หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ถ้ามีเงิน 100 บาท เมื่อเกือบ 60 ปีก่อน จะใช้ซื้ออะไรได้บ้าง

เขียนโดย thoughtloop

เวลาที่คุยกับคนอายุ 70 ขึ้นมักจะได้ยินประโยคประมาณว่า

"สมัยนั้นเงินร้อยบาทนี่เยอะมากเลยนะ"

ฟังแล้วหลายคนอาจนึกภาพไม่ออก เพราะทุกวันนี้เงิน 100 บาท เดินเข้าร้านสะดวกซื้อไม่กี่นาทีก็แทบหมดแล้ว

ถ้าย้อนเวลากลับไปราว 50 ปีก่อน หรือช่วงกลางทศวรรษ 2510 เงิน 100 บาท

ถือว่าเป็นเงินก้อนพอสมควรสำหรับคนทั่วไป แม้จะไม่ได้ทำให้เป็นคนรวย แต่ก็ซื้อของได้มากกว่าที่หลายคนคิด

 

ขึ้นรถเมล์ได้เกือบทั้งเดือน

ช่วงนั้น รถเมล์ในกรุงเทพฯ ค่าโดยสารเริ่มต้นเพียงประมาณ 1 ถึง 2 บาทต่อเที่ยว ตามระยะทางและประเภทรถ

นั่นหมายความว่า เงิน 100 บาท สามารถขึ้นรถเมล์ได้ประมาณ 50 ถึง 100 เที่ยว

สำหรับคนทำงานคนหนึ่ง ถือว่าใช้เดินทางได้หลายสัปดาห์เลยทีเดียว

 

กินก๋วยเตี๋ยวได้หลายสิบชาม

ในช่วงปลายทศวรรษ 2510 ถึงต้นทศวรรษ 2520

ก๋วยเตี๋ยวหรือข้าวราดแกงทั่วไป มีราคาประมาณ 3 ถึง 5 บาทต่อจาน แล้วแต่ร้านและพื้นที่

ถ้ามีเงิน 100 บาท ก็สามารถกินได้ประมาณ 20 ถึง 30 มื้อ

สำหรับเด็กนักเรียนในยุคนั้น เงินค่าขนมวันละไม่กี่บาทก็อิ่มได้แล้ว

 

ดูหนังได้หลายเรื่อง

โรงภาพยนตร์ในยุคนั้นยังเป็นสถานที่พักผ่อนยอดนิยม

ค่าตั๋วหนังโดยทั่วไปอยู่ราว 10 ถึง 20 บาท

ดังนั้น เงิน 100 บาท สามารถดูหนังได้ประมาณ 5 ถึง 10 เรื่อง

หลายคนยังจำบรรยากาศโรงหนังแบบชั้นหนึ่ง ชั้นสอง หรือโรงหนังกลางแปลงได้เป็นอย่างดี

 

เติมน้ำมันได้หลายสิบลิตร

ราคาน้ำมันในยุคนั้นยังอยู่เพียง ไม่กี่บาทต่อลิตร

หากมีเงิน 100 บาท ก็สามารถเติมน้ำมันได้หลายสิบลิตร ซึ่งเพียงพอสำหรับการเดินทางไกลในสมัยนั้น

 

ซื้อข้าวสารได้หลายกระสอบเล็ก

แม้ว่าราคาข้าวจะเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล แต่เมื่อเทียบกับรายได้ในยุคนั้น ข้าวสารยังมีราคาถูกกว่าปัจจุบันมาก

หลายครอบครัวนิยมซื้อข้าวสารครั้งละมาก ๆ เก็บไว้กินทั้งเดือน เพราะถือเป็นค่าใช้จ่ายหลักของบ้าน

ข้อมูลราคาข้าวในช่วงทศวรรษ 2510 ก็สะท้อนว่าข้าวยังมีราคาต่ำกว่าปัจจุบันหลายเท่า

 

ขนมของเด็ก ๆ

ถ้าเป็นเด็กเมื่อประมาณ 50 ปีก่อน

เงิน 100 บาทแทบจะเหมือนสมบัติก้อนใหญ่

เพราะขนมหลายชนิดราคาเพียงไม่กี่สตางค์ถึงประมาณ 1 บาท

ลูกอม ขนมปังกรอบ น้ำหวาน น้ำแข็งไส หรือไอศกรีมรถเข็น ล้วนเป็นของที่เด็ก ๆ ซื้อกินได้จากเงินค่าขนมเพียงไม่กี่บาท

 

แล้วเงินเดือนตอนนั้นล่ะ

หลายคนอาจคิดว่า ถ้าของถูกขนาดนี้ ชีวิตคงสบายมาก

แต่ความจริงไม่ใช่ ช่วงกลางทศวรรษ 2510 ประเทศไทยเพิ่งเริ่มมีการกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำ โดยอยู่ที่ประมาณ 20 ถึง 35 บาทต่อวัน ตามช่วงเวลาและพื้นที่

