จุดต่างเรื่องพระเจ้าและคัมภีร์ เหตุใด “มอร์มอน” จึงถูกมองว่านอกรีต
เมื่อพูดถึง “มอร์มอน” หลายคนรู้จักในฐานะกลุ่มคริสเตียนที่มีจุดกำเนิดในสหรัฐอเมริกา แต่ในวงการศาสนาคริสต์ยังมีข้อถกเถียงมายาวนานว่า กลุ่มนี้ควรถูกนับเป็นนิกายหนึ่งของคริสต์ศาสนา หรือเป็นขบวนการศาสนาที่แยกออกมาจากรากฐานของคริสต์ศาสนา
คำว่า “มอร์มอน” เป็นชื่อเรียกที่คนทั่วไปใช้กับสมาชิกของ ศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย แม้ศาสนจักรจะขอให้ใช้ชื่ออย่างเป็นทางการหรือเรียกสมาชิกว่า “วิสุทธิชนยุคสุดท้าย” มากกว่า สมาชิกของศาสนจักรยืนยันว่าตนเป็นคริสเตียน เพราะศรัทธาในพระเยซูคริสต์ในฐานะพระบุตรของพระผู้เป็นเจ้าและพระผู้ช่วยให้รอดของโลก
อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งไม่ได้อยู่เพียงคำถามว่า “เชื่อในพระเยซูหรือไม่” แต่อยู่ที่แต่ละฝ่ายเข้าใจเรื่องพระเจ้า พระคัมภีร์ การเปิดเผย และอำนาจของศาสนจักรแตกต่างกันอย่างไร
คำว่า “ลัทธินอกรีต” หมายถึงอะไร?
ในบริบทของศาสนาคริสต์ คำว่า “นอกรีต” มักใช้กับคำสอนที่ถูกมองว่าอยู่นอกหลักความเชื่อซึ่งคริสตจักรนั้นยอมรับ โดยเฉพาะหลักความเชื่อที่สืบเนื่องจากสภาสังคายนาและบทข้าพเจ้าเชื่อแห่งไนเซีย
คำนี้จึงเป็นการประเมินทางเทววิทยาจากมุมมองของคริสตจักรหนึ่ง ไม่ได้แปลโดยอัตโนมัติว่ากลุ่มที่ถูกเรียกเป็นองค์กรผิดกฎหมาย หลอกลวง หรือเป็นอันตราย
ในทางวิชาการ นักศาสนศาสตร์และนักสังคมวิทยาศาสนามักใช้คำที่เป็นกลางกว่า เช่น “ขบวนการศาสนาใหม่” หรือ “ขบวนการฟื้นฟูศาสนาคริสต์” โดยมองว่ามอร์มอนเป็นกลุ่มศาสนาที่มีรากจากคริสต์ศาสนา แต่พัฒนาหลักคำสอน คัมภีร์ และอัตลักษณ์เฉพาะของตนเอง
จุดเริ่มต้นของมอร์มอน
ศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้ายได้รับการจัดตั้งอย่างเป็นทางการในปี 1830 โดยมี โจเซฟ สมิธ เป็นผู้นำคนแรก
สมิธกล่าวว่าเขาได้รับการเปิดเผยจากพระผู้เป็นเจ้าและได้รับมอบหมายให้แปลบันทึกโบราณจากแผ่นจารึก ซึ่งต่อมาถูกตีพิมพ์เป็น พระคัมภีร์มอรมอน สมาชิกเชื่อว่าหนังสือเล่มนี้เป็นพยานเพิ่มเติมถึงพระเยซูคริสต์และมีสถานะเป็นพระคัมภีร์ควบคู่กับพระคัมภีร์ไบเบิล
นอกจากพระคัมภีร์ไบเบิลและพระคัมภีร์มอรมอนแล้ว ศาสนจักรยังยอมรับหนังสือ หลักคำสอนและพันธสัญญา และ ไข่มุกอันล้ำค่า เป็นพระคัมภีร์ด้วย
