หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

5 กลไกในร่างกาย ที่ทำงานเงียบๆ เหมือนเครื่องจักรสังหาร คอยล็อกเป้า เจาะ ทำลาย และกำจัดเชื้อโรค แบบแม่นยำ ทุกวัน

เขียนโดย evileyes

ในตัวมีทั้งหน่วยไล่ล่า เครื่องเจาะ และห้องกรด


ในร่างกายไม่มีใบมีด ไม่มีปืน และไม่มีระเบิด แต่มีระบบที่ล็อกเป้า เจาะเยื่อหุ้ม ปล่อยสารทำลาย และย่อยศัตรูเป็นชิ้นเล็กๆ ได้จริง ฟังดูเหมือนฉากจากหนังไซไฟ แต่ทั้งหมดกำลังเกิดขึ้นในระดับเซลล์แทบตลอดเวลา จุดสำคัญคือคำว่า เครื่องจักรสังหาร ตรงนี้เป็นภาพเปรียบเทียบ เพราะระบบเหล่านี้ไม่ได้ฆ่าทุกอย่างแบบสุ่ม แต่ทำงานผ่านสัญญาณ ตัวรับ และกลไกควบคุมหลายชั้น

1. นิวโทรฟิล หน่วยจู่โจมที่พกสารคล้ายโรงงานเคมี
พอเชื้อโรคฝ่าแนวกั้นเข้ามา นิวโทรฟิลมักเป็นเซลล์กลุ่มแรกๆ ที่รีบไปถึงจุดอักเสบ มันจับและกลืนเชื้อเข้าไปอยู่ในถุงภายในเซลล์ แล้วเปิดกระบวนการที่เรียกว่าออกซิเดทีฟเบิร์สต์ ระบบเอนไซม์จะสร้างสารออกซิไดซ์หลายชนิดเพื่อทำลายเชื้อ หนึ่งในนั้นเกี่ยวข้องกับไฮโปคลอไรต์ ซึ่งอยู่ในตระกูลสารเคมีเดียวกับฤทธิ์ฆ่าเชื้อของน้ำยาฟอกขาว แถมบางครั้งนิวโทรฟิลยังปล่อยโครงข่ายจากสารพันธุกรรมและโปรตีนออกไปดักเชื้อด้านนอก คล้ายทอดแหเหนียวๆ ปิดทางหนี ภาพนี้ดูทรงพลัง แต่มีราคาต้องจ่าย เพราะสารเหล่านี้ทำร้ายเนื้อเยื่อรอบข้างได้เช่นกัน ถ้าการอักเสบรุนแรงหรือยืดเยื้อ หน่วยจู่โจมที่ช่วยชีวิตก็อาจสร้างความเสียหายร่วมไปด้วย

2. ทีเซลล์พิฆาตกับเซลล์นักฆ่าตามธรรมชาติ หน่วยล็อกเป้าระดับเซลล์
เซลล์ติดไวรัสและเซลล์ที่กลายพันธุ์บางชนิดไม่ได้ลอยอยู่นอกร่างกายให้จับง่ายๆ มันซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางเซลล์ปกติ หน่วยที่รับงานนี้คือทีเซลล์พิฆาตและเซลล์นักฆ่าตามธรรมชาติ ทีเซลล์พิฆาตตรวจชิ้นส่วนโปรตีนที่เซลล์นำมาแสดงบนผิว ถ้าพบลายเซ็นผิดปกติ จะสร้างจุดสัมผัสแนบกับเป้าหมายแล้วปล่อยเพอร์ฟอรินกับแกรนไซม์ เพอร์ฟอรินช่วยเปิดทางให้แกรนไซม์เข้าไปกระตุ้นโปรแกรมตายของเซลล์ เป้าหมายจึงถูกสั่งให้รื้อระบบตัวเองอย่างเป็นขั้นตอน ส่วนเซลล์นักฆ่าตามธรรมชาติใช้สมดุลระหว่างสัญญาณกระตุ้นและสัญญาณห้ามยิง หากเซลล์ลดเครื่องหมายปกติบางอย่างเพื่อหลบภูมิคุ้มกัน ก็อาจยิ่งถูกมองว่าน่าสงสัย นี่ไม่ใช่การระเบิดเป้าหมายแบบมั่วๆ แต่คล้ายหน่วยตรวจสอบบัตรที่มีคำสั่งปิดระบบจากภายใน

