเคยคิดว่าเป็นเสียงของตัวเอง”

และครั้งต่อไปที่เปิด Voice Message แล้วสะดุ้งกับเสียงตัวเองขึ้นมา ก็ไม่ต้องรีบโทษไมโครโฟนก่อน เพราะส่วนหนึ่งของความแปลกนั้นเกิดจาก วิธีที่ร่างกายของเราได้ยินเสียงตัวเองมาตลอด นั่นเอง

คุณจำครั้งแรกที่ได้ฟังเสียงตัวเองจากคลิปได้ไหม? รู้สึกว่าเสียงสูงขึ้น ทุ้มลง หรือถึงขั้นคิดว่า “นี่ใครพูด?” ลองมาแชร์กันครับ

หมายเหตุ: ภาพประกอบสร้างขึ้นเพื่อช่วยอธิบายหลักการ โดยรายละเอียดบางส่วนในภาพเป็นการย่อกลไกเพื่อให้เข้าใจง่าย เนื้อหาในบทความเป็นคำอธิบายหลักที่ควรใช้ประกอบการตีความภาพ

แหล่งที่มา:

1. Royal Society Open Science — Bone conduction facilitates self-other voice discrimination
https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC9929504/

2. Journal of Voice / PubMed — Auditory traits of “own voice”
https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC6019673/

3. The Journal of the Acoustical Society of America / PubMed — Hearing one's own voice during phoneme vocalization—transmission by air and bone conduction
https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/20707445/
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
พีรพัฒน์ พีพี's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 130 ครั้ง
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
พีรพัฒน์ พีพี | นักเขียนเรื่องใกล้ตัวและมุมที่คนมักมองข้าม
ชอบหยิบสิ่งธรรมดามาตั้งคำถาม แล้วค้นให้ลึกจนเจอคำตอบที่ทำให้รู้สึกว่า “อ๋อ ที่แท้เป็นแบบนี้”
เล่าเรื่องให้เข้าใจง่าย มีที่มา และแยกข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็น
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: punizhersonline, พีรพัฒน์ พีพี
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ของในแพ็กเล็กลงได้อย่างไรโดยที่ราคาหน้าชั้นยังเท่าเดิมหมู่บ้านที่มีบ้านร้างจำนวนมากเกิดขึ้นได้อย่างไร ? เมื่อคนหายไป แต่บ้านยังอยู่จังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียวเปิดอันดับกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเชีย ปี 2569เหตุใดความเร็วเหนือเสียงจึงไม่พอให้เครื่องบินรบหลบขีปนาวุธจังหวัดนี้เคยถูกวางแผนให้เป็น “กรุงเทพฯ แห่งที่ 2” ก่อนสงครามเปลี่ยนทุกอย่างหวยซองเงินล้าน งวด 16 ตุลาคม 2569อ.น๊อตตี้ ย้อนหลัง 15 งวด ไล่ดูเลขเด่นก่อนงวด 16 ต.ค. 69น้ำมะพร้าวเคยถูกใช้แทนน้ำเกลือทางเส้นเลือดจริงหรือไม่คำว่า Computer Bug เริ่มต้นจากแมลงเม่าในเครื่อง Mark II หรือไม่AI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 3 ตัวบนและเลขท้าย 2 ตัวล่าง งวด 16 ตุลาคม 69กาแฟทำให้เราหายง่วงได้อย่างไร
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ของในแพ็กเล็กลงได้อย่างไรโดยที่ราคาหน้าชั้นยังเท่าเดิมน้ำมะพร้าวเคยถูกใช้แทนน้ำเกลือทางเส้นเลือดจริงหรือไม่คำว่า Computer Bug เริ่มต้นจากแมลงเม่าในเครื่อง Mark II หรือไม่กาแฟทำให้เราหายง่วงได้อย่างไรช็อกโกแลตมีรสและกลิ่นมาจากไหนก่อนเข้ากระบวนการผลิตเหตุใดความเร็วเหนือเสียงจึงไม่พอให้เครื่องบินรบหลบขีปนาวุธ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
สัตว์ที่รู้ล่วงหน้าว่าฝนจะตกของในแพ็กเล็กลงได้อย่างไรโดยที่ราคาหน้าชั้นยังเท่าเดิมกาแฟทำให้เราหายง่วงได้อย่างไรช็อกโกแลตมีรสและกลิ่นมาจากไหนก่อนเข้ากระบวนการผลิต
ตั้งกระทู้ใหม่