หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เด็กสาวตกจากฟ้า 3 กิโลเมตร ก่อนเดินฝ่าแอมะซอนลำพัง 11 วัน

เขียนโดย preechalcpd

เธอลืมตาขึ้นมาใต้ร่มไม้ ทั้งที่เมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนยังนั่งอยู่บนเครื่องบิน

เรื่องของจูเลียน โคปเก มักถูกเล่าว่าเป็นเด็กสาวที่รอดจากเครื่องบินระเบิดกลางอากาศ แต่รายละเอียดที่ตรงกว่าคือ เครื่องบินโดยสารเที่ยวบิน LANSA 508 บินเข้าไปในพายุรุนแรง ถูกฟ้าผ่าบริเวณปีกขวา แล้วโครงสร้างเครื่องจึงแตกออกเหนือป่าแอมะซอนของเปรู เธอไม่ได้กระเด็นออกมาอย่างตัวเปล่า แต่ยังคาดเข็มขัดติดอยู่กับเบาะแถวหนึ่งซึ่งมีสามที่นั่ง

วันที่เกิดเหตุคือ 24 ธันวาคม 1971 จูเลียนอายุเพียง 17 ปี กำลังเดินทางจากกรุงลิมาไปยังเมืองปูกัลปากับมาเรีย ผู้เป็นแม่ ทั้งคู่ตั้งใจกลับไปฉลองคริสต์มาสกับพ่อที่สถานีวิจัยกลางป่า ก่อนเครื่องจะลงจอดเพียงราว 15 นาที ท้องฟ้ากลับมืดจนแทบเหมือนกลางคืน กระเป๋า กล่องของขวัญ และถาดอาหารปลิวว่อนอยู่ในห้องโดยสาร

จูเลียนเห็นแสงสีขาวสว่างวาบตรงปีก จากนั้นหัวเครื่องก็ทิ่มลง เสียงผู้โดยสารและเสียงเครื่องยนต์ดังปนกันจนแยกไม่ออก ประโยคสุดท้ายจากแม่ที่เธอจำได้คือคำพูดสงบนิ่งว่า ทุกอย่างจบแล้ว ชั่วพริบตาต่อมา ห้องโดยสารก็หายไป เหลือเพียงตัวเธอกับแถวเบาะที่กำลังหมุนคว้างอยู่กลางอากาศ

เบื้องล่างห่างออกไปราว 3,000 เมตร มีเพียงผืนป่าสีเขียวที่ดูเล็กเหมือนยอดบรอกโคลี

ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าเหตุใดเธอจึงรอด เบาะที่หมุนคล้ายเมล็ดไม้ปลิวอาจช่วยลดความเร็ว กระแสลมยกในพายุอาจพยุงไว้บางส่วน ขณะที่ยอดไม้หนาทึบและพื้นดินชื้นช่วยรับแรงกระแทก ทุกอย่างรวมกันกลายเป็นช่องว่างเล็กจนน่าเหลือเชื่อระหว่างความตายกับการตื่นขึ้นมาอีกครั้ง

จูเลียนหมดสติไปประมาณหนึ่งชั่วโมง เมื่อตื่นขึ้นมาเธอพบว่าตัวเองนอนอยู่ใต้แถวเบาะ กระดูกไหปลาร้าหัก เข่าบาดเจ็บ แขนมีแผลลึก ศีรษะกระทบกระเทือน ตาข้างหนึ่งบวมจนแทบลืมไม่ได้ แว่นตาหายไป และรองเท้าเหลือเพียงข้างเดียว สภาพเช่นนี้ แค่ยืนให้ไหวยังยาก แต่เธอกำลังอยู่กลางป่าฝนขนาดมหึมาโดยไม่มีใครรู้ตำแหน่ง

สิ่งที่ช่วยเธอมากกว่าปาฏิหาริย์ คือความรู้ที่พ่อแม่เคยสอนไว้

พ่อกับแม่ของจูเลียนเป็นนักสัตววิทยาชาวเยอรมัน ครอบครัวเคยใช้ชีวิตในสถานีวิจัยปังกัวนากลางป่าเปรู เธอจึงคุ้นกับเสียงกบ เสียงนก แมลง และสภาพของป่าฝนมาตั้งแต่เด็ก เมื่อได้ยินเสียงสัตว์รอบตัว เธอรู้ว่าป่าแห่งนี้ไม่ต่างจากพื้นที่ที่เคยอาศัยอยู่มากนัก ความคุ้นเคยนั้นช่วยกดความกลัวไม่ให้กลายเป็นความตื่นตระหนก

เธอจำคำสอนของพ่อได้ว่า หากหลงป่าให้หาแหล่งน้ำ ลำธารเล็กจะไหลไปหาลำธารใหญ่ ลำธารใหญ่จะพาไปสู่แม่น้ำ และริมแม่น้ำย่อมมีโอกาสพบผู้คน จูเลียนจึงเดินตามน้ำไปเรื่อยๆ บางช่วงต้องลุย บางช่วงปล่อยตัวลอยไปกับกระแส เพื่อประหยัดแรงและหลีกเลี่ยงพืชหนาทึบตามพื้นป่า

อาหารเพียงอย่างเดียวที่หาได้คือถุงลูกอมจากซากเครื่องบิน เธอแบ่งกินทีละน้อย ส่วนเห็ด ผลไม้ และพืชที่ไม่รู้จัก เธอไม่แตะต้อง เพราะรู้ดีว่าของที่ดูน่ากินในป่าอาจมีพิษ ฝนตกแทบทุกวันจนก่อไฟไม่ได้ กลางคืนต้องนอนใต้ต้นไม้ทั้งชุดบางๆ ร่างกายเปียก หนาว และเต็มไปด้วยรอยแมลงกัด