3. ระบบคอมพลีเมนต์ ชุดชิ้นส่วนที่ประกอบตัวเป็นเครื่องเจาะ
ในเลือดมีโปรตีนคอมพลีเมนต์หลายชนิดลอยอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน เมื่อได้รับสัญญาณเหมาะสม โปรตีนเหล่านี้จะกระตุ้นต่อกันเป็นลูกโซ่ บางส่วนทำหน้าที่ติดป้ายเชื้อให้เซลล์ภูมิคุ้มกันมองเห็นง่ายขึ้น บางส่วนเรียกกำลังเสริม และช่วงปลายของกระบวนการสามารถประกอบเป็นคอมเพล็กซ์โจมตีเยื่อหุ้ม โปรตีนตั้งแต่ซีห้าบีถึงซีเก้าจะรวมกันบนผิวเป้าหมายจนเกิดช่องทะลุเยื่อหุ้ม ทำให้สมดุลไอออนและน้ำของเซลล์เสียไป จนนำไปสู่การแตกสลายของเชื้อบางชนิด ความน่าทึ่งอยู่ตรงที่ไม่มีชิ้นไหนทำงานเหมือนสว่านสมบูรณ์เพียงลำพัง แต่พอประกอบตามลำดับกลับกลายเป็นรูเจาะระดับนาโนได้

4. อีโอซิโนฟิล หน่วยรับมือศัตรูที่ใหญ่เกินจะกลืน
แบคทีเรียหลายชนิดยังพอกลืนเข้าเซลล์ได้ แต่พยาธิบางชนิดมีขนาดใหญ่จนวิธีนั้นใช้ไม่ได้ อีโอซิโนฟิลจึงเปลี่ยนจากการกลืนเป็นการปล่อยคลังสารออกไปบนผิวเป้าหมาย ภายในเม็ดแกรนูลมีโปรตีนประจุบวกและสารก่อการอักเสบที่เป็นพิษต่อพยาธิ วิธีนี้เหมือนยิงสารทำลายใส่วัตถุขนาดใหญ่จากภายนอก จุดอ่อนคือกระสุนไม่รู้จักคำว่าเก็บงานให้สะอาด ถ้าถูกกระตุ้นผิดที่หรือมากเกินไป สารจากอีโอซิโนฟิลสามารถทำร้ายเยื่อบุ ทางเดินหายใจ และเนื้อเยื่อของร่างกายเอง จึงเกี่ยวข้องทั้งกับการป้องกันพยาธิและโรคภูมิแพ้หลายแบบในเวลาเดียวกัน

5. กรดในกระเพาะ ด่านเคมีที่ไม่ต้องมีเซลล์ออกไล่ล่า
อาหารและน้ำพาเชื้อจำนวนมากเข้าสู่ร่างกายทุกวัน ก่อนจะไปถึงลำไส้ สิ่งเหล่านี้ต้องผ่านสภาพแวดล้อมที่เป็นกรดจัดในกระเพาะ ความเป็นกรดช่วยลดจำนวนจุลชีพที่กลืนเข้าไป และทำให้โปรตีนหลายชนิดเสียรูป จึงทำหน้าที่เหมือนคูเมืองเคมีมากกว่าจะเป็นนักล่าเดินได้ ถึงกระนั้นด่านนี้ไม่ใช่กำแพงไร้ช่องโหว่ เชื้อบางชนิดทนกรดหรือมีวิธีสร้างสภาพแวดล้อมรอบตัวให้เหมาะกับการอยู่รอด เชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร เป็นตัวอย่างดังที่ปรับตัวอยู่ในกระเพาะได้ จึงไม่ควรตีความว่ากรดฆ่าเชื้อได้ทุกชนิดหรือใช้แทนระบบภูมิคุ้มกันส่วนอื่น

