หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

จุดเริ่มต้นที่มนุษย์เริ่มสูบบุหรี่

เขียนโดย อเมริกาโน่ดำ

ก่อนโลกจะรู้ว่ามันฆ่าคน: มนุษย์เริ่มจุดไฟสูบบุหรี่กันตั้งแต่เมื่อไหร่

        ถ้ายกมวนบุหรี่ขึ้นมาดู แล้วถามตัวเองว่า "ใครกันนะเป็นคนแรกที่เอาใบไม้แห้งมามวนแล้วจุดไฟสูบเข้าปอด?" เรื่องนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อร้อยหรือสองร้อยปีที่แล้ว แต่เบื้องหลังจุดกำเนิดยาสูบมันยาวนานกว่านั้นมาก ถอยหลังกลับไปเป็นพันๆ ปี ในยุคที่โลกยังไม่มีคำว่ามะเร็งปอด และไม่มีใครรู้ว่าสารนิโคตินคืออะไร

ย้อนกลับไปราว 5,000–3,000 ปีก่อนคริสตกาล ชนเผ่าดั้งเดิมในทวีปอเมริกาคือมนุษย์กลุ่มแรกที่เริ่มทำความรู้จักกับต้นยาสูบ (Nicotiana)

แต่เชื่อไหมว่า... พวกเขาไม่ได้สูบมันเพื่อความคลายเครียดหรือแก้เหงาเหมือนคนยุคนี้เลยสักนิด

จากพืชศักดิ์สิทธิ์ของเทพเจ้า สู่พิธีกรรมทางจิตวิญญาณ

สำหรับชนเผ่าอินเดียนแดงและอารยธรรมโบราณอย่าง "ชาวมายา" ยาสูบไม่ใช่สินค้าจำพวกของเล่น แต่มันคือ "พืชศักดิ์สิทธิ์"

หลับตานึกภาพหมอผีหรือผู้นำเผ่าที่กำลังนั่งล้อมกองไฟ พวกเขาจะนำใบยาสูบมาบด เคี้ยว ดม หรือมวนด้วยใบเปลือกอ้อยแล้วจุดไฟ ควันหนาทึบที่ลอยพุ่งขึ้นฟ้าถูกเชื่อว่าเป็นสื่อกลางในการส่งคำอธิษฐานไปถึงเทพเจ้า

ที่น่าสนใจคือ ใบยาสูบพันธุ์โบราณมีความเข้มข้นของนิโคตินสูงกว่าบุหรี่ที่เราเห็นในปัจจุบันหลายเท่า เวลาหมอผีสูบเข้าไปเต็มปอด พวกเขาจะเกิดอาการเคลิ้ม เมาควัน จนเข้าสู่อาการสภาวะจิตหลุด (Trance) ซึ่งคนโบราณมองว่านั่นคือช่วงเวลาที่มนุษย์กำลังพูดคุยกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์

หลักฐานชิ้นสำคัญที่ยืนยันเรื่องนี้คือ เหยือกดินเผาของชาวมายาช่วงศตวรรษที่ 10 ที่มีภาพสลักรูปชายคนหนึ่งกำลังนั่งสูบมวนยาสูบอย่างสบายใจ นับเป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์ยาสูบที่ชัดเจนที่สุดยุคหนึ่ง

วันที่ชาวยุโรปได้รู้จักกับ "ควันไฟ" ชนิดใหม่

เรื่องราวการสูบบุหรี่คงอยู่แค่ในทวีปอเมริกาไปอีกนาน หากไม่มีชายชื่อ คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส (Christopher Columbus)

ในเดือนตุลาคม ปี 1492 เมื่อโคลัมบัสและลูกเรือเดินทางไปถึงหมู่เกาะแคริบเบียน ชาวพื้นเมืองได้นำของขวัญหลายอย่างมาต้อนรับ มีทั้งผลไม้ ไม้หอม และ "ใบไม้แห้งปริศนา" ที่ส่งกลิ่นฉุน โคลัมบัสในตอนนั้นไม่เข้าใจว่ามันคืออะไรเลยสั่งให้โยนทิ้งทะเลไป

