10 ภาษากาย ที่บอกได้ว่าอีกฝ่ายกำลังโกหก
เคยไหม...เวลาคุยกับใครแล้วรู้สึกแปลก ๆ เหมือนอีกฝ่ายกำลังปิดบังอะไรบางอย่าง แม้จะยังจับผิดไม่ได้ แต่สัญชาตญาณกลับบอกว่ามีบางอย่างไม่ตรงไปตรงมา หลายคนจึงเริ่มสังเกต "ภาษากาย" เพราะเชื่อว่าร่างกายมักแสดงความจริงออกมา แม้คำพูดจะพยายามปกปิดก็ตาม
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ควรทำความเข้าใจก่อนคือ ไม่มีภาษากายแบบใดที่ใช้ยืนยันได้ 100% ว่าคนคนนั้นกำลังโกหก นักจิตวิทยาและผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารต่างเห็นตรงกันว่า การโกหกไม่มีกฎตายตัว บางคนโกหกแล้วนิ่งมาก ขณะที่บางคนพูดความจริงแต่กลับแสดงอาการตื่นเต้น เพราะเป็นคนขี้กังวลหรือไม่ชอบถูกตั้งคำถาม
ดังนั้น สิ่งที่คุณจะได้อ่านต่อไปนี้ ไม่ใช่ "สูตรจับโกหก" แต่เป็น สัญญาณที่อาจบ่งบอกว่าควรสังเกตเพิ่มเติม โดยเฉพาะหากเกิดขึ้นหลายข้อพร้อมกัน และแตกต่างจากพฤติกรรมปกติของคนคนนั้น
1. หลบสายตา...หรือจ้องตานานผิดปกติ
หลายคนเชื่อมาตลอดว่าคนโกหกจะหลบสายตา แต่ความจริงแล้วไม่ใช่ทุกคน บางคนที่โกหกกลับตั้งใจสบตานานกว่าปกติ เพราะต้องการแสดงว่าตัวเองมั่นใจและไม่มีพิรุธ
สิ่งที่ควรสังเกตจึงไม่ใช่เพียงการสบตาหรือหลบตา แต่เป็น "ความเปลี่ยนแปลง" หากปกติเขาเป็นคนมองตาเวลาพูด แต่วันนี้กลับหลบตาตลอด หรือในทางกลับกัน ปกติไม่ค่อยมองหน้าใคร แต่กลับจ้องตาไม่กะพริบ ก็อาจเป็นสัญญาณของความกดดันภายใน
2. แตะหน้า แตะจมูก หรือจับริมฝีปากบ่อยกว่าปกติ
เวลารู้สึกเครียดหรือไม่สบายใจ ระบบประสาทอัตโนมัติของร่างกายอาจทำให้เกิดอาการคันเล็กน้อย หรือเผลอใช้มือสัมผัสใบหน้าโดยไม่รู้ตัว เช่น ลูบจมูก เกาคาง แตะริมฝีปาก หรือจับคอ
แน่นอนว่าพฤติกรรมเหล่านี้อาจเกิดจากอาการคันจริง ๆ แต่หากเกิดขึ้นทันทีเมื่อถูกถามคำถามสำคัญ และเกิดซ้ำหลายครั้ง ก็อาจสะท้อนว่ากำลังรู้สึกกดดัน
3. ใช้เวลาคิดก่อนตอบนานกว่าปกติ
เมื่อพูดความจริง คนส่วนใหญ่มักดึงข้อมูลจากความทรงจำ แต่หากกำลังแต่งเรื่องขึ้นมา สมองต้องสร้างเรื่องราวให้สมเหตุสมผล จึงอาจใช้เวลาคิดมากกว่าเดิม
คุณอาจสังเกตเห็นช่วงเงียบ การอ้ำอึ้ง หรือการทวนคำถามก่อนตอบ ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่ตอบช้าคือคนโกหก เพราะบางคนก็เป็นคนคิดรอบคอบอยู่แล้ว จึงต้องดูพฤติกรรมโดยรวมประกอบ
