หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

หม่าล่าทำไมกินแล้วลิ้นชา? ไม่ใช่เผ็ด แต่สมองกำลังโดนหลอก

เขียนโดย TEN OUT OF TEN

ความรู้สึกชาปลายลิ้นเวลาเคี้ยวหม่าล่า ไม่ได้เกิดจากความเผ็ดแบบพริก แต่เป็นกลลวงที่ระบบประสาทกำลังเล่นกับสมองของเรา

หลายคนที่กินหม่าล่าครั้งแรกมักจะทำหน้าแปลกๆ เพราะมันไม่เหมือนกินพริกทั่วไปเลย ตอนแรกอาจรู้สึกเหมือนมีเข็มเล็กๆ มาจิ้มที่ลิ้น จากนั้นความรู้สึกจะเปลี่ยนเป็นชาวาบ คล้ายลิ้นกำลังสั่นเบาๆ จนบางคนคิดว่าแพ้อาหาร ทั้งที่จริงแล้วนี่คือเอกลักษณ์ของเครื่องเทศชนิดหนึ่งที่เรียกว่า พริกหอมเสฉวน หรือที่คนจีนเรียกว่า 'ฮวาเจียว'

 

ต้นเหตุไม่ใช่แคปไซซินแบบพริกขี้หนู

ความเผ็ดร้อนจากพริกทั่วไปเกิดจากสารแคปไซซิน ซึ่งไปกระตุ้นตัวรับความร้อนบนปลายประสาท ทำให้สมองเข้าใจว่าปากกำลังโดนของร้อน แต่พริกหอมเสฉวนใช้วิธีคนละแบบ เพราะพระเอกตัวจริงคือสารธรรมชาติชื่อว่า แซนโทซิลัม (Sanshool) โดยเฉพาะสาร Hydroxy-alpha-sanshool ที่เข้าไปมีผลกับเซลล์ประสาทรับสัมผัสโดยตรง

 

สารชนิดนี้ไม่ได้สร้างความรู้สึกแสบร้อน แต่มันไปรบกวนการทำงานของช่องไอออนในเซลล์ประสาท ทำให้ปลายประสาทยิงสัญญาณไฟฟ้าออกมาถี่ผิดปกติ ทั้งที่จริงๆ ไม่มีสิ่งมากระตุ้นอย่างการกดหรือการสั่นเลย


สมองจึงเข้าใจผิดว่าลิ้นกำลังถูกสั่นอยู่ตลอดเวลา

ทำไมหลายงานวิจัยถึงพูดถึงความถี่ประมาณ 50 เฮิรตซ์?

นักวิจัยพบว่า รูปแบบการยิงสัญญาณประสาทที่เกิดจากสาร Sanshool มีลักษณะใกล้เคียงกับการได้รับแรงสั่นสะเทือนทางกายภาพที่มีความถี่ประมาณ 50 เฮิรตซ์ ซึ่งเป็นช่วงความถี่ที่ตัวรับสัมผัสบนผิวหนังและลิ้นตอบสนองได้ดีมาก

นั่นหมายความว่า แม้ลิ้นของเราจะไม่ได้สั่นจริง แต่สมองได้รับสัญญาณในรูปแบบเดียวกับตอนที่ลิ้นกำลังถูกสั่นเบาๆ จึงตีความออกมาเป็นอาการชา ยิบๆ คันๆ หรือรู้สึกเหมือนมีฟองเล็กๆ วิ่งอยู่บนลิ้น

 

ยิ่งกินคู่กับพริก ยิ่งรู้สึกแปลก

เสน่ห์ของหม่าล่าอยู่ตรงการผสมระหว่างความเผ็ดจากพริกและความชาจากฮวาเจียว เมื่อทั้งสองอย่างทำงานพร้อมกัน สมองต้องประมวลผลทั้งสัญญาณความร้อนและสัญญาณการสั่นในเวลาเดียวกัน จึงเกิดเป็นรสสัมผัสที่ซับซ้อนกว่าการกินอาหารเผ็ดทั่วไป หลายคนถึงติดใจจนรู้สึกว่าอาหารธรรมดาขาดอะไรไปเมื่อไม่มีรสชาแบบนี้

