หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมช่วงมรสุมทะเลไทยถึงกลายเป็นสีเขียว พร้อมขยะลอยมาเต็มชายหาด

เขียนโดย ตัวซีเคร็ท

เคยไปทะเลช่วงหน้ามรสุมแล้วเจอภาพแบบนี้ไหม น้ำที่ควรจะออกฟ้ากลับกลายเป็นเขียวขุ่น บางจุดเป็นเขียวเข้มจนดูคล้ายมีใครเทสีลงทะเล แถมริมชายหาดยังมีขวด ถุงพลาสติก เศษไม้ และขยะสารพัดอย่างลอยมากองพร้อมกัน จนอดสงสัยไม่ได้ว่า น้ำเสียหรือเปล่า แล้วขยะทั้งหมดโผล่มาจากไหนในคืนเดียว

เรื่องนี้ต้องแยกออกเป็น 2 ปรากฏการณ์ที่เกิดพร้อมกันได้บ่อย คือ น้ำทะเลเปลี่ยนสีจากแพลงก์ตอนบลูม กับ ขยะที่ถูกลม คลื่น และกระแสน้ำพัดมารวมบริเวณชายฝั่ง สองอย่างนี้ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน แต่ช่วงมรสุมสามารถสร้างเงื่อนไขให้เห็นทั้งคู่ในเวลาใกล้กัน

เริ่มจากน้ำสีเขียวก่อน สิ่งที่ทำให้น้ำเปลี่ยนสีหลายครั้งไม่ใช่สารเคมีหรือคราบน้ำมัน แต่คือสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กมากในทะเล โดยเฉพาะแพลงก์ตอนพืช เมื่อแพลงก์ตอนบางชนิดเพิ่มจำนวนมหาศาลในเวลาไม่นาน จะเกิดสิ่งที่เรียกว่า 'แพลงก์ตอนบลูม' หรือการสะพรั่งของแพลงก์ตอน

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเคยตรวจพบเหตุการณ์แบบนี้หลายพื้นที่ เช่น ชลบุรี สมุทรปราการ ตราด ระยอง และภูเก็ต สีที่เห็นก็ไม่ได้มีแค่เขียว บางชนิดทำให้น้ำออกน้ำตาล แดง หรือดำปนเขียวได้ ชนิดที่พบเป็นสาเหตุบ่อยในอ่าวไทยคือ Noctiluca scintillans รวมถึงแพลงก์ตอนกลุ่มอื่นตามสภาพพื้นที่

แล้วมรสุมเกี่ยวตรงไหน?

ช่วงฝนตกหนัก น้ำฝนไม่ได้ลงทะเลอย่างเดียว แต่มันชะสิ่งต่างๆ จากบนบกลงคลอง แม่น้ำ และออกสู่ทะเลด้วย ในน้ำนั้นมีธาตุอาหาร เช่น สารประกอบไนโตรเจนและฟอสฟอรัสจากดิน น้ำทิ้ง พื้นที่เกษตร และกิจกรรมของชุมชน พอสารอาหารลงมาอยู่ในบริเวณชายฝั่งมากขึ้น ก็เหมือนมีอาหารจำนวนมากรอแพลงก์ตอนอยู่

ถ้าหลังฝนตกเจอแดดดี อุณหภูมิเหมาะ กระแสน้ำและคลื่นลมพอดี แพลงก์ตอนบางชนิดก็เพิ่มจำนวนรวดเร็ว จากที่ตาเปล่ามองแทบไม่เห็น กลายเป็นเซลล์จำนวนมหาศาลอยู่ในน้ำ จนเม็ดสีในเซลล์รวมกันมากพอที่จะเปลี่ยนสีของทะเลทั้งบริเวณ

จุดที่น่าสนใจคือ ลมกับกระแสน้ำสามารถกวาดแพลงก์ตอนที่กระจายอยู่ให้มารวมตัวใกล้ชายฝั่งได้อีก เลยเกิดภาพแปลกๆ ว่า ตอนเช้าหาดหนึ่งน้ำเขียวจัด แต่พอตกบ่ายสีจางลง หรืออีกวันคราบสีเขียวไปโผล่อีกหาดหนึ่ง ทั้งที่ไม่ได้มีใครมาเทอะไรลงน้ำ