ถ้าคิดง่าย ๆ คนทำงานที่ได้รับค่าแรงขั้นต่ำ ต้องทำงานประมาณ 4 ถึง 5 วัน จึงจะมีเงินครบ 100 บาท

ดังนั้น เงิน 100 บาทในยุคนั้น จึงไม่ได้เป็นเงินเล็กน้อยเหมือนทุกวันนี้ แต่เป็นเงินที่ต้องแลกมาด้วยการทำงานหลายวัน

 

ผู้ใหญ่หลายคนชอบพูดว่า

"เมื่อก่อนทุกอย่างถูกกว่านี้"

ประโยคนี้เป็นเรื่องจริง

แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า รายได้ของผู้คนในยุคนั้นก็ต่ำกว่าปัจจุบันมากเช่นกัน

โทรทัศน์หนึ่งเครื่อง อาจต้องเก็บเงินหลายเดือน

ตู้เย็นถือเป็นของหรูในหลายบ้าน

โทรศัพท์บ้านยังมีไม่กี่ครัวเรือน

การซื้อรถยนต์สักคัน เป็นเพียงความฝันของคนจำนวนมาก

 

เงิน 100 บาทในวันนั้น กับเงิน 100 บาทในวันนี้

หากมองเฉพาะตัวเลข เงิน 100 บาทยังคงเป็นธนบัตรสีแดงเหมือนเดิม

แต่คุณค่าของมันเปลี่ยนไปตามกาลเวลา

เมื่อประมาณ 50 ปีก่อน เงินจำนวนนี้พาคนคนหนึ่งขึ้นรถเมล์ได้เป็นเดือน กินข้าวได้หลายสิบมื้อ และยังเหลือเงินติดกระเป๋า

วันนี้ เงิน 100 บาทอาจซื้ออาหารได้เพียงหนึ่งหรือสองมื้อ

ตัวเลขเท่าเดิม แต่เรื่องราวที่อยู่เบื้องหลังต่างกันอย่างสิ้นเชิง

 

หมายเหตุ: ราคาสินค้าในอดีตแตกต่างกันตามจังหวัด ช่วงปี และประเภทสินค้า ตัวเลขในบทความเป็นช่วงราคาโดยประมาณเพื่อให้เห็นภาพรวมของค่าครองชีพในยุคนั้น ไม่ใช่ราคาที่ใช้ได้กับทุกพื้นที่ในเวลาเดียวกัน

เนื้อหาโดย: thoughtloop
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
thoughtloop's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 69 ครั้ง
เขียนโดย thoughtloop
เริ่มจาก Thoughtloop ...
พอได้สังเกตสิ่งรอบตัว แล้วกลั่นออกมาเป็นตัวอักษร
เล่าเรื่องธรรมดาในวันที่หลายคนอาจมองข้าม
ความคิดเล็ก ๆ ที่อาจตรงกับใจของใครสักคน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
หมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คนน้ำผึ้งหนึ่งช้อนชาต้องใช้ผึ้งงานกี่ตัวชนสำนักใหญ่! ส่องเลขเด็ดงวด 1 ตุลาคม เสือตกถังพลังเงินดี ปะทะ ม้าสีหมอก ตัวไหนเด่น ตัวไหนชน มาคุยกัน!ข้อมูลในโทรศัพท์ของเรามาจากไหน? มือถือเครื่องเดียวอาจเก็บเรื่องราวของเราไว้มากกว่าที่คิดโรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทยสถิติย้อนหลัง 10 ปี ออกเลขไหนบ้างมาดูกันอำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย4 โรงเรียนชายล้วนเก่าแก่ของไทย ที่ยังเปิดสอนถึงปัจจุบันโรงเรียนหญิงล้วนของรัฐบาล ที่เด็กอยากเข้าเรียนที่สุดโรงแรมไทยที่ได้ 3 MICHELIN Keys ระดับสูงสุด มีเพียง 6 แห่งในประเทศ!เทพไท้ซิ่งเอี๊ย งวด 1 ต.ค. 69 เปิดชุดเลขเด่น 0 และ 3ตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
โรงแรมไทยที่ได้ 3 MICHELIN Keys ระดับสูงสุด มีเพียง 6 แห่งในประเทศ!
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ทำไมบ้านเลขที่ 23–24 Leinster Gardens จึงไม่มีห้องอยู่ด้านหลังลาออกจากงานมาทำฟรีแลนซ์ คุ้มจริงไหม?คาสิโนเวกัสและมาเก๊าไม่มีนาฬิกากับหน้าต่างจริงหรือไม่น้ำผึ้งหนึ่งช้อนชาต้องใช้ผึ้งงานกี่ตัว
ตั้งกระทู้ใหม่