หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

พริกปีศาจ Bhut Jolokia จากครัวอินเดีย สู่ระเบิดพริกของกองทัพ

เขียนโดย TEN OUT OF TEN

พริกหนึ่งเม็ดทำให้คนกินน้ำตาไหล แต่พริกชนิดนี้เคยถูกยกระดับจนกลายเป็นอุปกรณ์ควบคุมฝูงชนของจริง

ชื่อของมันคือ Bhut Jolokia หรือที่คนทั่วไปรู้จักกันว่า Ghost Pepper และบ้านเราเรียกติดปากว่า “พริกปีศาจ” พริกชนิดนี้ปลูกกันมานานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย โดยเฉพาะแถบรัฐอัสสัม นาคาแลนด์ มณีปุระ และอรุณาจัลประเทศ ชาวบ้านใช้ปรุงอาหาร ทำของดอง และใช้ในภูมิปัญญาท้องถิ่น ไม่ได้เริ่มชีวิตมาในฐานะของแปลกสำหรับคนชอบท้าความเผ็ด

ความโด่งดังระดับโลกเริ่มชัดขึ้นเมื่อผลการทดสอบพบว่ามันมีความเผ็ดแตะหลัก หนึ่งล้านหน่วยสโกวิลล์ หรือมากกว่านั้นในบางตัวอย่าง ตัวเลขนี้ทำให้ Bhut Jolokia ได้รับการรับรองเป็นพริกที่เผ็ดที่สุดในโลกช่วงปี 2007 พอเทียบกับพริกฮาลาปินโญที่มักอยู่ราวหลักพันถึงหลักหมื่น ความต่างจึงไม่ได้อยู่แค่คำว่าเผ็ดกว่า แต่เหมือนเอาไฟแช็กมาเทียบกับเตาเผาขนาดย่อม

แต่ต้องแก้ข้อมูลให้ทันสมัยก่อน — วันนี้ Bhut Jolokia ไม่ใช่แชมป์โลกแล้ว

ตำแหน่งดังกล่าวถูกพริกรุ่นใหม่แซงไปหลายรอบ ปัจจุบันสถิติอย่างเป็นทางการอยู่กับ Pepper X ซึ่งมีค่าเฉลี่ย 2,693,000 หน่วยสโกวิลล์ ถึงกระนั้น พริกปีศาจก็ยังคงเป็นหมุดหมายสำคัญของวงการพริก เพราะมันคือพริกพันธุ์แรกๆ ที่ทำให้คำว่า “เกินหนึ่งล้านสโกวิลล์” กลายเป็นเรื่องที่คนทั่วโลกพูดถึง

จากความเผ็ดในจานข้าว ไปอยู่ในห้องทดลองกลาโหม

ช่วงปลายทศวรรษ 2000 นักวิทยาศาสตร์ขององค์การวิจัยและพัฒนาด้านกลาโหมอินเดีย หรือ DRDO ทดลองนำสารที่ให้ความเผ็ดจาก Bhut Jolokia ไปพัฒนาเป็นอุปกรณ์คล้ายระเบิดควันและแก๊สน้ำตา แนวคิดไม่ใช่การเอาพริกแห้งยัดลงลูกระเบิดแบบบ้านๆ แต่ใช้สารระคายเคืองจากพริกในรูปที่กระจายตัวได้ เมื่อปล่อยออกมา ผู้ที่อยู่ในบริเวณนั้นจะเกิดอาการแสบตา แสบผิว ไอ หายใจลำบากชั่วคราว และทนอยู่ในพื้นที่เดิมได้ยาก

สารสำคัญคือ แคปไซซิน รวมถึงสารสกัดพริกที่เรียกว่า oleoresin capsicum ซึ่งเป็นญาติใกล้ชิดกับสิ่งที่อยู่ในสเปรย์พริกไทย เพียงแต่ DRDO มองหาวิธีบรรจุและกระจายสารให้เหมาะกับงานของเจ้าหน้าที่ ทั้งการควบคุมฝูงชน การบังคับให้ผู้ต้องสงสัยออกจากที่กำบัง และการใช้งานในพื้นที่ปิดซึ่งการเข้าประชิดตัวเสี่ยงเกินไป

เป้าหมายแรก คือทำให้ออกจากพื้นที่ ไม่ใช่สร้างบาดแผลจากแรงปะทะ

จุดเด่น คือกลิ่นฉุนและความระคายเคืองรุนแรง กระจายเข้าไปตามช่องหรือห้องปิดได้

รูปแบบต่อยอด มีทั้งลูกระเบิดพริก กระสุนแก๊สน้ำตาผสมสารพริก และสเปรย์สำหรับป้องกันตัว

ปี 2010 ข่าวการทดลองถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก หลังเจ้าหน้าที่กลาโหมอินเดียระบุว่าผลทดสอบผ่านเกณฑ์สำหรับนำไปใช้งาน ต่อมามีรายงานในปี 2015 ว่ากองทัพอินเดียใช้ระเบิดพริกเพื่อบังคับให้ผู้ต้องสงสัยติดอาวุธซึ่งหลบอยู่ในถ้ำออกมาจากที่ซ่อน เรื่องนี้ทำให้ภาพของ Bhut Jolokia เปลี่ยนไปทันที จากพริกพื้นบ้านประจำครัว กลายเป็นวัตถุดิบที่ถูกพูดถึงในงานความมั่นคง