ความโหดของระบบเหล่านี้อยู่คู่กับเบรกเสมอ


สิ่งที่ชวนมองร่างกายใหม่คือ พลังทำลายกับความปลอดภัยถูกวางไว้ข้างกันตลอด นิวโทรฟิลมีอายุสั้นและถูกกำจัดหลังจบภารกิจ ทีเซลล์ต้องผ่านการจำแนกเป้าหมาย คอมพลีเมนต์มีโปรตีนคอยเบรก อีโอซิโนฟิลถูกควบคุมด้วยสัญญาณหลายชั้น ส่วนกระเพาะมีเมือกและไบคาร์บอเนตช่วยปกป้องผนังตัวเอง พอระบบควบคุมเสีย เครื่องมือป้องกันจึงหันมาทำร้ายร่างกายเองได้ ทั้งการอักเสบ ภูมิแพ้ ภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง หรือความเสียหายต่อเนื้อเยื่อ สรุปแบบภาษาคนคุยกันก็คือ ร่างกายไม่ได้อยู่รอดเพราะมีอาวุธแรงที่สุด แต่อยู่รอดเพราะรู้ว่าเมื่อไรควรเปิดใช้ เล็งตรงไหน และหยุดตอนไหน

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
evileyes's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 1 ครั้ง
เขียนโดย evileyes
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
สถิติเลขคนถามหาทุกแผง งวดที 16 ส.ค. 69พาแฟนมาค้าง 1 คืน แต่เจ้าของหอพักเก็บเพิ่ม 300 บาท + ค่าน้ำ 50 บาทเจาะแนวทางชุดสรุปจาก “ดุ่ย ภรัญฯ”..16 ส.ค. 69ซูมน้ำตกก๋วยเตี๋ยวเรือให้ชัด แล้วจะเห็นโลกจิ๋วที่ลอยอยู่ในทุกคำด่วน! เหตุยิงในรร.ดังย่านนนทบุรี เบื้องต้นผู้บาดเจ็บกว่า 5 ราย เจ้าหน้าที่เร่งปิดล้อมพื้นที่ ล่าสุดผู้ก่อเหตุวิสามัญฯตัวเองพายุฝนฟ้าคะนอง อันตรายใกล้ตัวกว่าที่คิด และวิธีเอาตัวรอดจาก “สายฟ้ามรณะ”ครูแดงแจงหมดเปลือก! ยันไม่ได้ด่าเด็กทั้งเจน เผยความจริงหลังโพสต์ไวรัล คนแชร์จนเรื่องบานปลายTwelve Apostles เสาหินกลางทะเล ผู้บันทึกเรื่องราวนับล้านปีแห่งชายฝั่งออสเตรเลีย“กระทรวงแพทยา” หน่วยงานลึกลับในอดีต ที่ถูกขนานนามว่าเป็นกระทรวงเวทมนตร์ของไทยเปิดสถิติ เลขไหนยังไม่เคยออกเลย งวด 16 สิงหาคม ย้อนหลังหลายสิบปีถนนที่โค้งเยอะที่สุดในไทยก่อนโคคา-โคลา 103 ปี เปิดประวัติ “ชเวปส์” ผู้บุกเบิกโลกน้ำอัดลม
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
โรคกรดไหลย้อน อาการแสบร้อนกลางอก และวิธีดูแลตัวเองด่วน! เหตุยิงในรร.ดังย่านนนทบุรี เบื้องต้นผู้บาดเจ็บกว่า 5 ราย เจ้าหน้าที่เร่งปิดล้อมพื้นที่ ล่าสุดผู้ก่อเหตุวิสามัญฯตัวเองก่อนโคคา-โคลา 103 ปี เปิดประวัติ “ชเวปส์” ผู้บุกเบิกโลกน้ำอัดลม
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
ทำไมเงาตอนบ่ายถึงยาวขึ้น แค่สามเหลี่ยมหนึ่งรูปก็อธิบายคณิตศาสตร์รอบตัวได้หมดHPV กับ HIV ชื่อคล้ายกัน แต่เป็นคนละไวรัส ต่างกันตรงไหน ตรวจแบบใด และป้องกันอย่างไร ให้ถูกทางเทคโนโลยีทันสมัย หัวใจต้องเด็ดเดี่ยวและตัดสินใจเร็วแค่ไหนถึงเรียกล้ำเส้น เมื่อความสนิทไม่ใช่ใบอนุญาตให้ละเมิดขอบเขตทางเพศของใคร
ตั้งกระทู้ใหม่