หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

สีน้ำเงินอัลตรามารีน เคยมีราคาแพงกว่าทองคำ

เขียนโดย TEN OUT OF TEN

สีที่เราเห็นอยู่บนผืนผ้าใบธรรมดาในวันนี้ เคยเป็นของหรูหราที่ศิลปินหลายคนไม่กล้าใช้แบบฟุ่มเฟือย

อัลตรามารีน (Ultramarine) คือสีน้ำเงินเข้มที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสีที่งดงามที่สุดในประวัติศาสตร์ศิลปะ แต่สิ่งที่ทำให้มันโด่งดังไม่ได้มีแค่ความสวยเท่านั้น เพราะครั้งหนึ่งราคาของมันสูงจนถูกเปรียบเทียบว่าแพงกว่าทองคำในปริมาณเท่ากันเลยทีเดียว

 

ต้นกำเนิดของสีที่เดินทางข้ามทวีป

ก่อนจะมีการผลิตเม็ดสีด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ อัลตรามารีนไม่ได้เกิดจากสารเคมีในโรงงาน แต่ได้มาจากการบด หินลาพิสลาซูลี (Lapis Lazuli) ซึ่งเป็นหินสีน้ำเงินเข้มที่มีคุณภาพดีที่สุดจากพื้นที่แถบประเทศอัฟกานิสถานในปัจจุบัน หินเหล่านี้ต้องผ่านการขุด คัดเลือก และขนส่งผ่านเส้นทางการค้าอันยาวไกลกว่าจะมาถึงยุโรป ทำให้ต้นทุนพุ่งสูงตั้งแต่ยังไม่ถูกแปรรูปเป็นเม็ดสี

 

กระบวนการสกัดเม็ดสีจากหินยังใช้แรงงานและเวลามหาศาล ช่างผู้เชี่ยวชาญต้องบดหินอย่างละเอียด แล้วแยกเม็ดสีออกจากแร่ชนิดอื่นหลายรอบ จึงจะได้สีน้ำเงินที่สดและบริสุทธิ์ที่สุด ยิ่งคุณภาพของเม็ดสีสูง ราคาก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย


ศิลปินหลายคนคิดทุกครั้งก่อนแตะพู่กันลงบนสีอัลตรามารีน เพราะทุกจังหวะคือค่าใช้จ่ายมหาศาล

ทำไมจึงใช้เฉพาะจุดสำคัญ

ด้วยราคาที่สูงมาก ศิลปินในยุคกลางและยุคเรอเนสซองส์จึงไม่สามารถใช้สีนี้ได้อย่างอิสระ หากต้องการใช้อัลตรามารีน ผู้ว่าจ้างมักต้องระบุไว้ในสัญญาและจ่ายเงินเพิ่มโดยเฉพาะ เพื่อให้มั่นใจว่างานจะใช้เม็ดสีของแท้ ไม่ใช่สีทดแทนที่ราคาถูกกว่า

ด้วยเหตุนี้เอง อัลตรามารีนจึงมักถูกสงวนไว้สำหรับองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของภาพ เช่น ฉลองพระองค์ของพระแม่มารี เครื่องแต่งกายของกษัตริย์ นักบุญ หรือบุคคลผู้มีเกียรติ การใช้สีนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงาม แต่ยังสะท้อนถึงฐานะ ความศักดิ์สิทธิ์ และความเคารพที่ศิลปินต้องการสื่อออกมา

 

สีที่กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งคุณค่า

ในช่วงเวลานั้น หากผู้ชมเห็นสีน้ำเงินอันสดลึกโดดเด่นอยู่ในภาพ ก็แทบจะรู้ได้ทันทีว่าผลงานชิ้นนั้นลงทุนสูงมาก เพราะเม็ดสีอัลตรามารีนถือเป็นวัสดุหรูหราระดับเดียวกับทรัพย์สินมีค่า การมีสีนี้อยู่ในภาพจึงช่วยเพิ่มทั้งคุณค่าทางศิลปะและคุณค่าทางเศรษฐกิจไปพร้อมกัน

 

ต่อมาในศตวรรษที่ 19 นักเคมีสามารถพัฒนาสีอัลตรามารีนสังเคราะห์ได้สำเร็จ ทำให้ผู้คนทั่วไปเข้าถึงเฉดสีนี้ในราคาที่ถูกลงอย่างมาก ศิลปินไม่จำเป็นต้องประหยัดทุกหยดเหมือนในอดีตอีกต่อไป


ทุกครั้งที่เห็นสีน้ำเงินอัลตรามารีนบนภาพวาดเก่า นั่นอาจไม่ใช่แค่สีสวย แต่คือหลักฐานของความมั่งคั่ง ความพิถีพิถัน และการเดินทางของแร่หายากที่ข้ามโลกมาอยู่บนปลายพู่กันของศิลปิน

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
TEN OUT OF TEN's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 57 ครั้ง
เขียนโดย TEN OUT OF TEN
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
สีแดงในลูกอมมาจากแมลงจริงไหม?9 อาชีพในตำนานของไทย จากงานที่เคยจำเป็น สู่วันที่คนรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็นงูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำผู้หญิงเป็นพระพุทธเจ้าไม่ได้ แต่บรรลุพระอรหันต์ได้จริงหรือ?3 แหล่งปลูกข้าวหอมมะลิ ที่ขึ้นชื่อว่าอร่อยที่สุดในประเทศไทยน้ำแข็งช่วยให้รูขุมขนกระชับจริงไหม?ด่วน!น่านวิกฤตหนักน้ำท่วมกระทบ7 อำเภอ6 ประเทศที่ยังไม่มีรถไฟ และดูเหมือนยังไม่จำเป็นต้องสร้างรางรถไฟเสียง “เพอร์รรร (Purr)” ไม่ได้แปลว่ามีความสุขเสมอไป วิทยาศาสตร์เบื้องหลังคลื่นเสียงรักษาตัวเองของแมวน้ำผลไม้คั้นสดช่วยดีท็อกซ์จริงหรือ?เผยสถิติเลขออกบ่อยในวันอังคาร ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 กันยายน 25695 จังหวัดไทยที่เจริญรุ่งเรืองที่สุด เมื่อวัดเศรษฐกิจโดยภาพรวม
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิด 7 ประเทศในอาเซียนที่มีน้ำมันสำรองมากที่สุดสีแดงในลูกอมมาจากแมลงจริงไหม?เสียง “เพอร์รรร (Purr)” ไม่ได้แปลว่ามีความสุขเสมอไป วิทยาศาสตร์เบื้องหลังคลื่นเสียงรักษาตัวเองของแมวน้ำแข็งช่วยให้รูขุมขนกระชับจริงไหม?ส่องไฟตรวจแบงก์ปลอมใส่หน้าจะอันตรายแค่ไหน?ฟองขาวบนซุปกระดูกหมูบอกอะไรเรา?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
7 วิธีปลดล็อกตัวเองจากการกดดันตัวเองธุรกิจให้เช่าต้นไม้ สำหรับคนอยากมีธรรมชาติแต่ไม่อยากซื้อสีแดงในลูกอมมาจากแมลงจริงไหม?เสียง “เพอร์รรร (Purr)” ไม่ได้แปลว่ามีความสุขเสมอไป วิทยาศาสตร์เบื้องหลังคลื่นเสียงรักษาตัวเองของแมว
ตั้งกระทู้ใหม่