หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมแมลงเม่าจึงบินเข้ากองไฟ? ไขปริศนาระบบนำทางที่ถูกแสงประดิษฐ์หลอกลวง

เขียนโดย dukedick

ทำไมแมลงเม่าจึงบินเข้ากองไฟ? ไขปริศนาระบบนำทางที่ถูกแสงประดิษฐ์หลอกลวง

ทุกครั้งที่ฝนตกลงมาใหม่ ๆ แล้วอากาศเริ่มอบอ้าว เรามักเห็นแมลงเม่าจำนวนมากบินออกมาจากรัง ก่อนจะพากันวนเวียนอยู่รอบหลอดไฟหน้าบ้าน บางตัวบินชนกำแพง บางตัวร่วงลงพื้น และบางตัวอาจพุ่งเข้าใกล้เปลวไฟจนปีกไหม้ ภาพที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่านี้ทำให้ผู้คนตั้งคำถามกันมานานว่า เหตุใดแมลงเหล่านี้จึงดูเหมือนหลงใหลแสงสว่าง ทั้งที่มันอาจนำไปสู่ความตายของพวกมันเอง

ความจริงแล้ว แมลงเม่าไม่ได้บินเข้าหาไฟเพราะชอบความร้อน หรือหลงใหลแสงสว่างเหมือนมนุษย์ชื่นชมดวงไฟสวยงาม แต่พฤติกรรมดังกล่าวน่าจะเกิดจากระบบควบคุมการบินตามธรรมชาติ ซึ่งวิวัฒนาการขึ้นในโลกที่ยามค่ำคืนมีเพียงแสงจากท้องฟ้า ดวงจันทร์ ดวงดาว และแสงอ่อน ๆ จากบรรยากาศเท่านั้น

ก่อนอื่นควรทำความเข้าใจว่า “แมลงเม่า” ที่เราเห็นบินออกมาเป็นฝูงหลังฝนตกนั้น แท้จริงคือปลวกในระยะสืบพันธุ์ ปลวกหนุ่มสาวเหล่านี้มีปีกและออกจากจอมปลวกเพื่อจับคู่กัน ก่อนจะสลัดปีกแล้วเริ่มสร้างอาณาจักรแห่งใหม่ อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมบินวนรอบแสงไม่ได้เกิดกับแมลงเม่าเพียงชนิดเดียว แต่ยังพบในผีเสื้อกลางคืน แมลงวัน ด้วง และแมลงบินยามค่ำคืนอีกหลายกลุ่มด้วย

คำอธิบายที่ได้รับความนิยมมาเป็นเวลานานคือ แมลงอาศัยดวงจันทร์และดวงดาวเป็นเข็มทิศ โดยพยายามรักษามุมระหว่างลำตัวกับแหล่งกำเนิดแสงให้คงที่ เนื่องจากดวงจันทร์อยู่ไกลมาก แสงจึงดูเหมือนมาจากทิศทางเดิมตลอดเวลา การรักษามุมกับดวงจันทร์จึงช่วยให้แมลงบินตรงไปข้างหน้าได้

แต่เมื่อแมลงพยายามใช้วิธีเดียวกันกับหลอดไฟหรือกองไฟซึ่งอยู่ใกล้มาก ตำแหน่งของแสงจะเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วทุกครั้งที่มันเคลื่อนที่ แมลงจึงต้องเลี้ยวแก้ทิศทางอยู่ตลอดเวลา เส้นทางการบินจึงค่อย ๆ โค้งเป็นวงหรือเป็นเกลียวรอบแหล่งกำเนิดแสง จนดูเหมือนว่ามันกำลังตั้งใจบินเข้าไปหาไฟ

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสาร Nature Communications เมื่อปี 2024 เสนอคำอธิบายที่ละเอียดและแตกต่างออกไป นักวิจัยใช้กล้องอินฟราเรดความเร็วสูงติดตามเส้นทางการบินของแมลงหลายชนิด ทั้งในห้องทดลองและในป่าของประเทศคอสตาริกา ผลการสังเกตพบว่า แมลงส่วนใหญ่ไม่ได้หันหัวพุ่งตรงเข้าหาหลอดไฟ แต่กลับพยายามหันด้านหลังหรือด้านบนของลำตัวเข้าหาแสงอยู่เสมอ พฤติกรรมนี้เรียกว่า “การตอบสนองต่อแสงด้านหลัง” หรือ Dorsal Light Response

สาเหตุที่แมลงต้องทำเช่นนี้เป็นเพราะในธรรมชาติ ท้องฟ้ายามค่ำคืนมักสว่างกว่าพื้นดิน แมลงจึงเรียนรู้ผ่านวิวัฒนาการว่า ด้านที่มีแสงสว่างควรเป็นด้านบน การหันหลังเข้าหาท้องฟ้าช่วยให้มันรู้ว่าด้านใดคือด้านบนและด้านใดคือพื้น ทำให้สามารถรักษาลำตัวให้อยู่ในแนวที่เหมาะสมระหว่างบินได้