จุดนี้ต่างจากคริสตจักรคาทอลิก ออร์ทอดอกซ์ และโปรเตสแตนต์ ซึ่งแม้จะมีความแตกต่างกันเรื่องจำนวนหนังสือในพันธสัญญาเดิม แต่ไม่ได้ยอมรับพระคัมภีร์มอรมอนและคัมภีร์ยุคหลังของศาสนจักรนี้เป็นส่วนหนึ่งของสารบบพระคัมภีร์คริสต์
ดังนั้น การกล่าวว่าคริสต์กระแสหลักทุกกลุ่มปฏิเสธมอร์มอนเพราะเชื่อใน “พระคัมภีร์ไบเบิลเพียงอย่างเดียว” จึงไม่แม่นยำนัก เพราะคาทอลิกและออร์ทอดอกซ์ยังให้ความสำคัญกับธรรมประเพณีของศาสนจักรด้วย ประเด็นที่ตรงกว่าคือคริสตจักรเหล่านี้ไม่ยอมรับคัมภีร์และการเปิดเผยเพิ่มเติมของวิสุทธิชนยุคสุดท้ายว่ามีอำนาจเทียบเท่าพระคัมภีร์เดิม
ความแตกต่างเรื่องพระเจ้า
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่สุดคือความเข้าใจเรื่องพระเจ้า
คริสต์ศาสนากระแสหลักยึดหลัก ตรีเอกานุภาพ ว่า พระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นบุคคลสามบุคคลที่แตกต่างกัน แต่ทรงเป็นพระเจ้าองค์เดียว มีพระธรรมชาติหรือพระสารัตถะเดียวกัน ไม่ใช่พระเจ้าสามองค์ และไม่ใช่บุคคลเดียวที่เปลี่ยนรูปไปมา
ด้านวิสุทธิชนยุคสุดท้ายเชื่อในสิ่งที่เรียกว่า พระผู้เป็นเจ้าสามพระองค์ ประกอบด้วยพระบิดา พระเยซูคริสต์ และพระวิญญาณบริสุทธิ์ โดยเป็นบุคคลหรือสัตวภาวะที่แยกจากกัน แต่เป็นหนึ่งเดียวกันอย่างสมบูรณ์ในจุดประสงค์และพระประสงค์
ความแตกต่างนี้มีผลในทางปฏิบัติด้วย ตัวอย่างเช่น คริสตจักรคาทอลิกมีคำวินิจฉัยว่าพิธีบัพติศมาของศาสนจักรวิสุทธิชนยุคสุดท้ายไม่ถือว่าใช้ได้ตามหลักคาทอลิก แม้จะกล่าวถึงพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ เพราะแต่ละฝ่ายเข้าใจธรรมชาติของทั้งสามพระองค์ไม่เหมือนกัน ส่วนเอกสารศึกษาของคริสตจักรเพรสไบทีเรียนสหรัฐฯ ก็ระบุว่าหลักคำสอนของมอร์มอนแยกออกจากกรอบเทววิทยาของคริสต์คาทอลิก ออร์ทอดอกซ์ และโปรเตสแตนต์อย่างมีนัยสำคัญ
พระเยซูเสด็จไปยังทวีปอเมริกา?
พระคัมภีร์มอรมอนบันทึกว่า หลังจากพระเยซูคริสต์ฟื้นคืนพระชนม์ พระองค์เสด็จไปปรากฏและทรงสั่งสอนผู้คนในทวีปอเมริกาโบราณ
สำหรับวิสุทธิชนยุคสุดท้าย เหตุการณ์นี้เป็นหนึ่งในสาระสำคัญที่สุดของพระคัมภีร์มอรมอน และเป็นหลักฐานว่าพระเยซูทรงช่วยมนุษย์ทุกชนชาติ ไม่จำกัดเฉพาะผู้คนในดินแดนที่ปรากฏในพระคัมภีร์ไบเบิล
แต่สำหรับคริสตจักรที่ไม่ยอมรับพระคัมภีร์มอรมอนเป็นพระคัมภีร์ เรื่องการเสด็จไปยังทวีปอเมริกาย่อมไม่มีสถานะเป็นคำสอนที่มีอำนาจทางศาสนา แม้สมาชิกวิสุทธิชนยุคสุดท้ายจะถือว่าเป็นเหตุการณ์จริงตามศรัทธาก็ตาม
มนุษย์สามารถเป็นเหมือนพระเจ้าได้หรือไม่?