 

ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ แต่ละคนรับรู้ความชาไม่เท่ากัน บางคนแค่แตะนิดเดียวก็รู้สึกชาจนพูดไม่ถนัด แต่บางคนต้องกินเข้มข้นมากถึงจะสัมผัสได้ ความแตกต่างนี้เกี่ยวข้องกับความไวของระบบประสาทและปริมาณสารในพริกหอมเสฉวนแต่ละสายพันธุ์ด้วย

 

อาการชานี้อันตรายไหม?

สำหรับคนทั่วไป ความรู้สึกชาจากหม่าล่าไม่ได้เป็นอันตราย เพราะเป็นเพียงการกระตุ้นระบบประสาทรับสัมผัสชั่วคราว เมื่อสาร Sanshool ถูกชะล้างออกจากช่องปาก ความรู้สึกชาก็จะค่อยๆ หายไปเอง ไม่ได้ทำให้เส้นประสาทเสียหายแต่อย่างใด เว้นแต่จะมีอาการแพ้ส่วนประกอบอื่นของอาหาร ซึ่งเป็นอีกเรื่องหนึ่ง


สรุปแล้ว หม่าล่าไม่ได้ทำให้ลิ้นชาเพราะความเผ็ด แต่มันใช้ 'เคมี' หลอกระบบประสาท จนสมองเชื่อว่าลิ้นกำลังสั่นอยู่ตลอดเวลา นั่นเองคือเหตุผลที่รสชาติของมันแตกต่างจากอาหารเผ็ดทุกชนิดบนโลก

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
TEN OUT OF TEN's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 6 ครั้ง
เขียนโดย TEN OUT OF TEN
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ชาร์จมือถือทิ้งไว้ทั้งคืน ทำให้แบตเสื่อมเร็วจริงไหม หรือเป็นความเชื่อที่ยังเข้าใจกันผิดข้าวหอมมะลิของไทย ประเทศไหนซื้อไปบริโภคมากที่สุดในโลก5 ประเทศ ที่ปลูกทุเรียนมากที่สุดเล่นเท่าที่เสียได้ — หัวใจที่นักเล่นมือโปรยึดมั่น ก่อนงวด 16 ส.ค. 69ประเทศที่คนชอบมาเที่ยวไทยที่สุด มีนักท่องเที่ยวเข้าไทยมากที่สุด“เวียดนาม” ครองแชมป์สตรีทฟู้ดดีที่สุดในโลก ส่วนไทยกลายเป็นอันดับ 9ผลรวมเลขงวดที่ออกบ่อยในเดือนสิงหา! แกะสถิติย้อนหลัง ลุ้นงวด 16 สิงหาคม 25697 ของเล่นในตำนานของเด็กไทย ที่เห็นเมื่อไรก็ทำให้คิดถึงวันวาน108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียงเช็กข้อมูลสถิติตัวเลข อ.ปักธงชัย ...ประจำวันที่ 16 สิงหาคม 2569ซื้อล็อตเตอรี่ยังไงให้ถูกล็อตเตอรี่ 1 ใบ สามารถถูกได้สูงสุดถึง 3 รางวัลพร้อมกัน ในงวดเดียวกัน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ทำไมพิธีแต่งงานต้อง “เจิมหน้าผาก 3 จุด” ในการเริ่มต้นชีวิตคู่ประเทศที่ไม่มีโทษประหารชีวิต เปิดรายชื่อประเทศที่ยกเลิก เกาะเพนกวินในไทยมีจริงไหม เรื่องเล่าน่ารักที่หลักฐานยังตามหาไม่เจอโป๊ปวัย 18 ผู้เปลี่ยนลาเตรันเป็นซ่อง และตายท่ามกลางข่าวฉาวคาเตียง
ตั้งกระทู้ใหม่