คำว่า “ไม่ถึงตาย” ไม่ได้แปลว่าใช้แล้วปลอดภัยเสมอ

สื่อหลายแห่งเรียกอุปกรณ์ชนิดนี้ว่าอาวุธไม่ถึงตาย แต่คำดังกล่าวเป็นการแบ่งประเภทตามเจตนาและโอกาสทำให้เสียชีวิต ไม่ใช่ใบรับรองว่าปลอดภัยกับทุกคน สารจากพริกที่เข้มข้นมากอาจสร้างปัญหาหนักแก่ผู้เป็นโรคหอบหืด ผู้มีโรคหัวใจ เด็ก ผู้สูงอายุ หรือคนที่ติดอยู่ในพื้นที่อับโดยหนีออกไม่ได้ การใช้จึงต้องมีระยะ ระดับความเข้มข้น การระบายอากาศ และการช่วยเหลือหลังสัมผัสสารเข้ามาควบคุม

อีกเรื่องที่มักเล่าคลาดเคลื่อนคือคำว่า “กองทัพเอาพริกที่เผ็ดที่สุดในโลกไปทำระเบิดแก๊สน้ำตา” ประโยคนี้มีเค้าเรื่องจริง แต่ต้องใส่เวลาให้ชัด Bhut Jolokia เป็นแชมป์โลกในช่วงที่โครงการเริ่มต้น ไม่ใช่แชมป์ในปัจจุบัน และอุปกรณ์ที่พัฒนาขึ้นควรเรียกว่า ระเบิดพริกหรืออุปกรณ์กระจายสารระคายเคืองจากพริก มากกว่าจะนึกภาพว่าเป็นระเบิดแรงสูง

เรื่องน่าทึ่งไม่ใช่แค่ว่าพริกเม็ดนี้เผ็ดแค่ไหน แต่อยู่ตรงที่ความรู้พื้นบ้านจากไร่พริกในอัสสัม ถูกนักวิทยาศาสตร์หยิบไปต่อยอดจนกลายเป็นเครื่องมือของเจ้าหน้าที่

Bhut Jolokia จึงมีสองชีวิตอยู่พร้อมกัน ชีวิตแรกคือเครื่องปรุงที่คนท้องถิ่นคุ้นเคย อีกชีวิตคือวัตถุดิบของเทคโนโลยีควบคุมพื้นที่ ฟังดูเหมือนพล็อตหนัง แต่เกิดขึ้นจริง และเป็นตัวอย่างชัดๆ ว่าของธรรมดาในครัว เมื่อเปลี่ยนความเข้มข้น วิธีบรรจุ และจุดประสงค์การใช้งาน ก็อาจกลายเป็นของที่ไม่มีใครอยากยืนรับตรงๆ แม้แต่วินาทีเดียว

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
TEN OUT OF TEN's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 64 ครั้ง
เขียนโดย TEN OUT OF TEN
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ส่องสถิติ 16 ก.ย. ย้อนหลัง 10 ปี เลขไหนออกซ้ำไม่เลิก?งวด 16 ก.ย. 69 จัดไปเน้นๆ! เสือตกถังพลังเงินดี รอบนี้ 2-9 มาแรงเกินต้านรวม เลขปฏิทินจีน งวด 16/9/69เลขปิงปอง น้องเพชรกล้า งวด 16 ก.ย. 69 เปิดรายได้คนไทยไปทำงานญี่ปุ่น เงินเดือนเท่าไร หักค่าที่พักและค่าใช้จ่ายแล้วเหลือกลับบ้านกี่บาทมหาวิทยาลัยที่คนลาวชอบที่สุด และนิยมเข้าเรียนมากที่สุดในไทย“หลุมดักรถถัง” ที่ชายแดน อวสาน T-59 เขมรจอดเดี้ยงที่ช่องจอมมาแล้ว เลขเด็ดจากปฏิทินจีน ปฏิทินครอบครัวข่าว 3 งวดประจำวันที่ 16 กันยายน 2569เลขปฏิทินหลวงพ่อรวย งวด 16 ก.ย. 6910 แนวทางสลากพารวย งวด 16 ก.ย. 69 หวยออกวันพุธ อัดเลขเด่น 2 ตัวเน้นๆ!เจาะตาราง 'มหาทักษา' 16 ก.ย. 69 ชน 7-2 แตกยับๆ อย่าหาว่าไม่เตือน!เลขเด็ด "แม่จำเนียรล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 16 กันยายน 69 มาแล้ว! รีบส่องด่วน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
มหาวิทยาลัยที่คนลาวชอบที่สุด และนิยมเข้าเรียนมากที่สุดในไทยเปิด 5 อาชีพที่คนรุ่นใหม่แห่เรียน เพราะคิดว่าเงินดี แต่ตลาดงานจริงเป็นอย่างไร?ฝูงหมูลงว่ายน้ำในทะเล! สถานที่ท่องเที่ยวลับๆ แห่งนี้กลายเป็นที่นิยม ดึงดูดนักท่องเที่ยวนับพันคนในฤดูร้อนนี้
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ทำไมราชสกุลเคยใช้ “ณ กรุงเทพ” ก่อนเปลี่ยนเป็น “ณ อยุธยา”?แคนาดามีทะเลสาบมากที่สุดในโลกจริงไหม? ทำไมคำตอบถึงมีทั้ง 2 ล้าน 875,000 และ 563 แห่ง7 ไมโครโฟนโบราณคนนิยมสะสมมากที่สุด อันดับ 1 ราคาแพงแค่ไหน?⏱️ 5 นาฬิกาจับเวลารุ่นโบราณ ที่กรรมการกีฬายุคก่อนใช้จริง อันดับ 1 รุ่นอะไร?
ตั้งกระทู้ใหม่