ฮาจิโกะ (Hachiko) สุนัขยอดกตัญญูแห่งญี่ปุ่น
ฮาจิโกะ (Hachiko) ยอดสุนัขยอดกตัญญูแห่งญี่ปุ่น เรื่องจริงที่ทำให้โลกเชื่อในความซื่อสัตย์ไม่เปลี่ยนแปลง
"ถ้าคนที่เรารักไม่กลับมา... เราจะรอได้นานแค่ไหน?"
คำถามนี้อาจฟังดูธรรมดา แต่มีสุนัขตัวหนึ่งที่ตอบคำถามนี้ด้วยการกระทำตลอด เกือบ 10 ปี จนกลายเป็นตำนานที่คนทั้งโลกจดจำ นั่นคือ ฮาจิโกะ (Hachiko) สุนัขสายพันธุ์อาคิตะที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นสัญลักษณ์ของ ความซื่อสัตย์ ความกตัญญู และความรักที่ไม่มีเงื่อนไข 🐕
เรื่องราวของฮาจิโกะเริ่มขึ้นในปี ค.ศ. 1924 เมื่อศาสตราจารย์ ฮิเดซาบุโร อุเอโนะ แห่งมหาวิทยาลัยโตเกียวรับลูกสุนัขอาคิตะตัวหนึ่งมาเลี้ยง เขาตั้งชื่อว่า "ฮาจิโกะ" และทั้งคู่ก็ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างอบอุ่น
ทุกเช้า ฮาจิโกะจะเดินไปส่งเจ้าของที่ สถานีชิบูยะ ก่อนศาสตราจารย์ขึ้นรถไฟไปทำงาน และในช่วงเย็นก็จะกลับมารอรับที่เดิมเป็นประจำ จนกลายเป็นกิจวัตรที่ผู้คนในละแวกนั้นคุ้นตา
แต่แล้ววันที่ 21 พฤษภาคม ค.ศ. 1925 ก็กลายเป็นวันเปลี่ยนชีวิตของฮาจิโกะ เมื่อศาสตราจารย์อุเอโนะเสียชีวิตกะทันหันจากภาวะเลือดออกในสมองระหว่างทำงาน และไม่มีวันได้กลับมาที่สถานีอีกเลย
สิ่งที่น่าประทับใจคือ ฮาจิโกะไม่เคยรู้ว่าเจ้าของจากไปแล้ว
วันแล้ววันเล่า มันยังคงเดินมาที่สถานีชิบูยะในเวลาเดิม รอรถไฟขบวนเดิม และเฝ้ามองผู้โดยสารที่เดินลงจากชานชาลา ด้วยความหวังว่าเจ้าของจะกลับมาอีกครั้ง
การรอคอยนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วัน แต่ยาวนานถึง 9 ปี 9 เดือน 15 วัน ก่อนที่ฮาจิโกะจะเสียชีวิตในปี 1935
ช่วงแรก ผู้คนจำนวนไม่น้อยมองมันเป็นเพียงสุนัขจรจัด แต่เมื่อเรื่องราวถูกตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ของญี่ปุ่นเมื่อปี 1932 ชื่อของฮาจิโกะก็กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ ผู้คนเริ่มนำอาหารและน้ำมาให้ พร้อมยกย่องมันว่าเป็น "ชูเค็น ฮาจิโกะ" หรือ "ฮาจิโกะ สุนัขผู้ซื่อสัตย์"
หลายคนอาจเข้าใจว่าเรื่องของฮาจิโกะเป็นเพียงนิทานสร้างแรงบันดาลใจ แต่จริง ๆ แล้วเป็น เหตุการณ์ที่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ทั้งบันทึกของมหาวิทยาลัยโตเกียว ภาพถ่าย และเอกสารร่วมสมัย รวมถึงรูปปั้นฮาจิโกะที่ยังคงตั้งอยู่หน้าสถานีชิบูยะจนถึงทุกวันนี้
🐾 เกร็ดที่หลายคนอาจไม่เคยรู้
รูปปั้นฮาจิโกะที่นักท่องเที่ยวเห็นหน้าสถานีชิบูยะ เป็นจุดนัดพบยอดนิยมของโตเกียว แต่ภายในมหาวิทยาลัยโตเกียวยังมีอีกรูปปั้นหนึ่งที่อบอุ่นไม่แพ้กัน นั่นคือรูปปั้นที่แสดงภาพ ฮาจิโกะกำลังกระโดดเข้าหาเจ้าของราวกับได้พบกันอีกครั้ง ซึ่งสร้างขึ้นในปี 2015 เพื่อสื่อถึงการกลับมาพบกันหลังจากการรอคอยอันยาวนาน
นอกจากนี้ การศึกษาภายหลังยังพบว่า ฮาจิโกะเสียชีวิตจากโรคพยาธิหนอนหัวใจร่วมกับปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ไม่ใช่เพราะกลืนไม้เสียบไก่ย่างอย่างที่เคยเชื่อกันในอดีต