วิสุทธิชนยุคสุดท้ายมีคำสอนเรื่อง ความสูงส่ง หรือ Exaltation โดยเชื่อว่ามนุษย์ในฐานะบุตรธิดาของพระบิดาบนสวรรค์มีศักยภาพนิรันดร์ที่จะเป็นเหมือนพระองค์
คำสอนนี้มักถูกฝ่ายวิจารณ์สรุปสั้น ๆ ว่า “มนุษย์สามารถกลายเป็นพระเจ้า” แต่ถ้อยคำทางการของศาสนจักรเน้นการเป็นเหมือนพระบิดาบนสวรรค์ผ่านพระคุณของพระเยซูคริสต์ การกลับใจ พันธสัญญา และการดำเนินชีวิตตามพระกิตติคุณ
ขณะเดียวกัน การกล่าวว่าคริสต์กระแสหลักไม่มีแนวคิดเรื่องมนุษย์เป็นเหมือนพระเจ้าเลยก็ไม่ถูกต้องทั้งหมด คาทอลิกมีคำสอนเรื่องการมีส่วนในพระธรรมชาติของพระเจ้า ส่วนคริสต์ออร์ทอดอกซ์เรียกกระบวนการเข้าใกล้และเป็นเหมือนพระเจ้าว่า Theosis
ความแตกต่างอยู่ที่รายละเอียดทางเทววิทยา โดยคริสต์กระแสหลักยังรักษาความแตกต่างระหว่างพระเจ้าผู้ทรงสร้างกับมนุษย์ผู้ถูกสร้าง ขณะที่แนวคิดเรื่องความสูงส่งของวิสุทธิชนยุคสุดท้ายตั้งอยู่ในกรอบความเข้าใจเรื่องพระเจ้าและธรรมชาติของมนุษย์ที่แตกต่างออกไป
ประเด็นการแต่งภรรยาหลายคนในอดีต
ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 ผู้นำและสมาชิกบางส่วนของศาสนจักรปฏิบัติการแต่งภรรยาหลายคน โดยเริ่มขึ้นอย่างจำกัดในสมัยของโจเซฟ สมิธ ก่อนจะแพร่หลายขึ้นในหมู่สมาชิกบางส่วนที่ตั้งถิ่นฐานในรัฐยูทาห์
ปี 1890 วิลฟอร์ด วูดรัฟฟ์ ประธานศาสนจักรในขณะนั้นออกประกาศที่นำไปสู่การยุติการแต่งภรรยาหลายคน อย่างไรก็ตาม กระบวนการยุติไม่ได้เกิดขึ้นทันทีทั้งหมด และศาสนจักรต้องออกมาตรการเพิ่มเติมในเวลาต่อมา
ศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้ายในปัจจุบันไม่อนุญาตให้สมาชิกแต่งภรรยาหลายคน กลุ่มที่ยังคงปฏิบัติเช่นนั้นเป็นกลุ่มที่แยกตัวออกไปและไม่ได้อยู่ภายใต้ศาสนจักรหลัก
ถึงแม้การปฏิบัตินี้จะสิ้นสุดลงแล้ว ประวัติศาสตร์ดังกล่าวยังคงเป็นเหตุผลที่ทำให้คนภายนอกจำนวนหนึ่งเชื่อมโยงคำว่า “มอร์มอน” กับการมีภรรยาหลายคน
แล้วมอร์มอนเป็นคริสต์หรือเป็นลัทธินอกรีต?
