ศรีลังกาล้มละลายได้อย่างไร บทเรียนราคาแพงที่ทั้งโลกยังหยิบมาพูดถึง
ประเทศที่เคยถูกมองว่าเป็นสวรรค์แห่งมหาสมุทรอินเดีย กลับเดินมาถึงวันที่เงินในคลังแทบไม่เหลือ
ช่วงปี 2565 ภาพผู้คนต่อแถวเติมน้ำมันหลายกิโลเมตร ร้านค้าขาดแคลนอาหาร ยารักษาโรค และประชาชนจำนวนมากออกมาชุมนุมจนประธานาธิบดีต้องหลบหนีออกนอกประเทศ กลายเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก หลายคนเรียกเหตุการณ์นี้สั้น ๆ ว่า “ศรีลังกาล้มละลาย” แต่ความจริงแล้ว วิกฤตครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะสาเหตุเดียว หากเป็นผลจากปัญหาที่สะสมมาหลายปีจนทุกอย่างพังลงพร้อมกัน
ประเทศที่เคยเติบโต กลับเริ่มมีรอยร้าว
หลังสงครามกลางเมืองสิ้นสุดในปี 2552 ศรีลังกาเข้าสู่ช่วงฟื้นฟูเศรษฐกิจ มีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมาก ทั้งถนน สนามบิน ท่าเรือ และโครงการขนาดใหญ่ รัฐบาลกู้เงินจากหลายแหล่งเพื่อเร่งพัฒนาประเทศ โดยเชื่อว่าการท่องเที่ยวและการค้าจะสร้างรายได้เพียงพอสำหรับชำระหนี้ในอนาคต
ปัญหาคือหลายโครงการสร้างรายได้ต่ำกว่าที่คาดไว้ ขณะที่หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นทุกปี เมื่อรายได้ไม่โตทันภาระหนี้ รัฐบาลจึงต้องกู้เงินใหม่มาใช้หนี้เดิม วงจรนี้ดำเนินต่อเนื่องจนฐานะการคลังเริ่มเปราะบาง
รายได้ของประเทศหายไปอย่างรวดเร็ว
ศรีลังกาพึ่งพารายได้จากนักท่องเที่ยวในสัดส่วนสูง แต่หลังเกิดเหตุวินาศกรรมวันอีสเตอร์ปี 2562 นักท่องเที่ยวลดลงอย่างหนัก ยังไม่ทันฟื้น โลกก็เข้าสู่ช่วงการระบาดของโควิด-19 ทำให้การท่องเที่ยวแทบหยุดชะงัก รายได้จากเงินตราต่างประเทศลดลงอย่างรุนแรง
แรงงานศรีลังกาที่ทำงานต่างประเทศยังส่งเงินกลับบ้านน้อยลงในบางช่วง ส่งผลให้เงินดอลลาร์ซึ่งจำเป็นต่อการนำเข้าสินค้าสำคัญเริ่มขาดแคลน ประเทศยังต้องนำเข้าน้ำมัน เชื้อเพลิง ยา และวัตถุดิบจากต่างประเทศเหมือนเดิม แต่กลับไม่มีเงินตราต่างประเทศเพียงพอสำหรับจ่ายค่าสินค้าเหล่านั้น
การลดภาษีที่กลายเป็นดาบสองคม
ปลายปี 2562 รัฐบาลประกาศลดภาษีหลายประเภทเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แม้มาตรการนี้ช่วยลดภาระให้ประชาชนและภาคธุรกิจในระยะสั้น แต่ก็ทำให้รายได้ของรัฐลดลงอย่างมาก เมื่อรัฐบาลเก็บภาษีได้น้อยลง ขณะที่ยังมีรายจ่ายและภาระหนี้จำนวนมหาศาล งบประมาณของประเทศจึงยิ่งตึงตัว
หน่วยงานจัดอันดับความน่าเชื่อถือทยอยลดอันดับเครดิตของศรีลังกา ส่งผลให้นักลงทุนไม่มั่นใจ การกู้เงินใหม่จากต่างประเทศทำได้ยากขึ้น และต้นทุนการกู้ก็สูงขึ้นตามไปด้วย
การห้ามใช้ปุ๋ยเคมีที่ส่งผลเกินคาด
อีกเหตุการณ์ที่ถูกพูดถึงมากคือการประกาศห้ามนำเข้าและใช้ปุ๋ยเคมีโดยหวังผลักดันเกษตรอินทรีย์ทั่วประเทศในเวลาอันสั้น นโยบายนี้เกิดขึ้นโดยไม่มีช่วงเปลี่ยนผ่านที่เพียงพอ ผลผลิตทางการเกษตรหลายชนิดลดลง โดยเฉพาะชา ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกสำคัญของประเทศ
เมื่อผลผลิตลดลง รายได้จากการส่งออกก็ลดลงอีก ขณะเดียวกันประเทศกลับต้องนำเข้าอาหารบางส่วนเพิ่มขึ้น ทำให้เงินตราต่างประเทศยิ่งร่อยหรอ
เงินเฟ้อและชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนไป
เมื่อเงินดอลลาร์ขาดแคลน รัฐบาลนำเข้าสินค้าได้น้อยลง น้ำมันเริ่มหมด ปั๊มน้ำมันจำกัดการขาย โรงไฟฟ้าหลายแห่งขาดเชื้อเพลิงจนต้องตัดไฟเป็นเวลาหลายชั่วโมงต่อวัน โรงพยาบาลบางแห่งขาดเวชภัณฑ์ ร้านค้าหลายแห่งไม่มีสินค้าเพียงพอสำหรับขาย
