หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

“โมง ทุ่ม ตี” จากเสียงฆ้องและกลองโบราณ สู่คำพูดติดปากบอกเวลาในชีวิตประจำวัน

เขียนโดย ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์

โมง ทุ่ม ตี — คำที่คุณพูดทุกวัน แท้จริงคือเสียงฆ้องกับกลองที่หายไป

        คำบอกเวลาที่เอ่ยปากพูดกันอยู่ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็น "โมง", "ทุ่ม" หรือ "ตี" เป็นกฎลับทางภาษาที่คนไทยทุกคนใช้ตรงกันโดยแทบไม่ต้องท่องจำ แต่เคยสงสัยหรือไม่ว่า ทำไมยามกลางวันถึงเรียกว่า "โมง" พอฟ้ามืดกลับเปลี่ยนเป็น "ทุ่ม" และเมื่อเข้าสู่ยามดึกดื่นดันกลายเป็นคำว่า "ตี" ทั้งที่เป็นการนับชั่วโมงเหมือนกัน แท้จริงแล้วคำศัพท์เหล่านี้ไม่ใช่เป็นเพียงคำบอกเวลาธรรมดา แต่คือร่องรอยของเสียงเครื่องดนตรีและกริยาการเคาะสัญญาณบอกเวลาของคนโบราณที่ฝังอยู่ในภาษาพูดจนถึงปัจจุบัน

“โมง” เสียงฆ้องกังวาลยามกลางวัน

        ในยุคสมัยที่ยังไม่มีนาฬิกาข้อมือหรือหน้าจอมือถือ การบอกเวลาให้คนทั้งเมืองรับรู้พร้อมกันต้องอาศัยเสียงที่ส่งไปได้ไกลที่สุด ในเวลากลางวัน เจ้าหน้าที่จะใช้ "ฆ้อง" ใบใหญ่เป็นเครื่องมือหลัก เมื่อเคาะตีหนึ่งครั้ง เสียงอันกังวาลจะแผ่ก้องออกไปเป็นเสียง "โมง...มง...โมง" การตีฆ้อง 3 ครั้งจึงหมายถึงเวลา 3 โมง และคำว่า "ชั่วโมง" ในภาษาไทย ก็มีที่มาจากช่วงระยะเวลาตั้งแต่เสียงฆ้องครั้งหนึ่งไปจนถึงเสียงฆ้องในครั้งถัดไปนั่นเอง

“ทุ่ม” เสียงกลองทุ้มหนักยามค่ำคืน

        เมื่อพระอาทิตย์ตกดินและเข้าสู่ยามค่ำคืน สภาพอากาศจะเงียบสงบขึ้น การบอกเวลาจึงเปลี่ยนจากการตีฆ้องมาเป็นการตี "กลอง" ใบใหญ่ เสียงไม้กระทบหนังกลองสุ่มทุ้มหนักแน่นจะเดินทางได้ไกลในความเงียบยามดึก เมื่อเคาะกลอง 1 ครั้ง ยาม 19:00 น. จึงเรียกว่า "1 ทุ่ม" เคาะ 2 ครั้ง เรียกว่า "2 ทุ่ม" การใช้เสียงฆ้องกับเสียงกลองที่โทนเสียงต่างกันอย่างชัดเจน ทำให้คนในอดีตแยกแยะได้ทันทีว่าช่วงเวลาดังกล่าวคือกลางวันหรือกลางคืนโดยไม่ต้องสับสน

“ตี” กริยาเคาะบอกเวลาดึกดื่น

        สำหรับคำบอกเวลาช่วงดึกอย่าง ตี 1, ตี 2 หรือ ตี 3 นั้น คำว่า "ตี" ไม่ใช่เสียงของเครื่องดนตรี แต่เป็นคำกริยาตรงตัวที่หมายถึงการลงมือ "ตี" เครื่องบอกเวลาตามจำนวนครั้ง ซึ่งเป็นการนับนับจำนวนรอบเคาะอย่างเรียบง่ายในยามดึกสงัด

ภูมิปัญญาคนเฝ้ายามและนาฬิกากะลา

        นอกจากนี้ ภาษาไทยยังมีคำบอกเวลาอย่าง "ย่ำรุ่ง" และ "ย่ำค่ำ" ซึ่งมาจากกริยาการตีระฆังหรือกลองรัวถี่ๆ เพื่อประกาศสัญญาณใหญ่ว่าวันใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นหรือกำลังจะจบลง

        ส่วนคำว่า "ยาม" มาจากเวรเฝ้าเมืองที่แบ่งเวลากลางคืนออกเป็นช่วงๆ ละ 3 ชั่วโมง เครื่องมือจับเวลาของคนโบราณจะใช้กะลามะพร้าวเจาะรูลอยไว้ในภาชนะใส่น้ำ เมื่อน้ำค่อยๆ ซึมจนกะลาจมก้น ก็นับเป็น 1 ช่วงเวลา แล้วจึงตีสัญญาณบอกคนทั้งเมือง

