มือถือควรรีสตาร์ตบ่อยแค่ไหน ทำแล้วช่วยอะไรได้จริง
หลายคนแทบไม่เคยปิดหรือรีสตาร์ตสมาร์ตโฟน เพราะใช้งานต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ขณะที่บางคนรีสตาร์ตเครื่องเป็นประจำทุกสัปดาห์ หรือทำทันทีเมื่อรู้สึกว่าเครื่องเริ่มช้า
คำตอบคือ การรีสตาร์ตอาจช่วยแก้ปัญหาซอฟต์แวร์ชั่วคราว เครื่องค้าง แอปไม่ตอบสนอง หรือการเชื่อมต่อผิดปกติได้ แต่ไม่จำเป็นต้องทำทุกวัน และไม่ใช่วิธีแก้ปัญหามือถือทุกประเภท
ข้อดีของการรีสตาร์ตมือถือ
1. ช่วยแก้เครื่องค้างหรือทำงานช้าชั่วคราว
การรีสตาร์ตจะหยุดกระบวนการที่กำลังทำงานและเริ่มระบบขึ้นมาใหม่ จึงอาจช่วยเมื่อแอปค้าง เมนูตอบสนองช้า หรือระบบเกิดข้อผิดพลาดชั่วคราว
Google แนะนำให้รีสตาร์ตเป็นหนึ่งในขั้นตอนเบื้องต้นเมื่อตรวจสอบอุปกรณ์ Android ที่ทำงานช้า ค้าง หรือไม่ตอบสนอง ส่วน Apple ก็แนะนำการรีสตาร์ตตามปกติ และให้ใช้การบังคับรีสตาร์ตเมื่อ iPhone ไม่ตอบสนองเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรเข้าใจว่าการมี RAM เหลือน้อยหมายถึงเครื่องผิดปกติเสมอไป เพราะระบบปฏิบัติการสมัยใหม่จัดการหน่วยความจำและเก็บแอปบางส่วนไว้ใน RAM เพื่อให้เรียกกลับมาใช้งานได้เร็วขึ้น การรีสตาร์ตจึงช่วยเริ่มกระบวนการใหม่ได้ แต่ไม่ได้เพิ่ม RAM หรือทำให้เครื่องเร็วขึ้นอย่างถาวร
2. แก้ปัญหาแอปทำงานผิดปกติ
หากแอปเด้ง เปิดไม่ติด หรือหยุดตอบสนอง การรีสตาร์ตอาจช่วยหยุดกระบวนการของแอปที่มีปัญหาและโหลดระบบใหม่ โดยไม่ต้องรีเซ็ตเครื่องหรือลบข้อมูลทั้งหมด
หากรีสตาร์ตแล้วปัญหายังกลับมา ควรตรวจสอบการอัปเดตแอป ลบแอปที่เพิ่งติดตั้ง หรือทดลองใช้ Safe Mode เพื่อดูว่าแอปภายนอกเป็นสาเหตุหรือไม่
3. ช่วยแก้ปัญหาการเชื่อมต่อบางกรณี
เมื่ออินเทอร์เน็ตมือถือหรือ Wi-Fi ทำงานผิดปกติ การรีสตาร์ตอุปกรณ์เป็นหนึ่งในขั้นตอนที่อาจช่วยให้ระบบเชื่อมต่อเริ่มทำงานใหม่ได้
แต่ถ้ายังใช้งานไม่ได้ ควรตรวจสอบโหมดเครื่องบิน สัญญาณเครือข่าย การตั้งค่า Wi-Fi เราเตอร์ หรือผู้ให้บริการเครือข่ายเพิ่มเติม เพราะต้นเหตุอาจไม่ได้อยู่ที่ตัวโทรศัพท์
4. ทำให้การอัปเดตบางรายการเริ่มทำงาน
การอัปเดตระบบบางประเภทจะเริ่มมีผลหลังจากรีสตาร์ตอุปกรณ์ ตัวอย่างเช่น โทรศัพท์ Pixel จะเปิดใช้งานการอัปเดตที่ติดตั้งไว้เมื่อรีสตาร์ตครั้งถัดไป ส่วนอุปกรณ์ Android รุ่นอื่นจำนวนมากจะรีสตาร์ตโดยอัตโนมัติระหว่างการติดตั้ง
จึงควรปล่อยให้เครื่องดำเนินการจนเสร็จ และหลีกเลี่ยงการบังคับปิดเครื่องขณะกำลังติดตั้งระบบ
