สงครามสีเดือด เมื่อ Anish Kapoor โดนแบนจากสีชมพูที่สุดในโลก
ถ้าคุณกั๊กสีดำไว้คนเดียว ผมก็กั๊กสีชมพูไม่ให้คุณคนเดียวเหมือนกัน!
ประโยคนี้ไม่ได้หลุดมาจากวงเด็กอนุบาลแย่งกล่องสี แต่เป็นใจความของศึกระหว่างศิลปินร่วมสมัยชื่อดังสองคนที่ทำเอาวงการศิลปะหัวเราะทั้งน้ำตา ฝั่งหนึ่งคือ Anish Kapoor เจ้าของงานประติมากรรมขนาดมหึมาและงานที่เล่นกับความว่างเปล่า อีกฝั่งคือ Stuart Semple ศิลปินอังกฤษผู้เชื่อว่าวัสดุสร้างงานควรเปิดให้คนอื่นได้ทดลองด้วย ศึกนี้เริ่มจากสีดำ แล้วลามไปถึงสีชมพู สีดำรุ่นใหม่ ผงเพชร และการแขวะกันแบบไม่ไว้หน้า
เรื่องจริงไม่ได้แปลว่า Kapoor ซื้อลิขสิทธิ์สีดำทั้งโลก
จุดนี้ต้องแก้ความเข้าใจกันก่อน Vantablack ไม่ใช่สีโปสเตอร์หรือเม็ดสีดำธรรมดาที่บีบออกจากหลอดได้ มันเป็นสารเคลือบที่พัฒนาโดยบริษัท Surrey NanoSystems ใช้โครงสร้างคาร์บอนนาโนทิวบ์ขนาดจิ๋วเรียงตัวคล้ายป่าทึบ เมื่อแสงตกลงไป แสงจะสะท้อนไปมาภายในโครงสร้างจนแทบหนีออกมาไม่ได้ วัตถุสามมิติที่เคลือบสารนี้จึงดูแบนราบคล้ายช่องว่าง เพราะดวงตาแทบไม่เห็นเงาและรายละเอียดของพื้นผิว
Kapoor ไม่ได้ซื้อความเป็นเจ้าของสีดำ ไม่ได้จดลิขสิทธิ์ความดำ และไม่ได้ห้ามโรงงานหรือหน่วยงานอวกาศใช้วัสดุนี้ สิ่งที่เขาได้รับคือ สิทธิ์ใช้งาน Vantablack S-VIS แบบผูกขาดสำหรับงานศิลปะ จากผู้ผลิต ข้อตกลงนี้ทำให้ศิลปินคนอื่นที่อยากลองวัสดุชนิดเดียวกันเข้าไม่ถึง จึงเกิดคำถามตามมาว่า เหตุใดวัสดุซึ่งอาจเปิดประตูให้เกิดงานรูปแบบใหม่ กลับถูกล็อกไว้ให้ศิลปินเพียงคนเดียว
ปัญหาไม่ใช่ใครเป็นเจ้าของสีดำ
แต่คือใครมีสิทธิ์แตะวัสดุที่ทำให้ความดำดูเหมือนหายไปจากโลก
ฝ่าย Kapoor ให้เหตุผลว่าวัสดุชนิดนี้ทำงานยาก เปราะบาง และต้องอาศัยเทคนิคเฉพาะ ไม่ใช่สีที่แจกเป็นกระป๋องแล้วใครจะเอาไปทาบ้านก็ได้ เขาต้องใช้เวลาร่วมพัฒนาวิธีนำมันมาใช้กับงานศิลปะ ส่วนศิลปินจำนวนมากมองว่าการให้สิทธิ์เฉพาะคนเดียวต่างหากที่ขัดกับนิสัยพื้นฐานของศิลปะ เพราะงานใหม่มักเกิดจากการหยิบวัสดุเดิมไปลองผิดลองถูกกันหลายมือ
Stuart Semple จึงตอบโต้ด้วยสีชมพูที่ตั้งใจให้แสบตาและแสบใจ
ปลายปี 2016 Semple นำผงสีเรืองแสงสดจัดออกขายในชื่อ Pinkest Pink ราคาถูกพอให้ศิลปินทั่วไปซื้อไปเล่นได้ เขาประกาศว่าใครบนโลกก็ซื้อได้ ยกเว้น Anish Kapoor และคนที่ซื้อแทน Kapoor หน้าเช็กเอาต์มีข้อความให้ผู้ซื้อยืนยันว่าตนไม่ใช่ Kapoor ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ Kapoor และจะไม่ส่งสีนี้ไปถึงมือเขา