แต่ลูกเรือของเขาอย่าง รอดริโก เด เคเรซ (Rodrigo de Jerez) กลับสนใจสิ่งนี้อย่างจริงจัง เขาเห็นชาวพื้นเมืองเอาใบไม้นี้ใส่ในกลอดไม้แล้วจุดไฟสูบ ดมควันพ่นออกจากปากและจมูก เมื่อลองทำตาม เขาก็ตกเป็นทาสของมันทันที

เมื่อรอดริโกเดินทางกลับถึงสเปน เขาก็จุดยาสูบพ่นควันกลางเมืองท่ามกลางความตะลึงของชาวบ้าน ชนิดที่ว่าศาลศาสนา (Inquisition) ในยุคนั้นคิดว่าเขาถูกผีสิง หรือมีมารร้ายสิงอยู่ในร่าง พ่นไฟออกทางปากได้ จนทำให้เขาถูกจับจำคุกไปนานถึง 3 ปี

ทว่า พอเขาก้าวออกจากคุกมา... เขาก็พบว่าคนทั้งเมืองเริ่มหันมาสูบมันกันหมดแล้ว!

"ยาวิเศษ" ที่เคยหมอแนะนำให้สูบ

ช่วงศตวรรษที่ 16 ยาสูบแพร่ระบาดไปทั่วยุโรปอย่างรวดเร็วปานลมกรด แต่มันไม่ได้แพร่ในฐานะสิ่งเสพติดนะ มันแพร่ในฐานะ "สมุนไพรรักษาโรค"

ฌอง นีโกต์ (Jean Nicot) นักการทูตชาวฝรั่งเศส (ผู้ซึ่งต่อมาชื่อของเขาถูกนำไปตั้งเป็นชื่อสาร "นิโคติน") ได้ส่งใบยาสูบไปให้ราชสำนักฝรั่งเศส โดยอ้างว่ามันสามารถรักษาได้สารพัดโรค ตั้งแต่ปวดหัว นิ่ว โรคกลากเกลื้อน ไปจนถึงแผลจากกาฬโรค!

หมอในยุคนั้นถึงขั้นเขียนตำรายาแนะนำให้ประชาชนสูบยาสูบเพื่อล้างพิษในร่างกาย ยาสูบจึงกลายเป็นของหรูหรา ราคาแพง และเป็นสัญลักษณ์ของชนชั้นสูงในยุโรปไปโดยปริมาณ

ยุคการปฏิวัติอุตสาหกรรม: กำเนิดบุหรี่มวนไร้หัวใจ

แต่สิ่งที่เปลี่ยนให้การสูบบุหรี่กลายเป็นพฤติกรรมระดับโลกจริงๆ คือการกำเนิดของ "เครื่องมวนบุหรี่อัตโนมัติ" โดยเจมส์ บอนแซค (James Bonsack) ในปี 1881

ยามปกติ คนเรามวนบุหรี่ด้วยมือได้แค่นาทีละ 4–5 มวน แต่เครื่องจักรนี้ผลิตได้สูงถึงนาทีละ 200 มวน!

เมื่อการผลิตพุ่งสูง ต้นทุนก็ดิ่งลง บุหรี่ถูกส่งออกไปขายทั่วทุกมุมโลกในราคาที่ใครๆ ก็ซื้อได้ บริษัทบุหรี่เริ่มใช้การตลาดหรูหรา ดาราดัง ยอดนักกีฬา หรือแม้แต่ภาพหมอถือซองบุหรี่มาโฆษณาว่า "สูบยี่ห้อนี้แล้วดีต่อลำคอ"

