หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

คืนลับของ CIA เมื่อชายแปลกหน้าถูกหยอด LSD แล้วเฝ้ามองหลังกระจกทางเดียว

เขียนโดย TEN OUT OF TEN

ห้องเช่าธรรมดา ที่อีกฝั่งของผนังมีคนของ CIA นั่งจ้องอยู่

เรื่องนี้ฟังเหมือนฉากเปิดหนังสายลับเกรดบี แต่เอกสารของรัฐบาลสหรัฐฯ ยืนยันว่าเคยเกิดขึ้นจริงในช่วงสงครามเย็น ชายบางคนเข้าไปเที่ยวตามบาร์ คุยกับหญิงสาว แล้วถูกชวนกลับไปยังห้องพักแห่งหนึ่ง เขาคิดว่าค่ำคืนนั้นเป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างคนสองคน โดยไม่รู้เลยว่าเครื่องดื่มอาจถูกผสมสารหลอนประสาท และหลังกระจกทางเดียวมีเจ้าหน้าที่กำลังเฝ้าดูทุกอาการ

ปฏิบัติการนี้มีชื่อชวนให้คนตั้งชื่อดูจะสนุกเกินเหตุว่า Operation Midnight Climax เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ MKUltra ซึ่ง CIA ใช้ศึกษาวิธีเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ความคิด การรับรู้ และความสามารถในการควบคุมตัวเองของมนุษย์ หนึ่งในสารที่หน่วยงานสนใจมากที่สุดคือ LSD เพราะในเวลานั้นยังไม่มีใครรู้แน่ชัดว่ามันจะทำให้คนพูดความลับง่ายขึ้น ถูกชักจูงง่ายขึ้น หรือใช้เป็นเครื่องมือในการสอบสวนได้จริงหรือไม่

คนคุมห้องลับไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์ในเสื้อกาวน์

ผู้มีบทบาทสำคัญคือ จอร์จ ฮันเตอร์ ไวต์ เจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาลกลางที่ทำงานร่วมกับ CIA เขาใช้ชื่อปลอม เช่าห้องพักในนิวยอร์กและซานฟรานซิสโก แล้วดัดแปลงให้เป็นสถานที่เฝ้าสังเกต ภายในติดกระจกทางเดียว ไมโครโฟน และเครื่องบันทึกเสียง บางชิ้นซ่อนอยู่ในจุดที่คนทั่วไปไม่ทันระวัง เช่น บริเวณปลั๊กไฟ

หญิงขายบริการที่ได้รับค่าจ้างมีหน้าที่ออกไปพบชายตามบาร์หรือสถานบันเทิง ก่อนพากลับมายังเซฟเฮาส์ จากนั้นชายเหล่านั้นจะได้รับ LSD หรือสารชนิดอื่นโดยไม่รู้ตัว ผ่านอาหารหรือเครื่องดื่ม เจ้าหน้าที่อีกห้องหนึ่งคอยดูว่าเมื่อฤทธิ์ยาเริ่มทำงาน คนคนนั้นจะพูดอะไร หวาดระแวงแค่ไหน ควบคุมอารมณ์ได้หรือไม่ และจะเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวออกมาง่ายกว่าเดิมหรือเปล่า

พวกเขาไม่ได้สมัครทดลอง ไม่มีแพทย์ตรวจร่างกาย และไม่มีใครบอกว่ากำลังถูกให้ยา

จุดที่ทำให้ Midnight Climax เลวร้ายกว่าการทดลองประหลาดทั่วไป ไม่ใช่แค่บรรยากาศลับล่อหรือวิธีสอดแนม แต่คือการเลือกใช้มนุษย์ที่ไม่เคยยินยอม รายงานการไต่สวนของวุฒิสภาสหรัฐฯ ระบุชัดว่า ผู้ถูกทดลองถูกเลือกแบบสุ่ม บางรายเริ่มต้นจากการพบกันในบาร์ แล้วถูกชวนไปยังเซฟเฮาส์ ที่นั่นมีการให้สารผ่านอาหารหรือเครื่องดื่ม เจ้าหน้าที่เฝ้าดูผ่านกระจกทางเดียวและใช้เครื่องบันทึกเสียงจากห้องข้างๆ

ไม่มีการตรวจสุขภาพล่วงหน้า ไม่มีบุคลากรทางการแพทย์ประจำอยู่ ไม่มีระบบช่วยเหลือเมื่ออาการรุนแรง และแทบไม่มีการติดตามผลภายหลัง เมื่อชายเหล่านั้นออกจากห้องไป เขาอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเหตุใดตัวเองจึงเห็นภาพผิดปกติ ใจเต้นแรง หวาดกลัว หรือเสียการควบคุม หลายคนคงคิดว่าเมาหนัก อาหารเป็นพิษ หรือกำลังเสียสติชั่วคราว

เหตุผลที่เลือกห้องลับกับหญิงขายบริการ

CIA ต้องการสถานการณ์ที่คนลดความระวังตัวและไม่กล้าไปแจ้งตำรวจภายหลัง ชายที่มาใช้บริการย่อมมีแรงจูงใจให้เก็บเรื่องเงียบ เพราะการเปิดเผยอาจกระทบครอบครัว หน้าที่การงาน หรือชื่อเสียง วิธีนี้จึงทำให้ผู้จัดปฏิบัติการได้ทั้งตัวทดลองที่ไม่รู้เรื่องและเกราะป้องกันไม่ให้เรื่องหลุดง่ายๆ