สำหรับมนุษย์ที่ยืนอยู่บนพื้น การแยกด้านบนกับด้านล่างเป็นเรื่องง่าย เพราะเรารับรู้แรงโน้มถ่วงผ่านเท้าและอวัยวะทรงตัว แต่สำหรับแมลงที่กำลังบิน เลี้ยว และเร่งความเร็วอยู่กลางอากาศ แรงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการเคลื่อนไหวอาจรบกวนการรับรู้ทิศทางได้ การใช้แสงจากท้องฟ้าเป็นจุดอ้างอิงจึงเป็นวิธีที่ง่ายและมีประสิทธิภาพมากในโลกธรรมชาติ

ปัญหาเริ่มขึ้นเมื่อหลอดไฟของมนุษย์ปรากฏอยู่ด้านข้างหรือด้านล่างของตัวแมลง แสงประดิษฐ์ที่สว่างกว่าท้องฟ้าทำให้ระบบประสาทของแมลงเข้าใจผิดว่า หลอดไฟคือด้านบนของโลก มันจึงหันหลังเข้าหาหลอดไฟและเอียงตัวตามไปด้วย แต่เมื่อมันเคลื่อนผ่านแหล่งกำเนิดแสง ตำแหน่งของแสงก็เปลี่ยนอย่างรวดเร็ว แมลงจึงต้องหมุนตัวแก้ทิศทางซ้ำแล้วซ้ำอีก

ผลที่เกิดขึ้นมีได้หลายรูปแบบ บางตัวบินวนเป็นวงกลมรอบหลอดไฟ บางตัวบินเป็นเส้นโค้งเหมือนกำลังโคจร บางตัวไต่ระดับสูงขึ้นแล้วหยุดกลางอากาศจนร่วงลงมา ส่วนแมลงที่บินผ่านเหนือหลอดไฟอาจพลิกตัวจนหัวทิ่มลงสู่พื้น งานวิจัยจึงชี้ว่า สิ่งที่เราเรียกว่า “การบินเข้าหาแสง” อาจเป็นภาวะติดกับดักของระบบรักษาสมดุล มากกว่าจะเป็นแรงดึงดูดให้แมลงตั้งใจพุ่งเข้าหาแสงโดยตรง

สำหรับกองไฟ สถานการณ์ยิ่งอันตรายกว่าหลอดไฟทั่วไป เพราะนอกจากเปลวไฟจะเป็นแหล่งกำเนิดแสงเข้มข้นที่อยู่ใกล้ตัวแล้ว ยังมีความร้อนสูง ควัน และกระแสอากาศร้อนลอยขึ้นด้านบน แมลงที่ระบบนำทางสับสนอาจบินวนเข้าใกล้เปลวไฟมากขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนที่ปีกและลำตัวจะถูกความร้อนทำลาย แม้บางตัวไม่ได้บินเข้าไปในเปลวไฟโดยตรง แต่เพียงเข้าใกล้มากเกินไปก็อาจสูญเสียการควบคุมและตกลงไปในกองไฟได้

อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ยังไม่ถือว่าปริศนานี้ได้รับการไขอย่างสมบูรณ์ การหันหลังเข้าหาแสงสามารถอธิบายได้ดีว่าเหตุใดแมลงจึงบินวนและสูญเสียสมดุลเมื่ออยู่ใกล้หลอดไฟ แต่ยังไม่สามารถอธิบายได้ทั้งหมดว่า เหตุใดแมลงบางชนิดจึงสังเกตเห็นแหล่งกำเนิดแสงจากระยะไกลแล้วบินเข้ามาหาตั้งแต่แรก ปัจจัยอื่น เช่น ช่วงคลื่นของแสง ความสว่าง การมองเห็นของแมลงแต่ละชนิด รวมถึงการใช้แสงช่วยค้นหาอาหารหรือคู่ผสมพันธุ์ อาจมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย

หลอดไฟที่ให้แสงอัลตราไวโอเลตและแสงสีน้ำเงินมักดึงดูดหรือรบกวนแมลงได้มาก เพราะดวงตาของแมลงหลายชนิดไวต่อช่วงคลื่นเหล่านี้มากกว่าดวงตาของมนุษย์ ในทางกลับกัน แสงโทนอุ่นหรือแสงสีเหลืองอำพันมักรบกวนแมลงบางกลุ่มน้อยกว่า การติดโคมให้แสงส่องลงด้านล่าง ปิดไฟที่ไม่จำเป็น และหลีกเลี่ยงการส่องไฟขึ้นสู่ท้องฟ้า จึงอาจช่วยลดจำนวนแมลงที่ถูกแสงประดิษฐ์รบกวนได้ งานวิจัยยังพบว่าแสงที่ส่องลงด้านล่างสร้างความผิดปกติต่อการบินน้อยกว่าแหล่งกำเนิดแสงที่เปิดโล่งหรือหันขึ้นด้านบน