จนกระทั่งในทศวรรษ 1950 การแพทย์ยุคใหม่เริ่มเจาะลึกและพบความจริงอันน่าตกใจ งานวิจัยนับพันชิ้นเริ่มยืนยันตรงกันว่า ควันพิษที่มนุษย์จุดสูบกันมานานหลายร้อยปีนี้ เป็นสาเหตุหลักของมะเร็งปอดและโรคหัวใจ

จากพืชศักดิ์สิทธิ์ของหมอผีมายา สู่สมุนไพรรักษาโรคของชาวยุโรป จนมาถึงสิ่งเสพติดที่คร่าชีวิตคนมากที่สุดชนิดหนึ่งในประวัติศาสตร์... เรื่องราวของยาสูบจึงนับว่าเป็นหนึ่งในประวัติศาสตร์การเดินทางของพืชที่พลิกชะตากรรมมนุษยชาติอย่างแท้จริง

แหล่งอ้างอิง

Gately, I. (2001). Tobacco: A Cultural History of How an Exotic Plant Seduced Civilization. Grove Press.

Hughes, J. (2003). Ethnobotany of Tobacco: Early uses in the Americas. Journal of Ethnopharmacology.

British Museum. Maya incense burner and ceramic representations of tobacco usage.

National Institutes of Health (NIH). The History of the Discovery of the Cigarette-Lung Cancer Link.
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
อเมริกาโน่ดำ's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 70 ครั้ง
เขียนโดย อเมริกาโน่ดำ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
15 VOTES (5/5 จาก 3 คน)
VOTED: EvaAqua, ราชสีห์ขี่เป็ด, อเมริกาโน่ดำ
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ชาติที่คนใช้เงินในประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลกใต้ผืนดินไทยซ่อนอะไรไว้? ตามรอยเมืองเก่าที่กาลเวลาเคยกลบฝัง“โจดี้ ฟอสเตอร์” งูเหลือมยักษ์เอาชนะมะเร็งด้วยไฟฟ้าเคมีงูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำความลับในวังจีนโบราณเปิดสถิติเลขท้าย 3 ตัว งวด 1 กันยายน ย้อนหลัง 10 ปีทำไมเวลาฝนตกอากาศถึงมีกลิ่นหอมแปลก ๆ กลิ่นนั้นมาจากไหนส่องรหัสเลขมูเตลู "เจ้าเเม่ตะเคียนทอง" 1/9/69แดนเซอร์เบื้องหลังศิลปินดัง ได้ค่าจ้างต่อโชว์เท่าไร?ส่องทิศทางตัวเลขเด่น ม้าสีหมอก VS ม้าวิ่ง วันที่ 1 กันยายน 2569มายาภาพแห่งวังหลวง: ความแตกต่างระหว่างประวัติศาสตร์จริงกับโลกนิยายทุเรียนจังหวัดไหนแพงที่สุด? เปิด 5 แหล่งทุเรียนพรีเมียมของไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ทำไมเวลาฝนตกอากาศถึงมีกลิ่นหอมแปลก ๆ กลิ่นนั้นมาจากไหนใต้ผืนดินไทยซ่อนอะไรไว้? ตามรอยเมืองเก่าที่กาลเวลาเคยกลบฝังความลับในวังจีนโบราณ“โจดี้ ฟอสเตอร์” งูเหลือมยักษ์เอาชนะมะเร็งด้วยไฟฟ้าเคมี
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ทำไมคนไทยเรียกผงซักฟอกว่า แฟ้บ ?จากตำนาน "ระเบิดภูเขา เผากระท่อม" สู่ประวัติศาสตร์โลก! กินเนสส์บุ๊กจารึก "อาฉลอง ภักดีวิจิตร" ผู้กำกับละครอายุมากที่สุดในโลกทำไมเราถึงชอบ "อยากบีบ/อยากกัด" สิ่งของหรือสัตว์ตัวเล็กๆ ที่น่ารักมากๆ?ทำไมเวลาฝนตกอากาศถึงมีกลิ่นหอมแปลก ๆ กลิ่นนั้นมาจากไหน
ตั้งกระทู้ใหม่