ตากลอกซ้ายขวา บอกได้จริงไหมว่าใครกำลังจำหรือแต่งเรื่อง
เวลาถามอะไรสักอย่างแล้วอีกฝ่ายกลอกตาขึ้นซ้าย ขึ้นขวา หรือหลบตาแวบหนึ่ง หลายคนจะเริ่มมีเสียงในหัวทันทีว่า “อ้าว กำลังโกหกหรือเปล่า?” เรื่องนี้ดังมากในสายภาษากาย โดยเฉพาะแนวคิดที่ชื่อว่า Eye Accessing Cues หรือถ้าแปลแบบบ้านๆ คือ “ตำแหน่งตาที่บอกว่าสมองกำลังเข้าถึงข้อมูลแบบไหน” ฟังดูเหมือนมีแผนที่ลับในหัวมนุษย์ แค่มองตาก็แยกได้ว่าอีกฝ่ายกำลังนึกภาพจริงจากความจำ หรือกำลังปั้นภาพใหม่ขึ้นมา
ทฤษฎีนี้มักถูกโยงกับเอ็นแอลพี หรือ Neuro-Linguistic Programming ซึ่งเคยสอนกันว่า คนถนัดขวาถ้ามองขึ้นทางซ้าย อาจกำลังนึกภาพจากความทรงจำ แต่ถ้ามองขึ้นทางขวา อาจกำลังสร้างภาพขึ้นใหม่ บางเวอร์ชันยังแตกไปอีกว่า มองด้านข้างเกี่ยวกับเสียง มองลงเกี่ยวกับความรู้สึกหรือบทสนทนาในใจ ฟังแล้วจำง่ายมาก เลยถูกเอาไปใช้ในคอร์สสื่อสาร งานขาย การสัมภาษณ์ ไปจนถึงคลิปจับโกหกตามโซเชียล
ปัญหาคือ “จำง่าย” ไม่ได้แปลว่า “แม่น”
งานวิจัยที่ถูกพูดถึงบ่อยคือบทความในวารสาร PLOS ONE ปี 2012 ชื่อ The Eyes Don’t Have It: Lie Detection and Neuro-Linguistic Programming ทีมวิจัยทดสอบแนวคิดนี้หลายแบบ ทั้งให้คนพูดจริง-พูดเท็จแล้วดูทิศทางตา ให้บางกลุ่มเรียนกฎจับตาแบบเอ็นแอลพีก่อนตัดสิน และวิเคราะห์คลิปสาธารณะของคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องจริงกับเรื่องโกหก ผลออกมาไม่เข้าข้างตำนานเลย ไม่มีหลักฐานพอที่จะบอกว่าแพตเทิร์นกลอกตาซ้ายขวาแบบนั้นช่วยจับโกหกได้จริง
พูดให้ง่ายกว่านั้นคือ ถ้าเห็นใครมองขึ้นขวาตอนตอบคำถาม ยังสรุปไม่ได้ว่าเขากำลังแต่งเรื่อง และถ้าเห็นใครมองขึ้นซ้าย ก็ยังสรุปไม่ได้ว่าเขากำลังดึงความจำแท้ๆ จากหัวออกมาเช่นกัน
แล้วทำไมคนถึงยังรู้สึกว่า “มันน่าจะจริง”? เพราะตาของคนขยับตามความคิดอยู่จริง แค่ไม่ได้แปลตรงตัวเป็นสูตรจับโกหกแบบตารางสำเร็จรูป เวลาสมองใช้แรงคิด อาจเกิดการมองออกไปทางอื่นเพื่อช่วยลดสิ่งรบกวน บางคนมองเพดานตอนนึกชื่อเพื่อนเก่า บางคนมองพื้นตอนเรียบเรียงประโยค บางคนหลบตาเพราะเขิน ประหม่า เหนื่อย ไม่ถนัดสบตา หรือกำลังใช้สมาธิ ไม่ใช่เพราะมีความลับเสมอไป
อีกจุดที่ทำให้เรื่องนี้หลอกใจเก่ง คือมนุษย์ชอบหาแพตเทิร์นจากสิ่งเล็กๆ เห็นคนตอบช้า มองซ้าย ขยับปากนิดหนึ่ง แล้วคำตอบฟังแปลก สมองจะจับทุกอย่างมาร้อยเป็นเรื่องเดียวกันว่า “มีพิรุธ” ทั้งที่จริงอาจมีเหตุผลอื่นเต็มไปหมด เช่น คำถามยาก ภาษาไม่ถนัด กำลังนึกวันที่ให้ตรง หรือไม่สบายใจเพราะถูกจ้องจับผิด
งานด้านการจับโกหกโดยรวมก็ไม่ได้สวยหรูมาก งานวิเคราะห์ขนาดใหญ่ของ Bond และ DePaulo พบว่าโดยเฉลี่ยคนทั่วไปแยกจริงกับเท็จได้ประมาณ 54% เท่านั้น ใกล้เคียงการเดาโยนหัวก้อยกว่าที่หลายคนอยากยอมรับ นี่ไม่ได้หมายความว่ามนุษย์ดูอะไรไม่ออกเลย แต่หมายความว่าสัญญาณเดี่ยวๆ อย่างทิศทางตา การหลบตา หรือการขยับตัว มักอ่อนเกินไปที่จะใช้ตัดสินคน
