หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ภาษากายคนโกหก แตะจมูก ลูบคอ ขยับคอเสื้อ แปลว่าอะไรแน่

เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน

เวลาเห็นใครพูดแล้วมือเผลอไปแตะจมูก ลูบคอ ดึงปกเสื้อ หรือขยับคอเสื้อ หลายคนจะคิดทันทีว่า นี่แหละ อาการคนโกหก แต่เรื่องนี้ต้องวางให้ตรงตั้งแต่แรกว่า ท่าทางพวกนี้ไม่ใช่เครื่องจับเท็จแบบเปิดปุ๊บรู้ปั๊บ คนที่พูดจริงก็ทำได้ คนที่โกหกเก่งก็อาจนิ่งมากจนดูไม่ออก สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ ทำไมท่าทางเหล่านี้ถึงโผล่บ่อยเวลาคนอยู่ในภาวะกดดันหรือพูดอะไรที่ไม่เต็มปาก

คำตอบแรกอยู่ที่ร่างกายชอบหาอะไรเล็กๆ มาช่วยระบายแรงกดดัน มือที่แตะหน้า แตะคอ เกาคาง จับปกเสื้อ เป็นพฤติกรรมกลุ่มที่นักสังเกตพฤติกรรมมักเรียกว่า การปลอบตัวเองแบบไม่รู้ตัว คล้ายกับเวลานั่งรอผลสอบแล้วแกะเล็บ หมุนปากกา หรือจับโทรศัพท์ทั้งที่ไม่ได้จะใช้จริง สมองกำลังตึง มือก็เลยหาอะไรทำ เพื่อให้ร่างกายรู้สึกว่ากำลังควบคุมสถานการณ์อยู่สักนิด

การโกหกไม่ใช่แค่พูดประโยคปลอมออกมาแล้วจบ เพราะสมองต้องทำหลายอย่างพร้อมกัน ต้องจำเรื่องจริงที่อยากซ่อน ต้องสร้างเรื่องใหม่ให้ฟังขึ้น ต้องดูสีหน้าคนฟัง ต้องคุมเสียงไม่ให้สั่น ต้องระวังไม่ให้รายละเอียดชนกัน ยิ่งเรื่องโกหกซับซ้อน ภาระในหัวก็ยิ่งเยอะ พอภาระทางความคิดเพิ่ม ระบบประสาทอัตโนมัติก็มักเข้ามาเกี่ยว ทั้งหัวใจเต้นเร็วขึ้น เหงื่อออกง่ายขึ้น ปากแห้ง กลืนน้ำลายบ่อย หายใจไม่เป็นจังหวะ หรือรู้สึกร้อนบริเวณหน้าและคอ

จมูกเลยกลายเป็นจุดที่ถูกพูดถึงบ่อย มีงานวิจัยเกี่ยวกับภาพความร้อนของใบหน้าที่เสนอแนวคิดเรื่อง 'พิน็อกคิโอเอฟเฟกต์' โดยพบว่าบริเวณจมูกและหน้าผากอาจมีการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิเมื่อคนอยู่ในภาวะโกหก วางแผน หรือเครียดทางความคิด แต่อย่าเพิ่งแปลว่าโกหกแล้วจมูกร้อนหรือจมูกคันเสมอไป ภาพที่น่าเชื่อกว่าคือ เมื่อร่างกายตื่นตัว ผิวหน้า การไหลเวียนเลือด เหงื่อ และความรู้สึกระคายเล็กๆ อาจเปลี่ยนตาม คนบางคนจึงเผลอแตะจมูก ปาดจมูก หรือเกาข้างจมูกแบบแทบไม่รู้ตัว

