รูปมีมธรรมดา แต่อาจซ่อนโค้ดไว้ได้? รู้จัก Steganography ให้มากขึ้น
แค่ไฟล์รูปภาพไฟล์เดียว ก็อาจซ่อนข้อมูลบางอย่างไว้ได้มากกว่าที่คิด
หลายคนคงเคยได้ยินคำเตือนว่าอย่าเปิดไฟล์แปลก ๆ จากคนไม่รู้จัก แต่พอเป็นไฟล์รูปภาพก็มักจะรู้สึกปลอดภัยกว่า เพราะคิดว่าอย่างมากก็แค่รูปแมว รูปมีม หรือภาพวิวธรรมดา ความจริงแล้วโลกของความปลอดภัยไซเบอร์มีเทคนิคที่เรียกว่า Steganography ซึ่งใช้ซ่อนข้อมูลไว้ภายในไฟล์รูปภาพ เสียง หรือวิดีโอได้โดยแทบมองไม่ออกด้วยตาเปล่า
Steganography คืออะไร?
Steganography เป็นศาสตร์ของการซ่อนข้อมูลให้กลมกลืนไปกับไฟล์ชนิดอื่น เช่น ซ่อนข้อความ รหัสผ่าน คีย์เข้ารหัส หรือไฟล์อีกไฟล์หนึ่งไว้ในรูปภาพ วิธีนี้ต่างจากการเข้ารหัสข้อมูล เพราะการเข้ารหัสยังทำให้คนรู้ว่ามีข้อมูลลับอยู่ แต่การซ่อนข้อมูลมีเป้าหมายให้คนทั่วไปไม่รู้เลยว่ามีอะไรถูกฝังไว้
เทคนิคที่นิยมคือการแก้ไขค่าของพิกเซลเพียงเล็กน้อย เช่น เปลี่ยนค่าบิตสุดท้ายของแต่ละพิกเซล ซึ่งแทบไม่ส่งผลต่อภาพที่ตามองเห็น แต่สามารถเก็บข้อมูลจำนวนไม่น้อยไว้ภายในได้
ซ่อนข้อมูลได้ ไม่ได้แปลว่ารูปภาพจะรันโค้ดเอง
มีความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อยว่า หากมีมัลแวร์ซ่อนอยู่ในพิกเซลของภาพ แค่เปิดรูปก็จะทำให้โค้ดทำงานทันที ความจริงแล้วโดยทั่วไปไฟล์รูปภาพมาตรฐานอย่าง JPG หรือ PNG ไม่สามารถสั่งรันโปรแกรมได้ด้วยตัวเอง การซ่อนข้อมูลไว้ในภาพเป็นเพียงการเก็บข้อมูลเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม หากมีโปรแกรมหรือระบบที่ถูกออกแบบให้ดึงข้อมูลที่ซ่อนอยู่ในภาพออกมา แล้วนำข้อมูลนั้นไปประมวลผลต่อโดยไม่มีการตรวจสอบอย่างเหมาะสม ข้อมูลที่ซ่อนอยู่ก็อาจถูกนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของการโจมตีได้ นอกจากนี้ ในอดีตยังเคยมีช่องโหว่ของโปรแกรมดูรูปหรือไลบรารีประมวลผลภาพบางตัว ที่เมื่อเปิดไฟล์ภาพที่ถูกสร้างขึ้นเป็นพิเศษอาจทำให้เกิดการทำงานผิดพลาดและเปิดช่องให้ผู้โจมตีใช้ประโยชน์ได้ แต่กรณีเหล่านี้เกิดจากช่องโหว่ของซอฟต์แวร์ ไม่ใช่เพราะพิกเซลของภาพสามารถรันโค้ดได้เอง
ทำไมแฮกเกอร์จึงสนใจเทคนิคนี้?
• ช่วยซ่อนข้อมูลไม่ให้สะดุดตา
• ใช้ลักลอบส่งข้อมูลระหว่างเครื่องที่ติดมัลแวร์
• หลีกเลี่ยงการตรวจจับที่มองหาไฟล์อันตรายแบบเดิม ๆ
• ใช้เป็นช่องทางซ่อนคำสั่งหรือข้อมูลที่ต้องการส่งกลับไปยังผู้โจมตี
ในหลายกรณี รูปภาพทำหน้าที่เป็นเพียงภาชนะเก็บข้อมูล ไม่ใช่ตัวมัลแวร์เอง ผู้โจมตีอาจดาวน์โหลดรูปจากเว็บไซต์ทั่วไป จากนั้นมัลแวร์ที่ติดอยู่ในเครื่องจะอ่านข้อมูลลับที่ซ่อนอยู่ในภาพเพื่อนำไปใช้ต่อ ทำให้การสื่อสารดูเหมือนเป็นการโหลดรูปภาพธรรมดา
แล้วแอนติไวรัสตรวจไม่เจอจริงหรือ?
คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับลักษณะของการโจมตี โปรแกรมป้องกันไวรัสสมัยใหม่สามารถตรวจจับมัลแวร์ได้จากหลายวิธี ทั้งการวิเคราะห์พฤติกรรม ลายเซ็น และการประเมินความผิดปกติของไฟล์ ดังนั้นการซ่อนข้อมูลในรูปภาพไม่ได้รับประกันว่าจะหลบการตรวจจับได้เสมอไป แต่ก็อาจเพิ่มความซับซ้อนในการวิเคราะห์เหตุการณ์ได้ หากระบบรักษาความปลอดภัยไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลที่ซ่อนอยู่ภายในไฟล์
สิ่งสำคัญไม่ใช่การกลัวรูปภาพ แต่คือการอัปเดตระบบและระวังแหล่งที่มาของไฟล์
ผู้ใช้ทั่วไปไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกกับการเปิดรูปภาพในชีวิตประจำวัน สิ่งที่ควรทำคืออัปเดตระบบปฏิบัติการ โปรแกรมดูรูป และซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด หลีกเลี่ยงการติดตั้งโปรแกรมจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ และไม่เปิดไฟล์ที่ส่งมาจากแหล่งไม่รู้จักโดยไม่จำเป็น เพราะการโจมตีส่วนใหญ่มักอาศัยหลายขั้นตอนร่วมกัน ไม่ได้เกิดจากการมองเห็นรูปภาพเพียงอย่างเดียว
มดปืนกาว“Lordomyrmaazumai”มดสายพันธุ์ประหลาดที่ปล่อยสารเหนียวจากเหล็กใน!
เทียบชัดชน ตารางมหาทักษา 4 สำนัก 1 พ.ย. 69
10 ชื่อ ที่คนไทยใช้มากที่สุด ชื่อเดียวมากถึงหลักแสนคน
ส่องเลข สุนารี ราชสีมา เหมาลอตเตอรี่ยกแผง โชว์ชุดเลขสวย 2 ตัว 3 ตัว ลุ้นโชคงวด 1 พฤศจิกายน 2569
รองเท้าแตะคีบมีมานานเท่าไรเริ่มต้นมาอย่างไร
ใบเขียว งวด 1 พ.ย. 69 เผยสูตรคำนวณใหม่ พร้อมแนวทางจากกรอบตัวเลข
แก้วมังกรเริ่มนำมาปลูกในประเทศไทยเมื่อไร ใครนำเข้า
โชคลาภ..พีระมิด งวด 1 พ.ย. 69 เรียงชุดตัวเลข 4 ชั้น พร้อมแนวทางจากภาพต้นฉบับ
เลขปฏิทินหลวงพ่อรวย งวด 1 พฤศจิกายน 2569 มาแล้ว!
เปิดชุดเลขเขียนมือ 20 รายการ คัดเลขเด่นประกบเลขสามตัว มีอะไรน่าสนใจในโพยงวดนี้
แค่ใส่สิ่งนี้ในหม้อหุงข้าว ช่วยลดน้ำตาลในข้าวได้โดยไม่ต้องชื้อหม้อหุงข้าวราคาแพง
เลขฝันเป็นจริง งวด 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569
จำปีสิรินธรพรรณไม้หายากของไทยจากป่าพรุสู่การอนุรักษ์นอกถิ่นกำเนิด
รองเท้าแตะคีบมีมานานเท่าไรเริ่มต้นมาอย่างไร
แค่ใส่สิ่งนี้ในหม้อหุงข้าว ช่วยลดน้ำตาลในข้าวได้โดยไม่ต้องชื้อหม้อหุงข้าวราคาแพง
งานเข้า! ชัยวัฒน์เปิดประเด็นสัญญาซื้อขายที่ดินราชพัสดุนครนายก ชี้ข้อกฎหมายที่ต้องตรวจสอบ พร้อมตั้งคำถามผู้เกี่ยวข้อง