คำตอบขึ้นอยู่กับเกณฑ์ที่ใช้พิจารณา
หากใช้การประกาศตนและการศรัทธาในพระเยซูคริสต์เป็นเกณฑ์ สมาชิกวิสุทธิชนยุคสุดท้ายยืนยันอย่างชัดเจนว่าตนเป็นคริสเตียน พระเยซูคริสต์เป็นศูนย์กลางของการนมัสการและแผนแห่งความรอดของพวกเขา
แต่หากใช้หลักตรีเอกานุภาพ บทข้าพเจ้าเชื่อแห่งไนเซีย สารบบพระคัมภีร์ และธรรมประเพณีของคริสตจักรยุคแรกเป็นเกณฑ์ คริสตจักรคาทอลิก ออร์ทอดอกซ์ และโปรเตสแตนต์หลายแห่งย่อมเห็นว่าหลักคำสอนของวิสุทธิชนยุคสุดท้ายอยู่นอกกรอบคริสต์ศาสนาดั้งเดิม
ส่วนในมุมมองทางวิชาการ มอร์มอนมักถูกอธิบายว่าเป็นขบวนการศาสนาที่มีรากฐานจากคริสต์ศาสนา อ้างการฟื้นฟูคริสตจักรดั้งเดิม และพัฒนาคัมภีร์ หลักคำสอน และอัตลักษณ์เฉพาะของตนเอง
ดังนั้น คำถามว่า “มอร์มอนเป็นคริสต์หรือเป็นลัทธินอกรีต” จึงไม่มีคำตอบเดียวที่ทุกฝ่ายยอมรับ สิ่งสำคัญคือควรแยกให้ชัดว่าเรากำลังพูดจากมุมมองของสมาชิกวิสุทธิชนยุคสุดท้าย จากหลักเทววิทยาของคริสตจักรอื่น หรือจากการจำแนกประเภททางวิชาการ
REFERENCES:
https://www.churchofjesuschrist.org/study/history/topics/name-of-the-church?lang=tha
https://www.churchofjesuschrist.org/study/manual/gospel-topics/book-of-mormon?lang=eng
https://www.churchofjesuschrist.org/study/scriptures/gs/god-godhead?lang=tha
https://www.churchofjesuschrist.org/study/manual/gospel-topics-essays/becoming-like-god?lang=eng
https://www.churchofjesuschrist.org/study/manual/gospel-topics-essays/the-manifesto-and-the-end-of-plural-marriage?lang=eng
https://www.vatican.va/content/catechism/en/part_one/section_two/chapter_one/article_1/paragraph_2_the_father.html
https://www.vatican.va/roman_curia/congregations/cfaith/documents/rc_con_cfaith_doc_20010605_battesimo_mormoni-ladaria_en.html
https://www.pcusa.org/sites/default/files/presbyterians_and_mormons.pdf
https://academic.oup.com/edited-volume/62249/chapter-abstract/551418768
สีแดงในลูกอมมาจากแมลงจริงไหม?
เสียง “เพอร์รรร (Purr)” ไม่ได้แปลว่ามีความสุขเสมอไป วิทยาศาสตร์เบื้องหลังคลื่นเสียงรักษาตัวเองของแมว
6 ประเทศที่ยังไม่มีรถไฟ และดูเหมือนยังไม่จำเป็นต้องสร้างรางรถไฟ
9 อาชีพในตำนานของไทย จากงานที่เคยจำเป็น สู่วันที่คนรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็น
งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ
น้ำแข็งช่วยให้รูขุมขนกระชับจริงไหม?
ด่วน!น่านวิกฤตหนักน้ำท่วมกระทบ7 อำเภอ
5 จังหวัดไทยที่เจริญรุ่งเรืองที่สุด เมื่อวัดเศรษฐกิจโดยภาพรวม
เผยสถิติเลขออกบ่อยในวันอังคาร ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 กันยายน 2569
เซนทูริเป เมืองโบราณบนยอดเขาซิซิลีที่มีผังคล้ายรูปมนุษย์
3 แหล่งปลูกข้าวหอมมะลิ ที่ขึ้นชื่อว่าอร่อยที่สุดในประเทศไทย
จังหวัดที่มีคนต่างชาติ เข้ามาทำงานอยู่เป็นจำนวนมากที่สุด
เปิด 7 ประเทศในอาเซียนที่มีน้ำมันสำรองมากที่สุด
สีแดงในลูกอมมาจากแมลงจริงไหม?
เสียง “เพอร์รรร (Purr)” ไม่ได้แปลว่ามีความสุขเสมอไป วิทยาศาสตร์เบื้องหลังคลื่นเสียงรักษาตัวเองของแมว
น้ำแข็งช่วยให้รูขุมขนกระชับจริงไหม?
ส่องไฟตรวจแบงก์ปลอมใส่หน้าจะอันตรายแค่ไหน?
ฟองขาวบนซุปกระดูกหมูบอกอะไรเรา?