4. เล่ารายละเอียดมากเกินจำเป็น
คนที่กำลังพยายามทำให้เรื่องราวน่าเชื่อถือ บางครั้งจะเติมรายละเอียดจำนวนมาก ทั้งชื่อคน เวลา สถานที่ หรือเหตุการณ์เล็ก ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับคำถาม
การให้รายละเอียดไม่ใช่เรื่องผิด แต่หากคำถามง่าย ๆ กลับได้รับคำตอบที่ยาวผิดปกติ พร้อมข้อมูลที่ไม่จำเป็น ก็อาจเป็นความพยายามทำให้เรื่องดูสมจริง
ในทางกลับกัน บางคนอาจตอบสั้นจนเกินไป เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกถามต่อ ดังนั้นควรสังเกตว่ารูปแบบการตอบแตกต่างจากนิสัยเดิมหรือไม่
5. สีหน้ากับคำพูดไม่สอดคล้องกัน
ลองนึกภาพคนที่พูดว่า "ดีใจมาก" แต่สีหน้ากลับเรียบเฉย หรือพูดว่า "ไม่เป็นไร" ทั้งที่ขมวดคิ้วและเม้มปากแน่น
เมื่ออารมณ์ที่แท้จริงไม่ตรงกับคำพูด ร่างกายอาจแสดงออกผ่านสีหน้าโดยไม่ตั้งใจ โดยเฉพาะสีหน้าสั้น ๆ ที่เกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาที
แม้จะไม่สามารถใช้ตัดสินได้ทันที แต่ความไม่สอดคล้องระหว่างคำพูดกับการแสดงออกก็ควรได้รับการสังเกต
6. ท่าทางแข็งเกร็งหรือเคลื่อนไหวน้อยผิดปกติ
หลายคนคิดว่าคนโกหกจะขยับตัวไปมา แต่ในความจริง บางคนกลับพยายามควบคุมตัวเองมากเกินไป จนท่าทางดูแข็ง ไม่ค่อยขยับแขนหรือศีรษะ
เมื่อร่างกายอยู่ภายใต้ความเครียด กล้ามเนื้ออาจเกร็งโดยไม่รู้ตัว ทำให้การเคลื่อนไหวดูไม่เป็นธรรมชาติ
หากบุคคลนั้นปกติเป็นคนใช้ท่าทางประกอบการพูด แต่จู่ ๆ กลับนิ่งผิดปกติ ก็อาจเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่ควรสังเกต
7. เปลี่ยนท่าทางทันทีเมื่อถูกถามเรื่องสำคัญ
บางครั้งคำถามเพียงคำถามเดียวก็ทำให้ภาษากายเปลี่ยนทันที เช่น
เอนตัวถอยหลัง
กอดอก
หันตัวหนี
ขยับเก้าอี้
ไขว้แขนหรือไขว้ขาอย่างรวดเร็ว
พฤติกรรมเหล่านี้อาจสะท้อนความรู้สึกอยากป้องกันตัวเอง หรือรู้สึกไม่สบายใจกับประเด็นที่ถูกถาม
อย่างไรก็ตาม บางคนก็อาจเปลี่ยนท่าเพราะนั่งเมื่อย ดังนั้นจึงไม่ควรตีความจากเหตุการณ์เพียงครั้งเดียว
8. น้ำเสียงเปลี่ยนไปจากเดิม
แม้คำพูดจะเหมือนเดิม แต่ความเครียดสามารถส่งผลต่อน้ำเสียงได้อย่างชัดเจน
บางคนเสียงสูงขึ้น บางคนพูดเร็วขึ้น บางคนพูดช้าลง หรือมีการหยุดเว้นช่วงบ่อยกว่าปกติ
