หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

คราบหินปูนคือสุสานแบคทีเรียจริงหรือ เปิดโครงสร้างแข็งพรุนที่เกาะฝังแน่นบนผิวฟัน

เขียนโดย TEN OUT OF TEN

ก้อนสีเหลืองที่ดูเหมือนเศษอาหาร กลับเป็นเมืองจุลชีพที่ถูกแร่ธาตุจับแข็ง

คราบแข็งสีเหลืองหรือสีน้ำตาลตามคอฟันมักถูกเข้าใจว่าเป็นเศษอาหารเก่าที่เกาะสะสมจนแข็ง แต่ความจริงมันเกิดจากกระบวนการซับซ้อนกว่านั้น จุดเริ่มต้นคือแผ่นคราบจุลินทรีย์ หรือ คราบพลัค ซึ่งเป็นชุมชนของแบคทีเรีย โปรตีนจากน้ำลาย เศษเซลล์ และสารเหนียวที่จุลชีพสร้างขึ้นเพื่อยึดเกาะผิวฟัน เมื่อแปรงไม่ทั่วถึง คราบนิ่มนี้จะค่อย ๆ หนาขึ้น โดยเฉพาะบริเวณหลังฟันหน้าล่าง ซอกฟัน และขอบเหงือก

คำว่า “สุสานแบคทีเรีย” ช่วยให้เห็นภาพ แต่ไม่ตรงทั้งหมด เพราะในคราบหินปูนมีทั้งซากแบคทีเรียและส่วนประกอบจากผนังเซลล์ ส่วนจุลชีพที่ยังทำงานอยู่มักเกาะบนผิวขรุขระและคราบพลัคชั้นใหม่ ที่สำคัญคือผิวของหินปูนไม่ได้เรียบเหมือนกระเบื้อง มันขรุขระและมีรูพรุน จึงเป็นฐานให้คราบพลัคชุดใหม่เกาะซ้ำได้ง่าย ก้อนหินปูนจึงไม่ใช่แค่ของแข็งที่ตายสนิท แต่เป็นเหมือนโครงนั่งร้านที่ช่วยให้ชุมชนจุลชีพรุ่นต่อไปตั้งหลักได้ดีขึ้น

จากคราบนิ่ม สู่ก้อนแร่แข็ง เกิดขึ้นอย่างไร

น้ำลายของเรามีแคลเซียมและฟอสเฟตอยู่ตามธรรมชาติ แร่เหล่านี้มีประโยชน์ต่อการซ่อมแซมผิวเคลือบฟัน แต่เมื่อคราบพลัคค้างอยู่นาน สภาพแวดล้อมภายในคราบจะเปลี่ยน ความเป็นกรดด่าง โปรตีน และกิจกรรมของแบคทีเรียบางกลุ่มช่วยให้แคลเซียมฟอสเฟตเริ่มตกผลึก ผลึกเล็ก ๆ แทรกเข้าไปในโครงข่ายของคราบจุลินทรีย์ แล้วค่อย ๆ เชื่อมกันจนแข็งแน่น กระบวนการนี้เรียกว่า การกลายเป็นแร่ของคราบพลัค

แร่ที่พบไม่ได้มีชนิดเดียว แต่พบได้ทั้งไฮดรอกซีอะพาไทต์ วิตล็อกไคต์ ออกตะแคลเซียมฟอสเฟต และบรัชไชต์ สัดส่วนต่างกันตามตำแหน่งและระยะเวลาที่ก่อตัว หินปูนเหนือเหงือกได้รับแร่จากน้ำลายเป็นหลัก จึงมักเห็นชัดบริเวณใกล้รูเปิดของต่อมน้ำลาย ส่วนหินปูนใต้เหงือกได้รับแร่จากของเหลวในร่องเหงือก สีจึงอาจเข้มกว่าและมองไม่เห็นง่าย

คราบพลัคเปรียบเหมือนโคลนนิ่ม ส่วนหินปูนคือโคลนที่ถูกซีเมนต์แร่จับจนแข็ง

แม้จะเรียกกันติดปากว่า “เนื้อเยื่อที่กลายเป็นหิน” แต่ทางวิทยาศาสตร์หินปูนไม่ใช่เนื้อเยื่อของร่างกายแบบกระดูกหรือเนื้อฟัน มันคือคราบชีวภาพที่ถูกทำให้เป็นแร่ หรือ mineralized biofilm โครงสร้างภายในจึงประกอบด้วยส่วนอนินทรีย์จำนวนมาก ผสมกับโปรตีน คาร์โบไฮเดรต เซลล์แบคทีเรีย และสารเหนียวระหว่างเซลล์ เมื่อมองด้วยกล้องจุลทรรศน์จะเห็นชั้นผลึกสลับกับช่องว่างและร่องเล็ก ๆ คล้ายหินภูเขาไฟขนาดจิ๋ว

ทำไมแปรงฟันแล้วหินปูนไม่หลุด

ก่อนกลายเป็นหินปูน คราบพลัคยังนิ่มและขจัดได้ด้วยแปรงสีฟันกับไหมขัดฟัน แต่เมื่อผลึกแร่เชื่อมตัวจนแข็ง มันจะยึดกับผิวฟันแน่นกว่าคราบอาหารทั่วไป ขนแปรงจึงปัดได้เพียงคราบอ่อนที่เกาะอยู่ด้านนอก ไม่สามารถงัดก้อนแข็งที่ติดแนบออกอย่างปลอดภัย การใช้เข็ม โลหะ หรือของแหลมขูดเองเสี่ยงทำให้เหงือกบาด ผิวรากฟันเสียหาย และดันเชื้อเข้าไปลึกกว่าเดิม

