หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

คาสุมาร์ซู ชีสใส่หนอนจากอิตาลี เมนูพื้นเมืองที่ทำให้คนทั้งโลกตกใจ+อยากลอง

เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง

ชีสที่ยังมีหนอนมีชีวิตอยู่ตอนเสิร์ฟ ฟังดูเหลือเชื่อ แต่บนเกาะซาร์ดิเนียของอิตาลี มันคืออาหารที่มีประวัติยาวนาน

หากพูดถึงอาหารที่สร้างความตกตะลึงให้กับนักท่องเที่ยว คาสุมาร์ซู (Casu Marzu) มักติดอันดับต้น ๆ อยู่เสมอ เพราะนี่ไม่ใช่ชีสธรรมดา แต่เป็นชีสที่มีตัวอ่อนของแมลงวันชีสอาศัยอยู่ภายใน จนได้รับฉายาว่า "ชีสใส่หนอน" แม้หลายคนจะรู้สึกขนลุกตั้งแต่ได้ยินชื่อ แต่สำหรับชาวเกาะซาร์ดิเนียบางพื้นที่ เมนูนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการกินที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน

 

ชีสชนิดนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

จุดเริ่มต้นของคาสุมาร์ซูมาจากชีสนมแกะที่เรียกว่า Pecorino เมื่อชีสเริ่มบ่ม จะมีการเปิดผิวหน้าชีสเพื่อให้แมลงวันชีสเข้ามาวางไข่ หลังจากไข่ฟักออกมา ตัวอ่อนจะกินเนื้อชีสและปล่อยเอนไซม์ที่ช่วยเร่งการย่อยสลาย ทำให้เนื้อชีสอ่อนนุ่ม เหนียว และมีลักษณะคล้ายครีม พร้อมกลิ่นและรสที่เข้มข้นกว่าชีสทั่วไปอย่างมาก


สิ่งที่หลายคนมองว่าแปลก สำหรับคนท้องถิ่นกลับเป็นสัญญาณว่าชีสกำลังอยู่ในช่วงที่พร้อมรับประทาน

ช่วงเวลาที่นิยมรับประทานคือขณะที่ตัวอ่อนยังมีชีวิตอยู่ เพราะเชื่อว่านั่นแสดงว่าชีสยังสดและยังไม่เสีย หากตัวอ่อนตายหมด บางคนจะมองว่าคุณภาพของชีสเริ่มลดลง ความเชื่อนี้แตกต่างจากมาตรฐานการผลิตอาหารในหลายประเทศอย่างสิ้นเชิง

 

ทำไมถึงกลายเป็นอาหารที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก

เหตุผลสำคัญคือความแปลกที่แทบไม่มีอาหารชนิดใดเหมือน นักเดินทางจำนวนมากเดินทางไปซาร์ดิเนียเพราะอยากเห็นหรืออยากลองด้วยตัวเอง บางคนบอกว่ารสชาติมีความเผ็ดซ่า กลิ่นแรง และติดลิ้น ขณะที่อีกหลายคนยอมแพ้ตั้งแต่เห็นตัวอ่อนที่ยังเคลื่อนไหวอยู่บนชีส

 

• ทำจากชีสนมแกะแบบดั้งเดิม

• อาศัยตัวอ่อนแมลงวันชีสในกระบวนการบ่ม

• เป็นอาหารพื้นเมืองของเกาะซาร์ดิเนีย

• ได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นหนึ่งในอาหารที่แปลกที่สุดของโลก

 

แม้ว่าคาสุมาร์ซูจะเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาวซาร์ดิเนีย แต่การจำหน่ายก็มีข้อจำกัด เนื่องจากกฎหมายความปลอดภัยด้านอาหารของสหภาพยุโรปไม่ได้รับรองการผลิตในเชิงพาณิชย์ตามมาตรฐานทั่วไป ทำให้การพบเห็นมักอยู่ในชุมชนท้องถิ่นหรือผลิตในปริมาณเล็กน้อยภายใต้บริบททางวัฒนธรรมมากกว่าการวางขายตามร้านค้าทั่วไป

 

สำหรับหลายคน คาสุมาร์ซูอาจเป็นเมนูที่ไม่มีวันกล้าชิม แต่ในอีกมุมหนึ่ง มันสะท้อนให้เห็นว่าความหมายของคำว่า อาหารอร่อย ไม่ได้เหมือนกันทั่วโลก สิ่งที่ดูประหลาดในสายตาคนนอก อาจเป็นรสชาติแห่งความทรงจำและอัตลักษณ์ของผู้คนที่เติบโตมากับมันมาตลอดชีวิต

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
วัน ๆ หาแต่เรื่อง's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 64 ครั้ง
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
กดให้คะแนน หรือกดติดตาม เพื่อเป็นกำลังใจและไม่พลาดบทความใหม่ทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
6 ประเทศที่ยังไม่มีรถไฟ และดูเหมือนยังไม่จำเป็นต้องสร้างรางรถไฟด่วน!น่านวิกฤตหนักน้ำท่วมกระทบ7 อำเภอผู้หญิงเป็นพระพุทธเจ้าไม่ได้ แต่บรรลุพระอรหันต์ได้จริงหรือ?9 อาชีพในตำนานของไทย จากงานที่เคยจำเป็น สู่วันที่คนรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็น3 แหล่งปลูกข้าวหอมมะลิ ที่ขึ้นชื่อว่าอร่อยที่สุดในประเทศไทยน้ำผลไม้คั้นสดช่วยดีท็อกซ์จริงหรือ?สีแดงในลูกอมมาจากแมลงจริงไหม?เผยสถิติเลขออกบ่อยในวันอังคาร ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 กันยายน 25695 จังหวัดไทยที่เจริญรุ่งเรืองที่สุด เมื่อวัดเศรษฐกิจโดยภาพรวมเปิดตัวเลข 3 เขื่อนยักษ์ของไทย เขื่อนที่กักเก็บน้ำได้มากที่สุดในประเทศไทยงูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำเสียง “เพอร์รรร (Purr)” ไม่ได้แปลว่ามีความสุขเสมอไป วิทยาศาสตร์เบื้องหลังคลื่นเสียงรักษาตัวเองของแมว
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิด 7 ประเทศในอาเซียนที่มีน้ำมันสำรองมากที่สุดสีแดงในลูกอมมาจากแมลงจริงไหม?เสียง “เพอร์รรร (Purr)” ไม่ได้แปลว่ามีความสุขเสมอไป วิทยาศาสตร์เบื้องหลังคลื่นเสียงรักษาตัวเองของแมวน้ำแข็งช่วยให้รูขุมขนกระชับจริงไหม?ส่องไฟตรวจแบงก์ปลอมใส่หน้าจะอันตรายแค่ไหน?ฟองขาวบนซุปกระดูกหมูบอกอะไรเรา?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
7 วิธีปลดล็อกตัวเองจากการกดดันตัวเองธุรกิจให้เช่าต้นไม้ สำหรับคนอยากมีธรรมชาติแต่ไม่อยากซื้อสีแดงในลูกอมมาจากแมลงจริงไหม?เสียง “เพอร์รรร (Purr)” ไม่ได้แปลว่ามีความสุขเสมอไป วิทยาศาสตร์เบื้องหลังคลื่นเสียงรักษาตัวเองของแมว
ตั้งกระทู้ใหม่