ที่น่าสนใจคือ งานยุคใหม่บางชิ้นเริ่มใช้เครื่องติดตามสายตาและโมเดลคอมพิวเตอร์ดูรายละเอียดละเอียดกว่าตาเปล่า เช่น จำนวนครั้งของการกะพริบ ระยะการเพ่ง รูปแบบการกวาดตา ขนาดรูม่านตา หรือจังหวะสลับจุดมอง บางการทดลองทำได้ดีขึ้นในสถานการณ์ควบคุม แต่ต้องแยกให้ชัดว่า นั่นคือการวัดด้วยเครื่องมือ ในโจทย์ทดลองเฉพาะ ไม่ใช่การที่คนทั่วไปนั่งมองตาอีกฝ่ายแล้วฟันธงได้จากซ้ายหรือขวา
ถ้าอยากสังเกตคนโกหกให้รอบคอบกว่าเดิม ควรเลิกไล่จับ “ตาไปทางไหน” แล้วหันไปดูเนื้อเรื่องกับบริบทแทน เช่น คำตอบสอดคล้องกับข้อมูลเดิมไหม รายละเอียดเปลี่ยนทุกครั้งที่เล่าหรือเปล่า มีส่วนไหนเลี่ยงคำถามสำคัญแบบผิดธรรมชาติไหม เมื่อถามต่อแบบไม่กดดัน รายละเอียดเพิ่มขึ้นอย่างสมเหตุสมผล หรือยิ่งเละเป็นก้อนใหม่ ส่วนภาษากายใช้ได้แค่เป็นตัวประกอบ ไม่ใช่คำพิพากษา
วิธีที่แฟร์กว่าคือสังเกต “ความเปลี่ยนจากปกติของคนคนนั้น” ไม่ใช่เอากฎเดียวไปครอบทุกคน คนบางคนสบตาน้อยเป็นนิสัย คนบางคนมองขึ้นฟ้าทุกครั้งที่คิดเลข คนบางคนขยับมือเยอะเวลาเล่าเรื่องจริงด้วยซ้ำ ถ้าไม่รู้พื้นฐานนิสัยเดิม การตีความจากท่าทางเล็กๆ มีโอกาสพลาดสูงมาก
สรุปแบบใช้งานได้ทันทีคือ Eye Accessing Cues เป็นไอเดียที่เล่าแล้วติดหู แต่หลักฐานวิทยาศาสตร์ยังไม่รองรับในฐานะเครื่องจับโกหก ตากลอกซ้ายขวาอาจบอกว่าอีกฝ่ายกำลังคิด กำลังค้นคำ กำลังเรียบเรียง หรือกำลังรับมือกับแรงกดดัน แต่ยังไม่พอจะบอกว่า “จำจริง” หรือ “แต่งเรื่อง” ได้แบบมั่นใจ ถ้าจะจับความจริง ให้ฟังเรื่องที่เล่า ตรวจข้อมูล ถามต่ออย่างนิ่งๆ แล้วอย่าให้แผนที่ตาแบบสำเร็จรูปทำให้ตัดสินคนเร็วเกินไป
ทำไมเราถึงสะอึก เสียงอึ๊กเกิดจากสายเสียงปิด ไม่ใช่ฝาปิดกล่องเสียงตกใจ
สถิติเลขคนถามหาทุกแผง งวดที 16 ส.ค. 69
ซูมน้ำตกก๋วยเตี๋ยวเรือให้ชัด แล้วจะเห็นโลกจิ๋วที่ลอยอยู่ในทุกคำ
ถนนที่โค้งเยอะที่สุดในไทย
ทำไมเวลาเป็นหวัดถึงไอ? รู้จักกลไกธรรมชาติที่ช่วยเคลียร์ทางเดินหายใจ
โซซิโอพาธกับไซโคพาธต่างกันยังไง ทำไมคนหนึ่งนิ่งเนียน แต่อีกคนหุนหันง่าย
8 ของกินที่หลายคนคิดว่าเป็นอาหารไทย แต่จริง ๆ มีบ้านเกิดอยู่ต่างประเทศ
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 สิงหาคม 2569
เจาะแนวทางชุดสรุปจาก “ดุ่ย ภรัญฯ”..16 ส.ค. 69
5 เมนูฟาสต์ฟู้ดไอเดียหลุดกรอบ ที่เคยมีขายจริง
เปิดสถิติ เลขไหนยังไม่เคยออกเลย งวด 16 สิงหาคม ย้อนหลังหลายสิบปี
คดีวางแผนดี กับคดีหลุดเพราะอารมณ์ บอกนิสัยอาชญากรต่างกันยังไง
โซซิโอพาธกับไซโคพาธต่างกันยังไง ทำไมคนหนึ่งนิ่งเนียน แต่อีกคนหุนหันง่าย
มดเดินสวนกันแล้วแตะหนวด เพราะกำลังเช็กข่าวจากเพื่อนร่วมรัง
JOMO กับ FOMO ต่างกันยังไง ทำไมความสุขแบบไม่ต้องตามใครถึงน่าสนใจ
เสน่ห์แรกพบของคนหลงตัวเอง ทำไมดูน่าคุย มีพลัง และชวนหลงเชื่อได้ง่าย
ทำไมเสียงคนประหม่าถึงแหลมขึ้น แหบลง หรือสั่นทันที
ภาษากายคนโกหก แตะจมูก ลูบคอ ขยับคอเสื้อ แปลว่าอะไรแน่