ราคาสินค้าพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ค่าใช้จ่ายของครัวเรือนเพิ่มขึ้น แต่รายได้ของประชาชนจำนวนมากกลับไม่เพิ่มตาม หลายครอบครัวต้องลดมื้ออาหารหรือเปลี่ยนไปซื้อของจำเป็นเท่านั้น
วันที่ประกาศผิดนัดชำระหนี้
เดือนเมษายน 2565 ศรีลังกาประกาศระงับการชำระหนี้ต่างประเทศชั่วคราว ถือเป็นการผิดนัดชำระหนี้ของประเทศเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ต่อมารัฐบาลต้องเจรจากับเจ้าหนี้และขอความช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและปรับโครงสร้างหนี้
การเจรจาใช้เวลานาน เพราะต้องสร้างความเชื่อมั่นใหม่ ทั้งการปฏิรูปการคลัง การปรับระบบภาษี การควบคุมรายจ่าย และการปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้หลายกลุ่มพร้อมกัน
ศรีลังกาฟื้นตัวแล้วหรือยัง
สถานการณ์เริ่มดีขึ้นกว่าช่วงวิกฤตหนัก นักท่องเที่ยวทยอยกลับมา เงินเฟ้อลดลงเมื่อเทียบกับช่วงสูงสุด และเศรษฐกิจเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวในบางภาคส่วน แต่การฟื้นตัวไม่ได้หมายความว่าปัญหาทั้งหมดจบลง ประเทศยังต้องบริหารหนี้จำนวนมาก ฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุน และสร้างรายได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
บทเรียนที่หลายประเทศกำลังจับตา
• ก่อหนี้จำนวนมากต้องมีแผนสร้างรายได้รองรับจริง
• เศรษฐกิจที่พึ่งพารายได้เพียงไม่กี่ด้านมีความเสี่ยงสูง
• นโยบายขนาดใหญ่ควรมีช่วงเปลี่ยนผ่านและประเมินผลกระทบอย่างรอบด้าน
• การรักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุนและเสถียรภาพการคลังเป็นเรื่องสำคัญมาก
วิกฤตศรีลังกาจึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของประเทศหนึ่งในเอเชียใต้ แต่กลายเป็นกรณีศึกษาที่นักเศรษฐศาสตร์ รัฐบาล และนักลงทุนทั่วโลกหยิบมาศึกษา เพราะแสดงให้เห็นว่าปัจจัยหลายอย่างที่ดูเหมือนไม่เกี่ยวข้องกัน หากเกิดขึ้นพร้อมเวลาเดียวกัน ก็สามารถผลักประเทศทั้งประเทศเข้าสู่วิกฤตได้อย่างรวดเร็วเกินกว่าที่หลายคนคาดคิด
ความหวังใหม่ผู้ป่วยมะเร็ง ! Moderna–Merck เผยวัคซีน mRNA ผ่าน Phase 3 ลดการกลับมาและแพร่กระจายของเมลาโนมา
9 อาชีพในตำนานของไทย จากงานที่เคยจำเป็น สู่วันที่คนรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็น
ยาสีฟันฟอกฟันขาวทำให้ฟันเหลืองได้จริงหรือ?
ทำไมขนมซองพองลมต้องเติมไนโตรเจน?
6 ประเทศที่ยังไม่มีรถไฟ และดูเหมือนยังไม่จำเป็นต้องสร้างรางรถไฟ
10 อันดับเลขมาแรงงวด 1 กันยายน 2569 สำรวจจากกระแสข่าวและความนิยมออนไลน์
3 แหล่งปลูกข้าวหอมมะลิ ที่ขึ้นชื่อว่าอร่อยที่สุดในประเทศไทย
รีโมททีวีในโรงแรมควรเช็ดก่อนใช้ไหม?
5 จังหวัดไทยที่เจริญรุ่งเรืองที่สุด เมื่อวัดเศรษฐกิจโดยภาพรวม
จังหวัดที่มีคนต่างชาติ เข้ามาทำงานอยู่เป็นจำนวนมากที่สุด
เขียงไม้สกปรกกว่าเขียงพลาสติกจริงหรือ?
จีนมี “ห้างไลฟ์สด” เปิดเบื้องหลังห้างจีนที่ขายของผ่านมือถือ
ความหวังใหม่ผู้ป่วยมะเร็ง ! Moderna–Merck เผยวัคซีน mRNA ผ่าน Phase 3 ลดการกลับมาและแพร่กระจายของเมลาโนมา
ทำไมขนมซองพองลมต้องเติมไนโตรเจน?
ยาสีฟันฟอกฟันขาวทำให้ฟันเหลืองได้จริงหรือ?
How to Teach “Leave It” Without Turning It Into a Battle
รีโมททีวีในโรงแรมควรเช็ดก่อนใช้ไหม?
จีนมี “ห้างไลฟ์สด” เปิดเบื้องหลังห้างจีนที่ขายของผ่านมือถือ


