หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

“นางเงือกทอง” แห่งหาดสมิหลา จากตำนานสาวงามผู้ลืมหวีทอง สู่สัญลักษณ์คู่เมืองสงขลา

เขียนโดย dukedick

“นางเงือกทอง” แห่งหาดสมิหลา จากตำนานสาวงามผู้ลืมหวีทอง สู่สัญลักษณ์คู่เมืองสงขลา

หากเอ่ยถึงจังหวัดสงขลา ภาพหนึ่งที่หลายคนนึกขึ้นมาแทบจะทันที คงหนีไม่พ้นหญิงสาวครึ่งคนครึ่งปลา นั่งสงบนิ่งอยู่บนโขดหินริมทะเล พร้อมยกมือขึ้นสางเส้นผมยาวของตัวเอง ท่ามกลางเสียงคลื่นและสายลมจากอ่าวไทย

เธอคือ “นางเงือกทองแห่งหาดสมิหลา” หนึ่งในสัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของจังหวัดสงขลา และเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากแทบจะต้องแวะมาหาเมื่อเดินทางมาถึงเมืองแห่งนี้ โดยรูปปั้นตั้งอยู่บริเวณแหลมสมิหลา ริมชายหาดสมิหลา ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยก็ระบุว่านางเงือกเป็นสัญลักษณ์สำคัญของชายหาดแห่งนี้เช่นกัน

แต่เบื้องหลังรูปปั้นที่ดูงดงามและโรแมนติกนี้ กลับมีเรื่องเล่าที่แฝงไปด้วยความคิดถึงและการรอคอยอยู่ด้วย

ตามนิยายปรัมปราที่เล่าสืบต่อกันมา บริเวณชายหาดสมิหลาในอดีตมีนางเงือกสาวตนหนึ่งชอบขึ้นมานั่งบนชายหาด และใช้ หวีทองคำหวีเส้นผมของตัวเอง อยู่เป็นประจำ จนกระทั่งวันหนึ่ง มีชายชาวประมงบังเอิญเดินผ่านมาเห็นเข้า

นางเงือกตกใจ รีบหนีกลับลงสู่ทะเลอย่างรวดเร็วเสียจนลืมหวีทองคำของตนเองทิ้งเอาไว้บนชายหาด

ชายชาวประมงจึงเก็บหวีทองคำนั้นเอาไว้ พร้อมกับเฝ้ารอว่าสักวันหนึ่งนางเงือกอาจกลับมารับมันคืน เขายังคงมารออยู่ที่ชายหาดแห่งเดิมครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ไม่ว่าจะผ่านไปนานเพียงใด นางเงือกก็ไม่เคยกลับมาปรากฏตัวให้เห็นอีกเลย เรื่องราวนี้จึงกลายเป็นตำนานแห่งการรอคอยที่ผูกพันกับชายหาดสมิหลามาจนถึงปัจจุบัน

หลายร้อยปีต่อมา ตำนานที่เคยมีอยู่เพียงในคำบอกเล่าก็ถูกนำมาสร้างให้กลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้

ในปี พ.ศ. 2509 (ค.ศ. 1966) นายชาญ กาญจนาคพันธุ์ ผู้มีบทบาทในการบริหารเมืองสงขลาในเวลานั้น มีแนวคิดว่าจังหวัดสงขลาควรมีสัญลักษณ์ทางศิลปกรรมที่ผู้คนสามารถจดจำได้ นอกเหนือจากสัญลักษณ์ทางธรรมชาติอย่าง เกาะหนูและเกาะแมว ที่อยู่บริเวณนอกชายฝั่ง จึงเกิดแนวคิดสร้างรูปปั้นนางเงือกจากตำนานท้องถิ่นขึ้นมา

ผู้ได้รับหน้าที่ออกแบบ ปั้น และหล่อผลงานสำคัญชิ้นนี้คือ อาจารย์จิตร บัวบุศย์ ศิลปินและอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนเพาะช่าง ผู้มีชื่อเสียงในวงการศิลปะไทย รูปปั้นถูกหล่อขึ้นด้วย บรอนซ์รมดำ และออกแบบให้นางเงือกอยู่ในท่านั่งบนโขดหิน พร้อมยกมือขึ้นจัดหรือหวีเส้นผม สอดคล้องกับตำนานดั้งเดิมของหาดสมิหลา

ข้อมูลจากหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมศิลปกรรมระบุว่า ในเวลานั้นใช้งบประมาณสร้างประมาณ 60,000 บาท ซึ่งถือเป็นจำนวนไม่น้อยเลยเมื่อเทียบกับค่าเงินในยุคนั้น และวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2509 ได้กลายเป็นวันที่ผูกพันกับการถือกำเนิดของนางเงือกทอง จนมีการเรียกกันว่าเป็น “วันเกิดของนางเงือกทอง”

แม้ว่าชื่อจะเรียกว่า “นางเงือกทอง” แต่ตัวประติมากรรมดั้งเดิมนั้นเป็นงาน บรอนซ์รมดำ ไม่ได้สร้างขึ้นจากทองคำแต่อย่างใด ความเงางามที่เห็นบนพื้นผิวในหลายบริเวณส่วนหนึ่งเกิดจากการสัมผัสของนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลที่เดินทางมาถ่ายภาพและสัมผัสรูปปั้นตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา

