“นางเงือกทอง” แห่งหาดสมิหลา จากตำนานสาวงามผู้ลืมหวีทอง สู่สัญลักษณ์คู่เมืองสงขลา
“นางเงือกทอง” แห่งหาดสมิหลา จากตำนานสาวงามผู้ลืมหวีทอง สู่สัญลักษณ์คู่เมืองสงขลา
หากเอ่ยถึงจังหวัดสงขลา ภาพหนึ่งที่หลายคนนึกขึ้นมาแทบจะทันที คงหนีไม่พ้นหญิงสาวครึ่งคนครึ่งปลา นั่งสงบนิ่งอยู่บนโขดหินริมทะเล พร้อมยกมือขึ้นสางเส้นผมยาวของตัวเอง ท่ามกลางเสียงคลื่นและสายลมจากอ่าวไทย
เธอคือ “นางเงือกทองแห่งหาดสมิหลา” หนึ่งในสัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของจังหวัดสงขลา และเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากแทบจะต้องแวะมาหาเมื่อเดินทางมาถึงเมืองแห่งนี้ โดยรูปปั้นตั้งอยู่บริเวณแหลมสมิหลา ริมชายหาดสมิหลา ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยก็ระบุว่านางเงือกเป็นสัญลักษณ์สำคัญของชายหาดแห่งนี้เช่นกัน
แต่เบื้องหลังรูปปั้นที่ดูงดงามและโรแมนติกนี้ กลับมีเรื่องเล่าที่แฝงไปด้วยความคิดถึงและการรอคอยอยู่ด้วย
ตามนิยายปรัมปราที่เล่าสืบต่อกันมา บริเวณชายหาดสมิหลาในอดีตมีนางเงือกสาวตนหนึ่งชอบขึ้นมานั่งบนชายหาด และใช้ หวีทองคำหวีเส้นผมของตัวเอง อยู่เป็นประจำ จนกระทั่งวันหนึ่ง มีชายชาวประมงบังเอิญเดินผ่านมาเห็นเข้า
นางเงือกตกใจ รีบหนีกลับลงสู่ทะเลอย่างรวดเร็วเสียจนลืมหวีทองคำของตนเองทิ้งเอาไว้บนชายหาด
ชายชาวประมงจึงเก็บหวีทองคำนั้นเอาไว้ พร้อมกับเฝ้ารอว่าสักวันหนึ่งนางเงือกอาจกลับมารับมันคืน เขายังคงมารออยู่ที่ชายหาดแห่งเดิมครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ไม่ว่าจะผ่านไปนานเพียงใด นางเงือกก็ไม่เคยกลับมาปรากฏตัวให้เห็นอีกเลย เรื่องราวนี้จึงกลายเป็นตำนานแห่งการรอคอยที่ผูกพันกับชายหาดสมิหลามาจนถึงปัจจุบัน
หลายร้อยปีต่อมา ตำนานที่เคยมีอยู่เพียงในคำบอกเล่าก็ถูกนำมาสร้างให้กลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้
ในปี พ.ศ. 2509 (ค.ศ. 1966) นายชาญ กาญจนาคพันธุ์ ผู้มีบทบาทในการบริหารเมืองสงขลาในเวลานั้น มีแนวคิดว่าจังหวัดสงขลาควรมีสัญลักษณ์ทางศิลปกรรมที่ผู้คนสามารถจดจำได้ นอกเหนือจากสัญลักษณ์ทางธรรมชาติอย่าง เกาะหนูและเกาะแมว ที่อยู่บริเวณนอกชายฝั่ง จึงเกิดแนวคิดสร้างรูปปั้นนางเงือกจากตำนานท้องถิ่นขึ้นมา
ผู้ได้รับหน้าที่ออกแบบ ปั้น และหล่อผลงานสำคัญชิ้นนี้คือ อาจารย์จิตร บัวบุศย์ ศิลปินและอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนเพาะช่าง ผู้มีชื่อเสียงในวงการศิลปะไทย รูปปั้นถูกหล่อขึ้นด้วย บรอนซ์รมดำ และออกแบบให้นางเงือกอยู่ในท่านั่งบนโขดหิน พร้อมยกมือขึ้นจัดหรือหวีเส้นผม สอดคล้องกับตำนานดั้งเดิมของหาดสมิหลา
ข้อมูลจากหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมศิลปกรรมระบุว่า ในเวลานั้นใช้งบประมาณสร้างประมาณ 60,000 บาท ซึ่งถือเป็นจำนวนไม่น้อยเลยเมื่อเทียบกับค่าเงินในยุคนั้น และวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2509 ได้กลายเป็นวันที่ผูกพันกับการถือกำเนิดของนางเงือกทอง จนมีการเรียกกันว่าเป็น “วันเกิดของนางเงือกทอง”
แม้ว่าชื่อจะเรียกว่า “นางเงือกทอง” แต่ตัวประติมากรรมดั้งเดิมนั้นเป็นงาน บรอนซ์รมดำ ไม่ได้สร้างขึ้นจากทองคำแต่อย่างใด ความเงางามที่เห็นบนพื้นผิวในหลายบริเวณส่วนหนึ่งเกิดจากการสัมผัสของนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลที่เดินทางมาถ่ายภาพและสัมผัสรูปปั้นตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา
สิ่งที่ทำให้นางเงือกทองพิเศษจึงไม่ใช่เพียงความสวยงามของประติมากรรม แต่คือการที่งานศิลปะชิ้นหนึ่งค่อย ๆ หลอมรวมเข้ากับตัวตนของเมืองจนแทบแยกออกจากกันไม่ได้
จากหญิงสาวในเรื่องเล่าที่ทำหวีทองหายไว้ริมชายหาด เธอกลายมาเป็นหนึ่งในภาพจำของจังหวัดสงขลา ใครเดินทางมาหาดสมิหลาก็มักต้องแวะมาถ่ายภาพกับเธอ โดยมีท้องทะเลสีคราม หาดทราย และเกาะหนู–เกาะแมวเป็นฉากหลัง ซึ่งหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวไทยก็ยกให้บริเวณนี้เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญของสงขลา
และบางทีเสน่ห์ที่สุดของนางเงือกทองอาจอยู่ตรงนี้เอง
เพราะเธอไม่ได้เป็นเพียง “รูปปั้นริมทะเล” หากแต่เป็นตัวอย่างของการนำ เรื่องเล่า ธรรมชาติ ศิลปะ และความทรงจำของคนในท้องถิ่น มารวมกันจนเกิดเป็นแลนด์มาร์กที่มีชีวิต ตำนานที่ครั้งหนึ่งเคยถูกเล่าปากต่อปากจึงไม่ได้สูญหายไปตามกาลเวลา แต่กลับนั่งหวีผมอยู่บนโขดหินแห่งเดิม มองออกไปยังท้องทะเลสมิหลามานานกว่า 60 ปีแล้ว
และทุกครั้งที่มีใครสักคนเดินเข้ามาถ่ายภาพกับเธอ เรื่องราวของนางเงือกผู้ทำหวีทองคำหล่นไว้บนชายหาด ก็เหมือนได้ถูกเล่าขึ้นมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง 🧜♀️🌊✨
เขียนโดย dukedick
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
8 น้ำตกสำคัญในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เสน่ห์แห่งสายน้ำกลางขุนเขา
จังหวัดที่มีคนญี่ปุ่นอาศัยอยู่มากที่สุดในประเทศไทย
เลขท้าย 2 ตัวที่ออกเพียงครั้งเดียวในรอบ 20 ปี
Dhobi Ghat ลานซักผ้ากลางแจ้งแห่งมุมไบ วิถีชีวิตที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของเมือง
เปิดปฏิทินคำชะโนด งวด 16 ส.ค. 69 ส่องเลขเด่น 05-25-87
5 สำนัก เลขตรงกัน “5” ตัวเดียว งวด 16 ส.ค. 69
ภัยเงียบตอนนอนหลับ"โพแทสเซียมต่ำ" ชวนรู้จักฆาตกรไร้เสียง ที่อาจเกี่ยวเคียงอาการ "ไหลตาย"
10 ต้นไม้สวยแต่มีพิษ หลายบ้านปลูกโดยไม่รู้
ทำไมคนไทยติดส้มตำ? ความแซ่บที่สมองสั่งให้หยุดไม่ได้!
เลขธูปวัดผารังหมีมาแล้ว งวด 16 ส.ค. 69
ทำไมเดินออกจากห้องแอร์แล้ว “แว่นเป็นฝ้า” ทันที ทั้งที่ไม่ได้โดนน้ำ?
เลขเล็ก ๆ ที่เราไม่เคยสนใจ อาจไม่ได้เป็นแค่เลขธรรมดา
8 น้ำตกสำคัญในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เสน่ห์แห่งสายน้ำกลางขุนเขา
เธอคนนี้นี่เอง! นางแบบที่เป็นต้นฉบับของโลโก้ชื่อดัง
Dhobi Ghat ลานซักผ้ากลางแจ้งแห่งมุมไบ วิถีชีวิตที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของเมือง
ทําไม7-EIEVEnถึงใช้ตัว"n"พิมพ์เล็กตัวเดียว
ภัยเงียบตอนนอนหลับ"โพแทสเซียมต่ำ" ชวนรู้จักฆาตกรไร้เสียง ที่อาจเกี่ยวเคียงอาการ "ไหลตาย"
หนุ่มพิษณุโลกดวงเฮง! กลับมาแก้บน “กุมารทองเจ้าสัวเฮง” ไม่พลาดจับปิงปองขอเลขเด็ด งวด 16 สิงหาคม 2569
ต้นไม้ที่อยู่ใต้ทะเล! “ป่าเคลป์” พืชโบราณใต้ผืนน้ำที่สร้างป่าขนาดมหึมาและมีชีวิตมานานกว่า 32 ล้านปี
Dhobi Ghat ลานซักผ้ากลางแจ้งแห่งมุมไบ วิถีชีวิตที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของเมือง
ทำไมเก้าอี้โรงภาพยนตร์ส่วนใหญ่ถึงเป็น “สีแดง” ? เบื้องหลังที่มีทั้งประวัติศาสตร์และวิทยาศาสตร์ซ่อนอยู่
“La Bonnotte” มันฝรั่งสุดหรูจากเกาะฝรั่งเศส ที่เคยถูกขนานนามว่าแพงที่สุดในโลก