ระหว่างทางยังได้ยินเสียงเครื่องบินค้นหาบินผ่านเหนือหัว แต่เรือนยอดไม้แอมะซอนแน่นจนมองจากฟ้าไม่เห็นคนตัวเล็กๆ บนพื้น เธอเคยพบผู้โดยสารจากเที่ยวบินเดียวกันตกลงมาอีกกลุ่มหนึ่ง จูเลียนตรวจดูเท้าของผู้หญิงในกลุ่ม เพราะกลัวว่าจะเป็นแม่ เมื่อเห็นเล็บเท้าทาสี เธอจึงรู้ว่าไม่ใช่ เพราะแม่ไม่เคยทาเล็บ ความโล่งใจในตอนนั้นปนอยู่กับความจริงอันโหดร้ายว่าแม่ยังคงหายสาบสูญ

เมื่อผ่านไปหลายวัน แผลที่แขนเริ่มติดเชื้อและมีตัวอ่อนแมลงอยู่ข้างใน กำลังของเธอลดลงจนแทบเดินต่อไม่ไหว กระทั่งวันที่สิบ จูเลียนพบเพิงหลังเล็กกับเรือจอดอยู่ริมแม่น้ำ ภายในมีถังน้ำมัน เธอนึกถึงครั้งที่พ่อเคยใช้น้ำมันช่วยกำจัดตัวอ่อนแมลงออกจากบาดแผลของสัตว์เลี้ยง จึงเทลงบนแผลของตัวเองแล้วค่อยๆ ดึงตัวอ่อนออกทีละตัว แม้เจ็บจนแทบทนไม่ไหวก็ตาม

เช้าวันที่ 11 เสียงผู้ชายดังขึ้นจากริมป่า และการเดินทางเพียงลำพังก็สิ้นสุดลง

คนท้องถิ่นที่เป็นพรานและคนตัดไม้ตกใจเมื่อเห็นเด็กสาวผมสีอ่อน ร่างผอมโทรม โผล่ออกมาจากเพิง บางคนคิดว่าเธอเป็นตัวละครจากตำนานแม่น้ำ จูเลียนรวบรวมแรงพูดภาษาสเปนว่า เธอคือเด็กสาวจากเครื่องบิน LANSA ที่ตกกลางป่า คนเหล่านั้นจึงทำแผล ให้อาหาร และพาเธอล่องเรือออกไปยังพื้นที่ที่ติดต่อกับโลกภายนอกได้

ผู้โดยสารและลูกเรือบนเที่ยวบินมีทั้งหมด 92 คน จูเลียนกลายเป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียว แม่ของเธอเสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนั้น หลายปีต่อมา จูเลียนศึกษาชีววิทยาและเชี่ยวชาญเรื่องค้างคาว ก่อนกลับมาสานต่องานอนุรักษ์ปังกัวนาของครอบครัว ป่าที่คนภายนอกมองว่าน่ากลัวจึงไม่ได้เป็นเพียงฉากของฝันร้ายสำหรับเธอ เพราะนั่นคือสถานที่ซึ่งความรู้จากพ่อแม่ สายน้ำ และเรือนยอดไม้ช่วยพาเด็กสาวคนหนึ่งกลับมามีชีวิตอีกครั้ง

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
preechalcpd's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 10 ครั้ง
เขียนโดย preechalcpd
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 ประเทศ ที่ปลูกทุเรียนมากที่สุดข้าวหอมมะลิของไทย ประเทศไหนซื้อไปบริโภคมากที่สุดในโลกสื้อตัวเดียวใส่ได้ทั้งเดือน? รู้จัก HercShirt V5.0 และเทคโนโลยีต้านกลิ่นเมื่อเวลามีค่ากว่าเงิน 9 พฤติกรรมที่หลายคนเลือกตัดออกYouTuber บุคคลที่มีรายได้สูงที่สุดในประเทศไทยล็อตเตอรี่ 1 ใบ สามารถถูกได้สูงสุดถึง 3 รางวัลพร้อมกัน ในงวดเดียวกัน7 ถ้ำสวยที่สุดของไทย งดงามราวกับโลกอีกใบประเทศที่คนชอบมาเที่ยวไทยที่สุด มีนักท่องเที่ยวเข้าไทยมากที่สุดซื้อล็อตเตอรี่ยังไงให้ถูกไม้ปาดพร้อม! เบื้องหลังศึกเช็ดกระจกโลกที่ตัดสินกันระดับวินาทีชาร์จมือถือทิ้งไว้ทั้งคืน ทำให้แบตเสื่อมเร็วจริงไหม หรือเป็นความเชื่อที่ยังเข้าใจกันผิด“เวียดนาม” ครองแชมป์สตรีทฟู้ดดีที่สุดในโลก ส่วนไทยกลายเป็นอันดับ 9
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
7 ของเล่นในตำนานของเด็กไทย ที่เห็นเมื่อไรก็ทำให้คิดถึงวันวาน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
กระดาษกรองกาแฟธรรมดา แต่ซ่อนโครงสร้างจิ๋วที่คัดแยกน้ำกับผงกาแฟได้อย่างน่าทึ่งสายกีตาร์โปร่งเส้นเดียว ซ่อนโครงสร้างเกลียวโลหะที่ละเอียดกว่าที่หลายคนคิดแผ่นขาวเล็กๆ บนพลาสเตอร์ยา ทำไมซับเลือดได้ทั้งที่ดูเหมือนสำลีธรรมดาเปิด 5 เรื่องที่ประเทศไทยทำได้ดีกว่าหลายประเทศมหาอำนาจ จนต่างชาติยังยอมรับ
ตั้งกระทู้ใหม่