มุมที่น่าขนลุกคือ เป้าหมายไม่ได้หยุดอยู่แค่การดูคนเมายา เจ้าหน้าที่สนใจว่าความสัมพันธ์ทางเพศ ความอับอาย ความกลัว และสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท เมื่อนำมารวมกันแล้วจะใช้บีบบังคับ ล้วงข้อมูล หรือควบคุมพฤติกรรมได้เพียงใด พูดง่ายๆ คือห้องนั้นเป็นทั้งกับดักทางสังคม ห้องทดลอง และเวทีทดสอบเทคนิคสายลับในคราวเดียว

ข้อมูลบางส่วนเล่าว่าไวต์นั่งดื่มมาร์ตินีอยู่หลังแผ่นกระจกขณะเฝ้าดูผู้ถูกทดลอง แต่รายละเอียดสีสันแบบนี้มาจากบันทึกและรายงานข่าวภายหลัง สิ่งที่ยืนยันได้หนักแน่นกว่าคือ CIA มีเซฟเฮาส์จริง จ่ายเงินให้ผู้ช่วยหญิงจริง ให้ยาแก่คนที่ไม่รู้ตัวจริง และเฝ้าสังเกตโดยไม่มีมาตรฐานทางการแพทย์ที่ควรมีแม้แต่น้อย

แล้วโครงการจบลงอย่างไร

การทดสอบกับผู้ไม่รู้ตัวดำเนินต่อเนื่องหลายปี ก่อนที่ผู้ตรวจการภายใน CIA จะวิจารณ์ในปี 1963 ว่ามีความเสี่ยงร้ายแรงทั้งด้านความปลอดภัย กฎหมาย และชื่อเสียง เซฟเฮาส์ค่อยๆ ถูกลดบทบาทและปิดลง แต่เรื่องไม่จบตรงนั้น เพราะในปี 1973 เอกสาร MKUltra จำนวนมากถูกสั่งทำลาย เมื่อสภาคองเกรสเริ่มขุดคุ้ยในทศวรรษ 1970 จึงเหลือหลักฐานเพียงบางส่วน ทำให้จำนวนผู้ถูกทดลองและผลกระทบระยะยาวไม่อาจสรุปได้ครบถ้วน

ชื่อ Midnight Climax เลยไม่ใช่เพียงเกร็ดพิสดารจากสงครามเย็น มันเป็นหลักฐานว่าหน่วยงานรัฐซึ่งเชื่อว่าตัวเองกำลังปกป้องประเทศ สามารถข้ามเส้นศีลธรรมได้ไกลเพียงใดเมื่อมีคำว่า ความลับ และความมั่นคง เป็นข้ออ้าง ผู้ชายเหล่านั้นไม่ได้ถูกมองเป็นประชาชน แต่ถูกลดให้เหลือแค่พฤติกรรมหนึ่งชุดหลังฤทธิ์ยา

คืนเดียวของพวกเขา กลายเป็นข้อมูลทดลองของรัฐบาลไปตลอดกาล

สิ่งที่ชวนคิดที่สุดอาจไม่ใช่ว่า LSD ทำให้คนเห็นอะไร แต่คือคนหลังแผ่นกระจกมองมนุษย์ตรงหน้าเป็นอะไรต่างหาก

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
TEN OUT OF TEN's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 10 ครั้ง
เขียนโดย TEN OUT OF TEN
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
สนามบินที่มีรันเวย์สั้นที่สุดในโลก! แค่ 400 เมตรฝันเห็นผู้เฒ่ามอบสร้อยทองให้ ก่อนงวด 16 ส.ค. 69 — ตีนิมิตผสมเลขศาสตร์และการขอพรประเทศที่กินไก่จากไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลกเผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 16 สิงหาคม 2569ซื้อล็อตเตอรี่ยังไงให้ถูก7 ของเล่นในตำนานของเด็กไทย ที่เห็นเมื่อไรก็ทำให้คิดถึงวันวานแค่เปลี่ยนคำพูดก็ดูเก่งขึ้นทันที! เปิด 10 ประโยคที่คนฉลาดจริงชอบใช้ โดยไม่ต้องพยายามอวดยางรถหมดอายุ ดูจากตรงไหนโดยไม่ต้องถามคนขาย5 การ์ตูนญี่ปุ่นในตำนานยุค 90 ที่ยังคิดถึงแนวทางเลขมงคล "อาจารย์ฟ้าใหม่ ใจบุญ" 16/8/695 ประเทศ ที่ปลูกทุเรียนมากที่สุดหมอไทยในอเมริกา" ยื่นมือสานต่อสัญญา "ฮลุน โซโล" รับจบทุนเรียนหมอ 6 แสนบาทให้เด็กอัฟกัน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
YouTuber บุคคลที่มีรายได้สูงที่สุดในประเทศไทยประเทศที่กู้เงินจากไทยมากที่สุด 5 อันดับแรกของโลก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
โอกาสมีไว้สำหรับคนที่พร้อมเท่านั้นประเทศที่กินไก่จากไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลกชื่อตรงกับความรู้สึก"อยากมีเงินเยอะ ๆ "ไม่น่าเชื่อ คนไทยแห่ไปขอสินเชื่อ แอพพิเคชั่น click
ตั้งกระทู้ใหม่