สิ่งที่ทำให้นางเงือกทองพิเศษจึงไม่ใช่เพียงความสวยงามของประติมากรรม แต่คือการที่งานศิลปะชิ้นหนึ่งค่อย ๆ หลอมรวมเข้ากับตัวตนของเมืองจนแทบแยกออกจากกันไม่ได้

จากหญิงสาวในเรื่องเล่าที่ทำหวีทองหายไว้ริมชายหาด เธอกลายมาเป็นหนึ่งในภาพจำของจังหวัดสงขลา ใครเดินทางมาหาดสมิหลาก็มักต้องแวะมาถ่ายภาพกับเธอ โดยมีท้องทะเลสีคราม หาดทราย และเกาะหนู–เกาะแมวเป็นฉากหลัง ซึ่งหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวไทยก็ยกให้บริเวณนี้เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญของสงขลา

และบางทีเสน่ห์ที่สุดของนางเงือกทองอาจอยู่ตรงนี้เอง

เพราะเธอไม่ได้เป็นเพียง “รูปปั้นริมทะเล” หากแต่เป็นตัวอย่างของการนำ เรื่องเล่า ธรรมชาติ ศิลปะ และความทรงจำของคนในท้องถิ่น มารวมกันจนเกิดเป็นแลนด์มาร์กที่มีชีวิต ตำนานที่ครั้งหนึ่งเคยถูกเล่าปากต่อปากจึงไม่ได้สูญหายไปตามกาลเวลา แต่กลับนั่งหวีผมอยู่บนโขดหินแห่งเดิม มองออกไปยังท้องทะเลสมิหลามานานกว่า 60 ปีแล้ว

และทุกครั้งที่มีใครสักคนเดินเข้ามาถ่ายภาพกับเธอ เรื่องราวของนางเงือกผู้ทำหวีทองคำหล่นไว้บนชายหาด ก็เหมือนได้ถูกเล่าขึ้นมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง 🧜‍♀️🌊✨

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedick's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 96 ครั้ง
เขียนโดย dukedick
สวัสดีครับ ผมเป็นนักเขียนที่ชอบงานเขียนทางด้านเกร็ดความรู้ต่างๆ ไม่วาจะเป็นเกี่ยวกับสัตว์โลกน่ารัก หรือ เกร็ดความรู้ และเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!ส่องเลขเด็ด หวยลาวพัฒนา งวดวันอังคารที่ 6 ตุลาคม 2569 สำนักดังชี้ตรงกัน! เลขไหนมาแรงบนโซเชียล?เปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทย5 จังหวัด ที่ดินราคาประเมินถูกที่สุดในไทย ตารางวาเริ่มต้นหลักสิบมีจริงทำไมดาวพุธและดาวศุกร์จึงไม่มีดวงจันทร์? สองโลกใกล้ดวงอาทิตย์ที่แตกต่างจากดาวเคราะห์ดวงอื่นรู้หรือไม่ ชื่อของคนไทย เมื่อก่อนตั้งได้ แต่เดี๋ยวนี้ห้ามย้อนสถิติ 2 งวด! “สูตรรวมมหาเฮง นำโชค” เปิดแนวทางใหม่ งวด 16 ต.ค. 69มัสยิด 99 โดม แห่งมากัสซาร์ อินโดนีเซียชื่อนามสกุลสุดแปลกในไทย ที่เห็นแล้วต้องร้อง ห๊ะ! มีด้วยเหรอ?โรงแรมขนาดยักษ์ที่ใหญ่ที่สุด มีห้องพักมากสุดอันดับ 1 ในไทยเลข 5 โผล่ 3 สำนัก งวด 16 ต.ค. 69 หลายสำนักสะกิดตรงกัน จุดไหนน่าจับตา?AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 ตุลาคม 2569
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ชื่อนามสกุลสุดแปลกในไทย ที่เห็นแล้วต้องร้อง ห๊ะ! มีด้วยเหรอ?ส่องเลขเด็ด หวยลาวพัฒนา งวดวันอังคารที่ 6 ตุลาคม 2569 สำนักดังชี้ตรงกัน! เลขไหนมาแรงบนโซเชียล?บ้านต้นไม้ ชิงช้าหนึ่งตัว และวิวที่เหมือนอยู่ปลายสุดของโลกทำไมเทปใสซ้อนหลายชั้นแล้วขุ่น ทั้งที่แต่ละชั้นก็ใส?โรงแรมขนาดยักษ์ที่ใหญ่ที่สุด มีห้องพักมากสุดอันดับ 1 ในไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ชื่อนามสกุลสุดแปลกในไทย ที่เห็นแล้วต้องร้อง ห๊ะ! มีด้วยเหรอ?บ้านต้นไม้ ชิงช้าหนึ่งตัว และวิวที่เหมือนอยู่ปลายสุดของโลกทำไมดาวพุธและดาวศุกร์จึงไม่มีดวงจันทร์? สองโลกใกล้ดวงอาทิตย์ที่แตกต่างจากดาวเคราะห์ดวงอื่นทำไมเทปใสซ้อนหลายชั้นแล้วขุ่น ทั้งที่แต่ละชั้นก็ใส?
ตั้งกระทู้ใหม่