บางเหตุการณ์กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งตรวจพบ Noctiluca scintillans ซึ่งไม่ได้สร้างสารชีวพิษ แต่คำว่า 'ไม่สร้างสารพิษ' ไม่ได้แปลว่าควรกระโดดลงไปเล่นน้ำทันที เพราะน้ำที่มีแพลงก์ตอนหนาแน่นอาจทำให้ผิวระคายเคืองได้ และแพลงก์ตอนบลูมยังสร้างปัญหาอีกแบบที่สำคัญมาก นั่นคือเรื่องออกซิเจนในน้ำ

ตอนแพลงก์ตอนกำลังสังเคราะห์แสง ปริมาณออกซิเจนในน้ำอาจไม่ได้ต่ำเสมอไป แต่เมื่อแพลงก์ตอนจำนวนมหาศาลตายลง จุลินทรีย์จะเข้ามาย่อยสลายซาก กระบวนการนี้ใช้ออกซิเจน ถ้าเกิดรุนแรงในบริเวณน้ำถ่ายเทไม่ดี ออกซิเจนละลายน้ำอาจลดฮวบจนปลาและสัตว์น้ำได้รับผลกระทบ บางกรณีจึงตามมาด้วยกลิ่นเหม็น น้ำคล้ำ หรือสัตว์น้ำตาย ไม่ใช่เพราะน้ำสีเขียวทุกครั้งจะมีพิษ แต่ระบบในน้ำกำลังใช้ออกซิเจนกันอย่างหนัก

ทีนี้มาถึงภาพที่มักเห็นคู่กันอย่าง 'ขยะลอยเต็มทะเล'

ตรงนี้แพลงก์ตอนไม่ได้ผลิตขยะออกมา ขวดพลาสติก ถุง โฟม และเศษของใช้ต่างๆ มีต้นทางจากกิจกรรมของมนุษย์อยู่แล้ว เพียงแต่ฤดูมรสุมทำหน้าที่เหมือนเปิดระบบขนส่งครั้งใหญ่ ฝนหนักสามารถพาขยะจากท่อระบายน้ำ คลอง และแม่น้ำออกสู่ทะเล ขณะเดียวกันคลื่น ลม และกระแสน้ำก็เคลื่อนขยะที่ลอยอยู่ในทะเลจากพื้นที่หนึ่งไปอีกพื้นที่หนึ่ง

จังหวะลมพัดเข้าฝั่งจึงสามารถกวาดขยะกระจายๆ ในทะเลให้มารวมกันตรงแนวชายหาดได้ ภาพที่เห็นเหมือนขยะเกิดขึ้นมหาศาลภายในวันเดียว ความจริงบางส่วนอาจลอยอยู่ในระบบมานานแล้ว เพียงถูกสภาพอากาศพามารวมตรงจุดเดียวพร้อมกัน

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมชายหาดเดียวกัน วันหนึ่งดูสะอาดมาก แต่อีกวันหลังฝนและคลื่นแรงกลับมีขยะเต็มแนวน้ำขึ้น ทั้งที่ปริมาณคนบนหาดไม่ได้เพิ่มขึ้นเลย ขยะอาจเดินทางมาจากคลอง แม่น้ำ ชุมชนชายฝั่ง เรือ หรือพื้นที่อื่นตามทิศทางกระแสน้ำ

ที่น่าจับตาคือแพลงก์ตอนบลูมไม่ได้มีสูตรตายตัวว่า 'ฝนตกแล้วต้องเกิด' ทุกครั้ง ต้องมีหลายปัจจัยมาประกอบกัน ทั้งปริมาณสารอาหาร แสง อุณหภูมิ ความเค็ม ลม คลื่น กระแสน้ำ และชนิดของแพลงก์ตอน บางครั้งฝนหนักมากจนความเค็มเปลี่ยนหรือคลื่นแรงจนมวลน้ำผสมกัน ก็อาจไม่เอื้อต่อการสะพรั่งแบบเดียวกันด้วย