5. เป็นหนึ่งในแนวทางดูแลความปลอดภัย
สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ NSA แนะนำให้ปิดและเปิดอุปกรณ์มือถือสัปดาห์ละครั้ง โดยระบุว่าการทำเช่นนี้อาจช่วยลดความเสี่ยงจากการโจมตีบางรูปแบบ เช่น มัลแวร์ที่ติดตั้งผ่านการหลอกลวงและช่องโหว่แบบ Zero-click ได้ในบางกรณี ไม่ได้หมายความว่าจะป้องกันภัยทั้งหมดได้
การรีสตาร์ตจึงไม่สามารถใช้แทนการอัปเดตระบบ การติดตั้งแอปจากร้านอย่างเป็นทางการ และการหลีกเลี่ยงลิงก์หรือไฟล์แนบที่ไม่รู้จักได้
ข้อเสียของการรีสตาร์ตบ่อยเกินไป
1. ขัดจังหวะการใช้งาน
ทุกครั้งที่รีสตาร์ตต้องรอให้ระบบและแอปต่าง ๆ โหลดขึ้นมาใหม่ หากกำลังดาวน์โหลดไฟล์ อัปโหลดข้อมูล ประชุมผ่านวิดีโอ หรือใช้นำทาง กระบวนการเหล่านั้นอาจหยุดลงได้
ก่อนรีสตาร์ตจึงควรบันทึกงานและตรวจสอบว่าไม่มีการอัปเดตหรือโอนย้ายข้อมูลสำคัญกำลังดำเนินอยู่
2. ไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุเสมอไป
หากมือถือช้าเพราะพื้นที่จัดเก็บใกล้เต็ม แบตเตอรี่เสื่อม แอปมีข้อผิดพลาด หรือฮาร์ดแวร์ชำรุด การรีสตาร์ตอาจช่วยได้เพียงชั่วคราวหรือไม่ช่วยเลย
Google ระบุว่าอุปกรณ์ Android อาจเริ่มมีปัญหาเมื่อมีพื้นที่จัดเก็บเหลือน้อยมาก ดังนั้นควรตรวจสอบพื้นที่ว่าง อัปเดตระบบ และถอนการติดตั้งแอปที่ไม่จำเป็นควบคู่กันไป
ควรรีสตาร์ตบ่อยแค่ไหน
ผู้ใช้งานทั่วไปไม่จำเป็นต้องรีสตาร์ตทุกวัน หากเครื่องยังทำงานปกติ สามารถรีสตาร์ตเมื่อพบอาการต่อไปนี้
- เครื่องค้างหรือทำงานช้าผิดปกติ
- แอปเด้งหรือไม่ตอบสนอง
- Wi-Fi หรืออินเทอร์เน็ตมือถือเชื่อมต่อผิดปกติ
- ระบบแจ้งให้รีสตาร์ตหลังอัปเดต
- เครื่องเปิดใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานานและเริ่มมีอาการจุกจิก
หากต้องการทำเป็นกิจวัตร การรีสตาร์ตประมาณสัปดาห์ละครั้งก็สอดคล้องกับคำแนะนำด้านความปลอดภัยของ NSA แต่ไม่ควรมองว่าเป็นกฎตายตัวหรือเป็นวิธีเร่งความเร็วเครื่องแบบถาวร
รีสตาร์ตบ่อยทำให้เครื่องพังหรือไม่
การรีสตาร์ตตามเมนูปกติเป็นการใช้งานที่โทรศัพท์รองรับอยู่แล้ว และไม่เหมือนกับการรีเซ็ตเครื่องกลับเป็นค่าโรงงาน จึงไม่ลบรูปภาพ แอป หรือข้อมูลส่วนตัว
ส่วนการบังคับรีสตาร์ตควรใช้เมื่อเครื่องค้างหรือไม่ตอบสนองจริง ๆ และควรหลีกเลี่ยงการบังคับปิดขณะระบบกำลังอัปเดตหรือเขียนข้อมูลสำคัญ
สรุปแล้ว การรีสตาร์ตมือถือเป็นวิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นที่ง่ายและมีประโยชน์ โดยเฉพาะเมื่อเครื่องค้าง แอปผิดปกติ หรือการเชื่อมต่อมีปัญหา แต่ถ้ารีสตาร์ตแล้วอาการเดิมยังเกิดซ้ำ ควรตรวจสอบพื้นที่เก็บข้อมูล แบตเตอรี่ แอป และระบบปฏิบัติการ เพื่อแก้ไขที่ต้นเหตุ