ส่วนการลูบคอหรือจับลำคอมีความหมายทางร่างกายค่อนข้างชัด คอเป็นบริเวณที่ไวต่อความรู้สึกและสัมพันธ์กับเสียง ลมหายใจ การกลืน และความรู้สึกปลอดภัย เวลาเกร็งหรือกลัวถูกจับได้ คออาจแห้ง กล้ามเนื้อช่วงคอและกรามตึง เสียงอาจเปลี่ยนเล็กน้อย การเอามือไปลูบคอ แตะลูกกระเดือก หรือจับใต้คาง จึงอาจเป็นทั้งการปลอบตัวเองและการจัดจังหวะร่างกายให้พูดต่อได้

คอเสื้อก็คล้ายกัน เวลาคนเครียด ร่างกายมักไวต่อความอึดอัดมากขึ้น ปกเสื้อที่ปกติไม่รำคาญอาจรู้สึกแน่นขึ้นมาเฉยๆ เหงื่อเล็กน้อยหรือความร้อนตรงคอทำให้เผลอขยับปกเสื้อ ดึงคอเสื้อ หรือแตะกระดุม ทั้งหมดนี้อาจเกิดจากความกดดัน ไม่จำเป็นต้องแปลว่าโกหกอย่างเดียว บางคนพูดต่อหน้าคนเยอะก็ทำแบบนี้ ทั้งที่พูดความจริงทุกคำ

จุดหลอกตาคือ คนดูมักจำท่าทางได้มากกว่าคำพูด ถ้ามีคนพูดว่าไม่ได้ทำอะไรผิด แต่จู่ๆ มือขึ้นไปแตะจมูกหรือดึงปกเสื้อ สมองคนฟังจะจับความไม่เข้ากันระหว่างคำพูดกับภาพตรงหน้า แล้วตีความเป็นพิรุธทันที ทั้งที่จริงอาจเป็นแค่ความตื่นเต้น ความประหม่า อากาศร้อน ภูมิแพ้ คันผิว หรือเสื้อคับก็ได้ นี่คือเหตุผลที่การจับโกหกจากภาษากายเดี่ยวๆ มักพลาดง่าย

งานด้านจิตวิทยาการโกหกจำนวนมากเตือนตรงกันว่า สัญญาณจากร่างกายอย่างหลบตา กระสับกระส่าย แตะหน้า หรือขยับตัว ไม่แม่นพอจะใช้ฟันธงใครโกหก สิ่งที่มีน้ำหนักกว่าคือการดูเป็นชุด ดูจังหวะ และดูเทียบกับนิสัยปกติของคนนั้น เช่น ปกติเป็นคนจับหน้าบ่อยอยู่แล้วหรือเพิ่งทำตอนถูกถามเรื่องสำคัญ ปกติพูดเร็วอยู่แล้วหรือเพิ่งชะงักตอนแตะประเด็นหนึ่ง ปกติขยับคอเสื้อเพราะร้อนหรือเกิดขึ้นทันทีหลังเจอคำถามที่ตอบยาก

ถ้าจะอ่านให้แฟร์ ควรดูสามอย่างพร้อมกัน หนึ่ง ดูฐานเดิมของคนนั้นตอนคุยเรื่องสบายๆ สอง ดูกลุ่มสัญญาณที่เกิดพร้อมกัน เช่น มือแตะจมูก เสียงเบาลง กลืนน้ำลาย ตอบวน และรายละเอียดไม่คงที่ สาม ดูเนื้อเรื่องว่าตรวจสอบได้แค่ไหน คนโกหกบางคนคุมร่างกายได้ดีมาก แต่คุมรายละเอียดระยะยาวยากกว่า โดยเฉพาะเมื่อถูกถามจุดเดิมด้วยวิธีใหม่ หรือมีข้อมูลใหม่เข้ามาให้ต้องปรับเรื่องสดๆ