        ความเชื่อมโยงนี้ยังสะท้อนผ่านรากศัพท์ภาษาบาลี-สันสกฤตของคำว่า "นาฬิกา" ที่มีความหมายเกี่ยวโยงกับลูกมะพร้าวเช่นเดียวกัน ในอดีตใจกลางกรุงเทพฯ จึงมีการสร้าง "หอกลอง" เพื่อทำหน้าที่บอกเวลา เตือนภัยไฟไหม้ และเตือนภัยสงครามไปพร้อมกัน

        แม้ในปัจจุบันหอกลองโบราณจะถูกรื้อถอน และอาชีพคนตีบอกเวลาจะเลือนหายไปตามกาลเวลาจนเราเปลี่ยนมามองดูเวลาผ่านหน้าจอเงียบๆ แต่ระบบการบอกเวลาด้วยเสียงของไทยไม่ได้สูญหายไปไหน เพียงแค่ย้ายมาอยู่ในภาษาพูดของทุกคน ทุกครั้งที่เอ่ยคำว่า โมง, ทุ่ม หรือ ตี เท่ากับว่าเรากำลังปลุกเสียงฆ้องและเสียงกลองโบราณให้กลับมาส่งเสียงกังวาลอีกครั้งในชีวิตประจำวัน

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์'s profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 9 ครั้ง
เขียนโดย ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์
นักเขียนและนักวิเคราะห์คอนเทนต์เชิงโหราศาสตร์จิตวิทยา มานุษยวิทยา สังคมศาสตร์ นิเทศศาสตร์ เศรษฐศาสตร์การเมือง และวัฒนธรรมร่วมสมัย รวมถึงความเชื่อทางจิตวิญญาณ
เพื่อให้ผู้อ่านได้รับทั้งความรู้ แรงบันดาลใจ และแนวทางการใช้ชีวิตที่เท่าทันโลก
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ล็อตเตอรี่ 1 ใบ สามารถถูกได้สูงสุดถึง 3 รางวัลพร้อมกัน ในงวดเดียวกันมหัศจรรย์แห่ง ทะเลสาบกลางขุนเขาไทย ที่ทำให้คนทั้งโลกต้องอยากมาทำไมสุนัขถึงดมหาเจ้าของเจอ? เพราะมนุษย์ทุกคนมี “ลายเซ็นของกลิ่นกาย” ที่ไม่เหมือนใคร4 คณะหมอลำระดับแนวหน้าของเมืองไทยที่มี ค่าจ้างแพงที่สุดเคยสังเกตไหม? ทำไมกาสิโนแทบทุกแห่งถึงไม่มีนาฬิกาและไม่มีหน้าต่าง คำตอบคือทำให้คุณลืมเวลาส่องมูลค่าทรัพย์สินของ "ลิซ่า" เน็ตไอดอลระดับโลกเรากำลังกินพลาสติกสัปดาห์ละ 1 บัตรเครดิตจริงหรือ? ความจริงของไมโครพลาสติกที่ซ่อนอยู่ในทุกมื้ออาหารถ้าได้คุยกันบนดาวอังคาร เสียงที่ได้ยินอาจเพี้ยนเหมือนเทปยืด จนฟังแทบไม่รู้เรื่องจังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ไม่ถึง 30 สาขาเรื่องเล่าที่คนแชร์กันไม่หยุด! ชาร์ลี แชปลิน เคยลงประกวดคนหน้าเหมือนตัวเองแล้วแพ้จริงหรือ?ชาร์จมือถือทิ้งไว้ทั้งคืน ทำให้แบตเสื่อมเร็วจริงไหม หรือเป็นความเชื่อที่ยังเข้าใจกันผิดติ่งสีชมพูเล็กๆ ที่หัวตา ไม่ได้มีไว้เฉยๆ แต่มันคือร่องรอยจากเปลือกตาชั้นที่ 3 ของบรรพบุรุษเรา
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
บั้งไฟพญานาค เกิดจากอะไรกันแน่? ทำไมวิทยาศาสตร์ยังหาคำตอบไม่ได้
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ฮิลใจ จิตวิทยา นานาสาระพัน
สลิ้งแตก VS ปรอทแตก: สองคำฮิตวัดระดับความเดือดบนโลกโซเชียลต่างกันอย่างไรมือถือมีทองคำมากกว่าแร่ทองคำเกรดสูง?ม้าใช้สีหน้าสื่อสาร พวกมันมีกล้ามเนื้อใบหน้าที่แสดงอารมณ์ได้หมากฝรั่งในยุคคาวบอย..เขาเคี้ยวอะไรกัน?
ตั้งกระทู้ใหม่