คำสั่งนั้นไม่ใช่กฎหมายของประเทศไหน และตำรวจคงไม่บุกบ้านเพราะมีคนแอบแบ่งผงสีให้ Kapoor มันคือเงื่อนไขการขายแบบกวนประสาท ซึ่งทำหน้าที่เหมือนงานศิลปะเชิงแสดงออกในตัวเอง Semple ไม่ได้แค่ขายสีชมพู แต่กำลังล้อแนวคิดเรื่องการกีดกันวัสดุ เขาใช้ร้านค้าออนไลน์เป็นเวทีประกาศว่า ถ้าการห้ามศิลปินคนอื่นแตะสีหนึ่งฟังดูสมเหตุสมผล การห้ามชายคนเดียวแตะอีกสีหนึ่งก็ควรฟังดูสมเหตุสมผลเช่นกัน
เรื่องยิ่งเดือดเมื่อ Kapoor ได้ผงสีชมพูมาครอบครองจนได้ แล้วโพสต์ภาพนิ้วกลางที่จุ่ม Pinkest Pink ลงในโซเชียล ภาพเดียวตอบกลับคำท้าทายได้ครบโดยไม่ต้องพิมพ์ยาว Semple ไม่ยอมจบ เขาพัฒนาสีดำของตัวเองหลายรุ่น ตั้งแต่ Black 2.0 ต่อเนื่องไปถึงรุ่นใหม่กว่า โดยขายให้คนทั่วไปพร้อมเงื่อนไขเดิมว่า Kapoor ห้ามซื้อ ศึกที่เริ่มจากความดำจึงกลายเป็นชุดผลิตภัณฑ์ประชดประชันที่ขายได้จริงและมีคนทั่วโลกเอาไปสร้างงานต่อ
สีที่ชมพูที่สุดอาจวัดยาก แต่การตลาดครั้งนี้ชนะขาด
คำว่า Pinkest Pink เป็นชื่อที่ Semple ตั้งขึ้นเพื่อสื่อความสดเรืองของผงสี ตัวผู้ขายเองยังเคยระบุแบบติดตลกว่าไม่แน่ใจจริงๆ ว่ามันชมพูที่สุดในโลกหรือไม่ จุดสำคัญจึงไม่ใช่การแข่งขันในห้องทดลองว่าเม็ดสีใดครองแชมป์ แต่เป็นการเปลี่ยนดราม่าเรื่องสิทธิ์เข้าถึงวัสดุให้กลายเป็นเรื่องเล่าที่คนจำได้ง่าย สีชมพูกระปุกเล็กถูกมองเป็นสัญลักษณ์ของการแบ่งปัน ส่วน Vantablack กลายเป็นตัวแทนของความพิเศษที่ถูกจำกัดวง
น่าสนใจตรงที่ทั้งสองฝ่ายต่างได้ประโยชน์ Kapoor ยิ่งถูกพูดถึงในฐานะศิลปินผู้ทำงานกับความมืดชนิดพิเศษ Semple สร้างแบรนด์วัสดุศิลปะที่มีบุคลิกชัด แถมดึงผู้คนเข้ามาถกกันว่าเส้นแบ่งระหว่างสิทธิ์ของผู้คิดค้น การลงทุนพัฒนาวัสดุ และเสรีภาพของศิลปินควรอยู่ตรงไหน คนดูเองก็ได้เห็นว่าศิลปะไม่จำเป็นต้องอยู่บนผ้าใบเสมอไป เงื่อนไขหน้าร้าน โพสต์หนึ่งภาพ หรือการไม่ยอมขายของให้ใครสักคน ก็ถูกเปลี่ยนให้เป็นส่วนหนึ่งของผลงานได้
จากสีดำที่ดูดกลืนแสง
จบลงที่สีชมพูซึ่งดูดกลืนความสนใจทั้งโลก
เรื่องนี้จึงฮากว่าการทะเลาะกันเรื่องกระปุกสี แต่ก็จริงจังกว่ามุกแขวะกันบนอินเทอร์เน็ต มันเปิดคำถามค้างไว้ว่า วัสดุใหม่ควรเป็นรางวัลของคนที่ทุ่มเวลาพัฒนาร่วมกับผู้ผลิต หรือควรเปิดให้ศิลปินหลายคนผลักขอบเขตไปพร้อมกัน ไม่มีคำตอบเดียวที่ปิดเกมได้ ทว่าคนที่ชนะใจชาวเน็ตในยกนี้เห็นจะเป็น Semple เพราะเขาใช้สีชมพูหนึ่งกระปุกเปลี่ยนข้อถกเถียงซับซ้อนให้กลายเป็นประโยคง่ายๆ ว่า ของที่แบ่งกันใช้ได้ ทำไมต้องเก็บไว้คนเดียว