REFERENCES:
https://support.google.com/android/answer/7667018
https://support.google.com/android/answer/7664998
https://support.google.com/android/answer/2651367
https://support.google.com/android/answer/7680439
https://support.apple.com/th-th/118259
https://support.apple.com/th-th/guide/iphone/iph8903c3ee6/ios
https://media.defense.gov/2021/Sep/16/2002855921/-1/-1/0/MOBILE_DEVICE_BEST_PRACTICES_FINAL_V3-COPY.PDF
ล็อตเตอรี่ 1 ใบ สามารถถูกได้สูงสุดถึง 3 รางวัลพร้อมกัน ในงวดเดียวกัน
ร่องลึกมาเรียนาลึกแค่ไหน? ลึกจนยอดเขาเอเวอเรสต์ยังจมหายใต้น้ำอีกกว่า 2 กิโลเมตร
ทำไมสุนัขต้อนแกะถึงเก่งเหมือนอ่านใจฝูงได้? เบื้องหลังความสามารถที่ไม่ได้เกิดจากการฝึกอย่างเดียว
Data Center คืออะไร? ทำไมบริษัทยักษ์ใหญ่ถึงแห่มาลงทุนในไทย
4 คณะหมอลำระดับแนวหน้าของเมืองไทยที่มี ค่าจ้างแพงที่สุด
ชาร์จมือถือทิ้งไว้ทั้งคืน ทำให้แบตเสื่อมเร็วจริงไหม หรือเป็นความเชื่อที่ยังเข้าใจกันผิด
พืชรั้วกินได้ 10 ชนิด ปลูกเป็นรั้วบ้านก็สวย เก็บกินได้ทุกวัน
มหัศจรรย์แห่ง ทะเลสาบกลางขุนเขาไทย ที่ทำให้คนทั้งโลกต้องอยากมา
ประเทศที่คนชอบมาเที่ยวไทยที่สุด มีนักท่องเที่ยวเข้าไทยมากที่สุด
จังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ไม่ถึง 30 สาขา
7 จุดสังเกต ปลั๊กพ่วงคุณภาพดี ที่หลายคนมองข้าม
ย้อนวันวาน 5 ของเช่าเคยฮิต ก่อนเทคโนโลยีเปลี่ยนทุกอย่าง
รู้จัก Minor Food เบื้องหลังร้านดัง และความต่างระหว่างเจ้าของกับผู้บริหารแบรนด์
ฝันว่ารองเท้าหายหาไม่เจอ หมายถึงการเปลี่ยนงานใหม่หรือดวงกำลังตก
9 อาชีพฝีมือเก่าแก่ของไทยที่ยังมีงาน แต่คนสืบทอดน้อยลง
Why pet medication bills are often higher than owners expect
ร่องลึกมาเรียนาลึกแค่ไหน? ลึกจนยอดเขาเอเวอเรสต์ยังจมหายใต้น้ำอีกกว่า 2 กิโลเมตร
ทำไมนักบินกับผู้ช่วยนักบิน ห้ามกินอาหารเมนูเดียวกันระหว่างปฏิบัติหน้าที่
รู้จัก Minor Food เบื้องหลังร้านดัง และความต่างระหว่างเจ้าของกับผู้บริหารแบรนด์
ความจริงชวนอึ้ง! คดีล่าแม่มดซาเลม ไม่ได้เผาทั้งเป็นอย่างที่หนังชอบเล่า
เมนูพิเศษประจำวัน อาจไม่ได้พิเศษอย่างที่คิด แต่เป็นแผนจัดการวัตถุดิบของร้าน
พีชกับเนคทารีน จริงๆ แล้วคือผลไม้ชนิดเดียวกัน ต่างกันแค่ยีนที่ทำให้เปลือกมีขนหรือไม่มีขน