การเปลี่ยนแปลงของน้ำเสียงอาจสะท้อนความตื่นเต้น ความกังวล หรือแรงกดดัน ซึ่งเป็นข้อมูลที่ควรพิจารณาร่วมกับภาษากายด้านอื่น
9. คำพูดกับการพยักหน้าไม่ตรงกัน
ภาษากายบางครั้งแสดงสิ่งที่ตรงข้ามกับคำพูด เช่น
พูดว่า "ใช่" แต่ส่ายหัวเบา ๆ
หรือพูดว่า "มั่นใจ" แต่ไหล่ตก สีหน้าไม่แน่ใจ
ความไม่สอดคล้องลักษณะนี้อาจเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว เพราะร่างกายตอบสนองต่อความรู้สึกจริง ในขณะที่คำพูดพยายามควบคุมให้เป็นอีกแบบหนึ่ง
10. พฤติกรรมเปลี่ยนจากตัวตนปกติอย่างชัดเจน
ข้อนี้ถือเป็นข้อสำคัญที่สุด
แต่ละคนมีบุคลิกต่างกัน บางคนพูดเร็ว บางคนหลบตาเป็นนิสัย บางคนชอบจับผมเวลาคิด ดังนั้น หากไม่รู้จักนิสัยเดิมของเขา การสรุปว่าโกหกจากพฤติกรรมเพียงอย่างเดียวอาจผิดพลาดได้
สิ่งที่ควรสังเกตคือ ความแตกต่างจากพฤติกรรมปกติของคนคนนั้น เช่น คนที่ปกติพูดคล่องกลับพูดติดขัด คนที่ยิ้มเก่งกลับหน้าเรียบ หรือคนที่ปกติสบาย ๆ กลับดูเกร็งเมื่อพูดถึงเรื่องหนึ่งเรื่องใด
เขียนโดย WorldWhy
เปิดรายได้ต่อเดือน ช่อง YouTube ฮลุน โซโล่ (Hlun Solo)
ส่องราศีช่วงนี้ดวง "เงินติดขัดหมุนไม่ทัน" เปิดวิธีแก้เคล็ดเปิดทางทรัพย์ให้เงินไหลเข้ากระเป๋า
เมียให้เช่าใน สปป.ลาว เรื่องจริงที่มีอยู่ แต่ไม่ใช่อย่างที่หลายคนเข้าใจ
อยากขับ BTS–MRT เงินเดือนเท่าไหร่ ทำไมไม่มีตัวเลขเดียว
ตำนานแคล้วคลาดสู่ร่ำรวย! ท้าวเวสสุวรรณ ป้องกันภัยปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ส่องเลขเด็ดงวด 1 ส.ค. 69
เปิดภาพ “ถนนข้าวสาร” ยุค พ.ศ. 2490 จากย่านค้าข้าวเงียบ ๆ สู่ถนนคนเดินระดับโลก
เผย 10 อันดับ "ขนมไทย" ที่โดนใจชาวต่างชาติมากที่สุด..อันดับ 1 ไม่ใช่ข้าวเหนียวมะม่วง!
จังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ไม่ถึง 30 สาขา
มนุษย์ยุคหินเอาชีวิตรอดจากฝนที่ตกติดต่อกันนาน ๆ ได้อย่างไร
ประเทศที่กู้เงินจากไทยมากที่สุด 5 อันดับแรกของโลก
บรรยากาศหน้าบ้าน เตรียมจัดงานศพ “ฮลุน โซโล่” อ.สมเด็จ
จริงหรือไม่? ที่คนไทยสมัยก่อนใช้ "ผงซักฟอก" สระหัวและอาบน้ำ?
8 หมู่บ้านเทพนิยายที่สวยที่สุดในโลก สวยเหมือนกับหลุดเข้าไปในนิทาน
ตำนานแคล้วคลาดสู่ร่ำรวย! ท้าวเวสสุวรรณ ป้องกันภัยปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ส่องเลขเด็ดงวด 1 ส.ค. 69