ดังนั้นเวลาเห็นทะเลเขียว ไม่ควรฟันธงจากสีเพียงอย่างเดียวว่าเป็นน้ำเสีย คราบน้ำมัน หรือแพลงก์ตอนชนิดใด ต้องเก็บตัวอย่างน้ำตรวจจริงถึงจะบอกได้ชัด และถ้าเห็นน้ำเปลี่ยนสีผิดปกติ มีฟองหนา กลิ่นแรง หรือสัตว์น้ำตาย การเลี่ยงลงเล่นน้ำในบริเวณนั้นไว้ก่อนเป็นทางเลือกที่ง่ายที่สุด

มองอีกมุม ช่วงมรสุมเหมือนทำให้สิ่งที่ปกติกระจายอยู่จนมองไม่เห็น ถูกกวาดมารวมไว้ตรงหน้าเรา ธาตุอาหารมากขึ้นทำให้แพลงก์ตอนเพิ่มจำนวน ส่วนฝน ลม และกระแสน้ำก็พาขยะมารวมตามแนวชายฝั่ง เลยเกิดภาพทะเลเขียวพร้อมขยะเต็มหาดในช่วงเวลาเดียวกัน ทั้งที่เบื้องหลังเป็นคนละกระบวนการ เพียงมีมรสุมเป็นตัวเร่งร่วมกันเท่านั้น

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ตัวซีเคร็ท's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 64 ครั้ง
เขียนโดย ตัวซีเคร็ท
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จาก “สยาม” สู่ “ประเทศไทย” เราเปลี่ยนชื่อประเทศมาแล้วกี่ครั้งอำเภอที่มีคนอยู่น้อยกว่า 5000 คน เพียง 2 อำเภอเท่านั้นในไทย10 จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุดในไทย ทำไมบางพื้นที่ยังเผชิญความยากจน5 อาชีพสุดแปลกแต่รายได้ดี ที่คนรุ่นใหม่เริ่มหันมาทำ ในปี 25697 ประเทศที่มีสอนวิชาภาษาไทย คนไทยอาจไม่รู้ว่าภาษาบ้านเราไปไกลถึงต่างแดน!จังหวัดของไทยที่ขึ้นชื่อว่า “ผู้หญิงสวยที่สุด” มีเอกลักษณ์และเสน่ห์โดดเด่นมากที่สุด5 เมนูเซเว่นยามดึก ที่สายกินยกให้เป็น "ของดีราคาประหยัด"5 คำพูดติดปากสายมู ที่ฮิตใช้กันทั่วบ้านทั่วเมือง ปี 2569จังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียวชาวบ้านบอกเลข 3 คน 3 แนวทาง งวด 16 ต.ค. 2569 สังเกตเลขที่เชื่อมโยงกันในแต่ละชุดรู้หรือไม่? เมืองไทยมีถนนสวยราวกับภาพวาด 10 เส้นทางนี้ต้องไปให้ได้สักครั้งทำไมเวลาที่เรา "หิวดจัดๆ" ถึงมักจะ "อารมณ์เสีย" ง่ายกว่าปกติ?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ประเทศที่เน็ตแรงที่สุดในโลกจาก “สยาม” สู่ “ประเทศไทย” เราเปลี่ยนชื่อประเทศมาแล้วกี่ครั้ง5 อาชีพสุดแปลกแต่รายได้ดี ที่คนรุ่นใหม่เริ่มหันมาทำ ในปี 2569เปิด 5 จังหวัดที่มีทุเรียนราคาสูงที่สุดในไทย จังหวัดไหนครองตลาดพรีเมียมอำเภอที่มีคนอยู่น้อยกว่า 5000 คน เพียง 2 อำเภอเท่านั้นในไทย"ลิซ่า" ร้องไห้หนักมาก! เป็นเพราะอะไร ?..พอรู้ความจริงทำเอาแฟน ๆ ถึงกับยิ้มตาม
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ไส้เดือนต่างจากงูดินอย่างไรจาก “สยาม” สู่ “ประเทศไทย” เราเปลี่ยนชื่อประเทศมาแล้วกี่ครั้งทำไมเวลาที่เรา "หิวดจัดๆ" ถึงมักจะ "อารมณ์เสีย" ง่ายกว่าปกติ?ทำไมกินของอร่อยตอนดึกถึงฟินกว่าปกติ?
ตั้งกระทู้ใหม่