อีกมุมที่น่าจำคือ คนบริสุทธิ์ที่กลัวถูกเข้าใจผิดอาจดูมีพิรุธกว่าคนโกหกที่ซ้อมมาแล้วด้วยซ้ำ คนที่เครียดง่าย วิตกกังวล ไม่ชอบการปะทะ หรือรู้สึกว่าตัวเองถูกตัดสิน อาจแตะหน้า ลูบคอ ขยับเสื้อ และพูดติดขัด ทั้งที่ไม่ได้ปิดบังอะไร ถ้าตีตราจากท่าทางอย่างเดียว ก็มีโอกาสทำร้ายคนพูดจริงได้เหมือนกัน

ดังนั้น แตะจมูก ลูบคอ หรือขยับคอเสื้อ ควรถูกมองเป็นสัญญาณว่า คนตรงหน้าอาจกำลังไม่สบายใจ มากกว่าจะเป็นป้ายบอกว่าโกหกแน่นอน ภาษากายเป็นเหมือนควัน ไม่ใช่ไฟ เห็นควันแล้วควรถามต่ออย่างใจเย็น ดูบริบท ดูคำพูด ดูหลักฐาน และดูความต่อเนื่องของเรื่อง ถ้าความจริงแข็งแรง มันมักยืนได้แม้ถูกถามซ้ำ แต่ถ้าเรื่องถูกสร้างขึ้นสดๆ รอยรั่วมักไม่ได้อยู่ที่ปลายนิ้วซึ่งแตะจมูก แต่อยู่ตรงรายละเอียดที่เริ่มไม่เข้าที่เข้าทางนั่นแหละ

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เรื่องดีดีมีทุกวัน's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 50 ครั้ง
เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
บอล ซุปเปอร์บอล มาแล้ว! แนวทางหวยงวด 1 ก.ย. 69 เน้นวิ่ง 9-6อำเภอของไทยที่เสี่ยงอันตรายที่สุด ที่จะเจอกับภัยพิบัติแผ่นดินไหว5 คณะที่เรียนจบแล้วอาจต้องเจอกับการแข่งขันสูงในยุค AIส่อง “เลขน่าซื้อที่สุด” งวด 1 ก.ย. 2569 คัดเฉพาะเลขชนสำนักดัง ลุ้นรวยรับต้นเดือน! (รวมมิตรจบในกระทู้เดียว)จอมขมังเวทย์มาแล้ว! งวด 1/9/69 ส่องเลขเด่นบน 6 เด่นล่าง 910 เลขขายดี "สลากใบแดง" งวดวันที่ 1 กันยายน 25695 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาทสลาก 5 ภาค งวด 1/9/69 เปิดแนวทางเลขเด็ด เลขดัง คอหวยลองส่องส่องเลขเด็ด AI วิเคราะห์เลขท้าย 2 ตัว งวด 1 ก.ย. 2569 คัดตัวเต็งที่น่าซื้อที่สุดมาให้แล้วเปิดรายได้ "คนขายที่ปัดน้ำฝนข้างทาง" ขายดีขนาดไหน?ตะลึง! 6 มอนิเตอร์จอแก้ว CRT สำหรับเล่นเกมเก่า ที่ราคามือสองพุ่งแพงกว่าจอ OLED โรงหนังจีนเปิดบริการใหม่ "หลับให้สบาย" จ่ายไม่ถึง 200 บาทต่อเดือน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สัตว์ที่เกือบจะสูญพันธุ์จากประเทศไทย แต่กลับมาพบเพิ่มจำนวนได้อีกครั้ง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
5 สุดยอดเกมแรกๆที่เข้ามาในไทยครั้งแรกมีเกมอะไร จำกันได้ไหม 5 ของกินแก้เจ็บคอแบบไทยๆ ที่ประหยัดและเห็นผลดีกว่ายาแผนปัจจุบัน 5 เครื่องครัวไทยโบราณ ที่ทนทานใช้ยาวนานจนรุ่นลูก ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อย 10 เมนูอาหารเช้าไทย ที่ประหยัดเวลาและเซฟเงินในกระเป๋าได้ดีที่สุด 
ตั้งกระทู้ใหม่