ทันตแพทย์หรือทันตาภิบาลจะใช้เครื่องมือขูดหินปูนและเครื่องอัลตราโซนิกทำให้ก้อนแร่แตกออกจากผิวฟัน จากนั้นจึงเกลาผิวบริเวณที่จำเป็น การขูดหินปูนโดยผู้เชี่ยวชาญไม่ได้ทำให้ฟันบางลงตามความเชื่อที่เล่าต่อกัน หากหลังทำรู้สึกว่าซอกฟันกว้างขึ้น มักเป็นเพราะก้อนหินปูนที่เคยอุดช่องว่างถูกเอาออก หรือเหงือกที่บวมยุบลงจนเห็นรูปทรงจริงของฟัน

ตัวหินปูนไม่ใช่ต้นเหตุเดียว แต่เป็นพื้นที่อันตรายที่ทำความสะอาดยาก

ผิวขรุขระของหินปูนเก็บคราบพลัคได้ดี แบคทีเรียบริเวณขอบเหงือกจึงกระตุ้นการอักเสบได้ต่อเนื่อง เหงือกอาจแดง บวม เลือดออกเวลาแปรง และมีกลิ่นปาก หากปล่อยให้การอักเสบลึกลงไปจนทำลายเอ็นยึดปริทันต์และกระดูกรอบรากฟัน ปัญหาจะพัฒนาเป็นโรคปริทันต์ ฟันโยก หรือสูญเสียฟันได้ ประเด็นจึงไม่ได้อยู่ที่สีเหลืองสวยหรือไม่สวย แต่อยู่ที่สภาพแวดล้อมรอบก้อนแข็งซึ่งเอื้อต่อการสะสมเชื้อ

วิธีชะลอการก่อตัวไม่ซับซ้อน แปรงฟันให้ถึงขอบเหงือกวันละสองครั้ง ใช้ไหมขัดฟันหรือแปรงซอกฟันทุกวัน และตรวจฟันตามช่วงเวลาที่ทันตแพทย์แนะนำ ผู้ที่มีน้ำลายตกตะกอนง่าย สูบบุหรี่ ใส่อุปกรณ์จัดฟัน หรือทำความสะอาดซอกฟันไม่ทั่ว อาจเกิดหินปูนเร็วกว่าคนอื่น จึงไม่ควรรอจนมองเห็นก้อนหนาแล้วค่อยไปตรวจ

หินปูนจึงไม่ใช่เศษอาหารแข็งตัว แต่คือประวัติของคราบจุลินทรีย์ที่ถูกแร่ธาตุบันทึกไว้บนฟัน

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
TEN OUT OF TEN's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 102 ครั้ง
เขียนโดย TEN OUT OF TEN
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เคยสงสัยไหม? ทำไมคนที่มี "พลังบวก" อยู่ด้วย แล้วโลกแม่งโคตรน่าอยู่!หมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คน“พ่อมดเมอร์ลิน”: บุคคลจริงในประวัติศาสตร์ หรือภาพสะท้อนจากความทรงจำนับพันปีตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหนอำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทยโรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทยข้าวโอ๊ต: ประวัติศาสตร์ของธัญพืชที่ไม่มีวันตาย : จากหญ้าที่ถูกถอนทิ้ง สู่อาหารสุขภาพหมื่นล้านรู้หรือไม่? เปิดรายได้พนักงานส่งพัสดุของแต่ละแอป วันหนึ่งได้เท่าไรทำไมใส่หูฟังแล้วเราถึงเผลอพูดดังขึ้น ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจตะโกน?ส่องเลข 3 สำนักพิมพ์ งวด 1 ต.ค. 69 ตัวไหนมีข้อมูลตรงกันเปิด 5 สาขาวิศวะที่ค่าเทอมแพงที่สุดในไทย หลักสูตรเดียวจ่ายทะลุ 5 แสน!โรงเรียนหญิงล้วนของรัฐบาล ที่เด็กอยากเข้าเรียนที่สุด
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิด 5 สาขาวิศวะที่ค่าเทอมแพงที่สุดในไทย หลักสูตรเดียวจ่ายทะลุ 5 แสน!“พ่อมดเมอร์ลิน”: บุคคลจริงในประวัติศาสตร์ หรือภาพสะท้อนจากความทรงจำนับพันปีเปิด 5 สินค้าส่งออกของลาวที่คนไทยอาจคาดไม่ถึง หนึ่งในนั้นทำเงินเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์ไม่ยักรู้ว่า "แมลงปอบ้านไตรมิตรสีน้ำเงิน" ดีอย่างนี้เองทำไมใส่หูฟังแล้วเราถึงเผลอพูดดังขึ้น ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจตะโกน?อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เปิด 5 สาขาวิศวะที่ค่าเทอมแพงที่สุดในไทย หลักสูตรเดียวจ่ายทะลุ 5 แสน!ทำไมใส่หูฟังแล้วเราถึงเผลอพูดดังขึ้น ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจตะโกน?เกาะของประเทศไทย ที่ตั้งอยู่ห่างไกลจากชายฝั่งมากที่สุดรู้หรือไม่? เปิดรายได้พนักงานส่งพัสดุของแต่ละแอป วันหนึ่งได้เท่าไร
ตั้งกระทู้ใหม่