ข้อเท็จจริง คือ ฮาจิโกะไม่สามารถเข้าใจความหมายของความตายเหมือนมนุษย์ แต่พฤติกรรมการกลับมารอที่เดิมซ้ำ ๆ สะท้อนถึงความผูกพันและความเคยชินที่ลึกซึ้ง ซึ่งนักพฤติกรรมสัตว์มองว่าเป็นตัวอย่างของสายสัมพันธ์ระหว่างคนกับสัตว์ที่หาได้ยาก
ความคิดเห็น หลายคนจึงมองว่า เรื่องของฮาจิโกะไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของสุนัขตัวหนึ่ง แต่เป็นเครื่องเตือนใจว่า "ความซื่อสัตย์" และ "การไม่ลืมคนที่เรารัก" เป็นคุณค่าที่ไม่มีวันล้าสมัย ไม่ว่าจะผ่านมากี่สิบปี
ทุกวันนี้ นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกยังเดินทางไปถ่ายรูปกับรูปปั้นฮาจิโกะที่ชิบูยะ และเรื่องราวของมันยังถูกนำไปสร้างเป็นหนัง หนังสือ และสารคดีหลายครั้ง จนกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่นที่ผู้คนรู้จักมากที่สุด
บางครั้ง เรื่องที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็ไม่จำเป็นต้องเป็นวีรกรรมของมนุษย์ แต่อาจเป็นเพียงการรอคอยของสุนัขตัวหนึ่ง ที่ทำให้คนทั้งโลกเชื่อว่า ความรักและความซื่อสัตย์มีอยู่จริง
แล้วคุณล่ะ เคยรู้เรื่องราวของฮาจิโกะมาก่อนหรือไม่? หากมีโอกาสไปญี่ปุ่น คุณอยากไปยืนที่หน้าสถานีชิบูยะ เพื่อทักทาย "สุนัขผู้ซื่อสัตย์ที่สุดตัวหนึ่งของโลก" ด้วยตัวเองไหม?
มหาวิทยาลัยโตเกียว (The University of Tokyo): Hachiko and UTokyo
มหาวิทยาลัยโตเกียว: Statue of Professor Hidesaburo Ueno and His Companion, Hachiko
GO TOKYO (Tokyo Metropolitan Government): Visit the Hachiko Statue
พื้นปุ่มนูนกับเส้นนูนบนทางเท้า ไม่ได้มีไว้กันลื่น: กำลังบอกคนละอย่าง
3 แหล่งปลูกข้าวหอมมะลิ ที่ขึ้นชื่อว่าอร่อยที่สุดในประเทศไทย
ทำไมกดเลื่อนปลุกแล้วสมองตื้อ
10 อันดับเลขมาแรงงวด 1 กันยายน 2569 สำรวจจากกระแสข่าวและความนิยมออนไลน์
9 อาชีพในตำนานของไทย จากงานที่เคยจำเป็น สู่วันที่คนรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็น
ไม่มีกระเพาะอาหาร มนุษย์ยังกินและใช้ชีวิตได้อย่างไร
6 ประเทศที่ยังไม่มีรถไฟ และดูเหมือนยังไม่จำเป็นต้องสร้างรางรถไฟ
งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ
ทำไมการเคี้ยวน้ำแข็งเล่นถึงทำให้ฟันร้าวได้?
ปลาทูน่ายักษ์กลับสู่ทะเลเหนือ สัญญาณฟื้นตัวที่ต้องมองมากกว่าเรื่องโลกร้อน
กะเพราไข่ดาวกรอบฟูขอบไหม้ควรกินบ่อยแค่ไหน?
เปิดตัวเลข 3 เขื่อนยักษ์ของไทย เขื่อนที่กักเก็บน้ำได้มากที่สุดในประเทศไทย
พื้นปุ่มนูนกับเส้นนูนบนทางเท้า ไม่ได้มีไว้กันลื่น: กำลังบอกคนละอย่าง
ไม่มีกระเพาะอาหาร มนุษย์ยังกินและใช้ชีวิตได้อย่างไร
ปลาทูน่ายักษ์กลับสู่ทะเลเหนือ สัญญาณฟื้นตัวที่ต้องมองมากกว่าเรื่องโลกร้อน
กะเพราไข่ดาวกรอบฟูขอบไหม้ควรกินบ่อยแค่ไหน?
ทำไมกดเลื่อนปลุกแล้วสมองตื้อ
ฉีดแอลกอฮอล์ใส่หน้าจอมือถือได้จริงหรือ?
พื้นปุ่มนูนกับเส้นนูนบนทางเท้า ไม่ได้มีไว้กันลื่น: กำลังบอกคนละอย่าง
ไม่มีกระเพาะอาหาร มนุษย์ยังกินและใช้ชีวิตได้อย่างไร
ปลาทูน่ายักษ์กลับสู่ทะเลเหนือ สัญญาณฟื้นตัวที่ต้องมองมากกว่าเรื่องโลกร้อน
ทางรถไฟที่ยาวที่สุดในโลกคือสายไหน ทำความรู้จัก Trans-Siberian กว่า 9,288 กม.