สำหรับแมลงเม่าที่บินออกมาเป็นฝูง จุดประสงค์สำคัญที่สุดในช่วงชีวิตอันสั้นนี้คือการค้นหาคู่และสร้างรังใหม่ แต่แสงไฟรอบบ้านอาจทำให้พวกมันเสียเวลาและพลังงานไปกับการบินวน บางตัวถูกสัตว์นักล่าจับกิน บางตัวบาดเจ็บจากการชนสิ่งกีดขวาง และอีกจำนวนมากอาจตายก่อนมีโอกาสผสมพันธุ์

ดังนั้น ภาพแมลงเม่าบินวนรอบหลอดไฟจึงไม่ใช่เรื่องของแมลงที่โง่เขลาหรือหลงใหลในแสงจนยอมตาย หากเป็นเรื่องของสัญชาตญาณโบราณที่เคยทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมมาตลอดหลายล้านปี เมื่อโลกยามค่ำคืนมีท้องฟ้าเป็นแหล่งกำเนิดแสงหลัก แต่เมื่อมนุษย์นำดวงอาทิตย์จำลองขนาดเล็กไปติดไว้ตามบ้าน ถนน และอาคาร ระบบนำทางที่ธรรมชาติมอบให้แมลงกลับถูกหลอกอย่างง่ายดาย

ท้ายที่สุด แมลงเม่าจึงไม่ได้ตั้งใจบินเข้ากองไฟ แต่มันกำลังพยายามรักษาทิศทางและทรงตัวด้วยวิธีที่บรรพบุรุษเคยใช้มาอย่างยาวนาน เพียงแต่ในโลกที่เต็มไปด้วยแสงประดิษฐ์ เข็มทิศตามธรรมชาติของมันกลับชี้ผิดทาง และนำพาเจ้าของปีกตัวเล็ก ๆ เข้าไปสู่กับดักที่มันไม่มีวันเข้าใจ

เนื้อหาโดย: dukedick
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedick's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 6 ครั้ง
เขียนโดย dukedick
สวัสดีครับ ผมเป็นนักเขียนที่ชอบงานเขียนทางด้านเกร็ดความรู้ต่างๆ ไม่วาจะเป็นเกี่ยวกับสัตว์โลกน่ารัก หรือ เกร็ดความรู้ และเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
รอยแป้งบนต้นตะเคียน ทำไมร่องเปลือกไม้ธรรมดาจึงกลายเป็นเลขเด็ดในสายตาคนค่าซ่อมเฉียดครึ่งล้าน เจ้าของเบนซ์เผยยอดประเมินล่าสุด ชาวเน็ตแห่ถก หากต้องชดใช้จะไหวหรือAI วิเคราะห์สถิติ 20 ปีหวยงวด 16 ส.ค.69 ให้เลขท้าย 2 ตัวเน้นๆ!ถนนที่โค้งเยอะที่สุดในไทยอุทาหรณ์พ่อแม่! เด็กสวมหน้ากากดำน้ำเต็มหน้าเกือบจมน้ำ ร้องขอความช่วยเหลือแต่ไม่มีใครได้ยิน โชคดีช่วยทัน“ทะเลผัดผงกะหรี่” หอมเครื่องเทศ ซอสข้นมัน อาหารจานโปรดที่ทำกินเองได้ยางรถหมดอายุ ดูจากตรงไหนโดยไม่ต้องถามคนขาย5 การ์ตูนญี่ปุ่นในตำนานยุค 90 ที่ยังคิดถึงชนกันจังๆ "ม้าสีหมอก vs เสือตกถัง" งวด 16 ส.ค. 69 สำนักไหนเด็ด มาเทียบกันชัดๆ!ความจริงเรื่องการชาร์จแบตทิ้งไว้ทั้งคืน: อันตรายจริง หรือแค่ความเชื่อยุคเก่า?ซูมน้ำตกก๋วยเตี๋ยวเรือให้ชัด แล้วจะเห็นโลกจิ๋วที่ลอยอยู่ในทุกคำเผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 16 สิงหาคม 2569
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เกาะเซ็นติเนลเหนือ ดินแดนห้ามเข้าของชนเผ่าที่ไม่ติดต่อโลกภายนอกค่าซ่อมเฉียดครึ่งล้าน เจ้าของเบนซ์เผยยอดประเมินล่าสุด ชาวเน็ตแห่ถก หากต้องชดใช้จะไหวหรือ8 สิ่งในไทยที่ดังไกลทั่วโลก ความภาคภูมิใจที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยความจริงเรื่องการชาร์จแบตทิ้งไว้ทั้งคืน: อันตรายจริง หรือแค่ความเชื่อยุคเก่า?15 จังหวัดของไทย ที่ยิ่งขับรถเที่ยว ยิ่งหลงรัก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เมนูบ้าน ๆ ของไทย ที่ต่างชาติติดใจ“คาโทริเซ็นโค” ยากันยุงแบบขด กลิ่นอายแห่งฤดูร้อนของญี่ปุ่นเกาะเซ็นติเนลเหนือ ดินแดนห้ามเข้าของชนเผ่าที่ไม่ติดต่อโลกภายนอก8 ของกินที่หลายคนคิดว่าเป็นอาหารไทย แต่จริง ๆ มีบ้านเกิดอยู่ต่างประเทศ
ตั้งกระทู้ใหม่