https://www.wired.com/story/vantablack-anish-kapoor-stuart-semple/
https://hyperallergic.com/anish-kapoor-gets-exclusive-rights-to-the-worlds-darkest-pigment/
https://culturehustle.com/products/pink-50g-powdered-paint-by-stuart-semple
เมื่อสายฝนเผยความจริง: ถอดรหัสความงามของ “ดอกไม้โครงกระดูก” สิ่งมหัศจรรย์แห่งป่าลึก
“หลุมดักรถถัง” ที่ชายแดน อวสาน T-59 เขมรจอดเดี้ยงที่ช่องจอม
เปิดแฟ้ม 100 ปี! จากปาราชิกถึงเงินวัด พระสงฆ์ใครบ้างเคยถูกถอดสมณศักดิ์
เปิด 5 เกาะในไทยที่ต่างชาติไปมาก ที่สุด อันดับ 1 นักท่องเที่ยวทะลุหลายล้านคน!
Sexting อย่างไรให้เร้าใจและลดความเสี่ยงจากภาพส่วนตัว
ส่องโพยวันพุธก่อนหวยออก! จับตาเลขซ้ำ 10 ปี มีตัวไหนน่าตาม 16 ก.ย. 69
เปิดสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2569 จีนมาไทยมากที่สุด เพิ่ม 16% แต่ยอดรวม 8 เดือนลด 3.08% เพราะตลาดไหนลดลง
เปิด 5 ห้างที่เงินสะพัดมากที่สุดในไทย อันดับ 1 คนเดินวันละหลักแสน
คนไทยใช้ Android หรือ iPhone มากกว่ากัน เปิดตัวเลขล่าสุด 2026
ทำไมอำเภอเมืองสมุทรปราการจึงมีประชากรมากกว่าหลายจังหวัด
สนามบินสุวรรณภูมิอยู่กรุงเทพฯ จริงไหม เช็กที่ตั้งและค่าเดินทาง
ครูเกษียณปี 2569 โรงเรียนไหนเยอะที่สุด เปิดข้อมูลล่าสุด พร้อมข้อจำกัดที่ต้องรู้
เมื่อสายฝนเผยความจริง: ถอดรหัสความงามของ “ดอกไม้โครงกระดูก” สิ่งมหัศจรรย์แห่งป่าลึก
Sexting อย่างไรให้เร้าใจและลดความเสี่ยงจากภาพส่วนตัว
เปิดแฟ้ม 100 ปี! จากปาราชิกถึงเงินวัด พระสงฆ์ใครบ้างเคยถูกถอดสมณศักดิ์
สนามบินสุวรรณภูมิอยู่กรุงเทพฯ จริงไหม เช็กที่ตั้งและค่าเดินทาง
เปิดสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2569 จีนมาไทยมากที่สุด เพิ่ม 16% แต่ยอดรวม 8 เดือนลด 3.08% เพราะตลาดไหนลดลง
"แผ่นยางรองสะพาน" ตัวเล็กนิดเดียว รับน้ำหนักรถบรรทุกนับพันคันได้ยังไง?
สนามบินสุวรรณภูมิอยู่กรุงเทพฯ จริงไหม เช็กที่ตั้งและค่าเดินทาง
เปิดสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2569 จีนมาไทยมากที่สุด เพิ่ม 16% แต่ยอดรวม 8 เดือนลด 3.08% เพราะตลาดไหนลดลง
ทำไมอำเภอเมืองสมุทรปราการจึงมีประชากรมากกว่าหลายจังหวัด
มารู้จัก “จำปาดะ” ที่หลายคนเข้าใจว่าคือขนุน