หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

SME คือธุรกิจแบบไหน วัดจากอะไร

เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน

ร้านอาหารที่มีพนักงานสิบคน บริษัทผลิตชิ้นส่วนที่มียอดขายปีละหลายสิบล้านบาท โรงงานขนาดย่อมซึ่งจ้างคนเกือบร้อยคน และร้านค้าออนไลน์ที่เจ้าของทำงานอยู่คนเดียว ล้วนมีโอกาสถูกเรียกว่า SME ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าธุรกิจทั้งหมดอยู่ในกลุ่มเดียวกันหรือได้รับสิทธิแบบเดียวกัน เพราะคำว่า SME มีเกณฑ์แบ่งขนาดที่ชัดเจนกว่าความรู้สึกว่าเป็น “ธุรกิจเล็ก”

SME ย่อมาจาก Small and Medium Enterprises หมายถึงวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม คำว่า “วิสาหกิจ” ในที่นี้ครอบคลุมกิจการที่ผลิตสินค้า ให้บริการ ค้าส่ง หรือค้าปลีก ไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็นบริษัทจำกัดเท่านั้น ผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา ห้างหุ้นส่วน ร้านค้า โรงงาน หรือธุรกิจครอบครัวก็อาจอยู่ในกลุ่ม SME ได้ หากลักษณะและขนาดของกิจการเข้าเกณฑ์ที่กำหนด

จุดที่คนมักเข้าใจผิดคือคิดว่า SME หมายถึงกิจการที่มีเงินทุนน้อย หรือเป็นร้านเล็กที่เจ้าของยืนขายของเอง ความจริงแล้วธุรกิจที่มีรายได้ปีละหลายร้อยล้านบาทก็ยังอาจจัดเป็น SME ได้ ขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจ จำนวนลูกจ้าง และรายได้ต่อปี ธุรกิจที่ดูใหญ่ในสายตาคนทั่วไปจึงอาจยังเป็นวิสาหกิจขนาดกลาง ขณะที่กิจการบางแห่งมีสถานที่ไม่ใหญ่ แต่รายได้เกินเกณฑ์ก็อาจไม่ถูกนับเป็น SME แล้ว

เกณฑ์ของไทยแยกกิจการออกเป็นสองกลุ่มหลัก กลุ่มแรกคือกิจการผลิตสินค้า เช่น โรงงานทำอาหาร โรงงานเฟอร์นิเจอร์ โรงงานเสื้อผ้า หรือผู้ผลิตชิ้นส่วนต่าง ๆ กลุ่มที่สองคือกิจการบริการ ค้าส่ง และค้าปลีก เช่น ร้านอาหาร โรงแรม บริษัทขนส่ง ร้านขายสินค้า บริษัทที่ปรึกษา ร้านค้าออนไลน์ หรือผู้จำหน่ายสินค้าให้ร้านอื่น

สำหรับกิจการผลิตสินค้า วิสาหกิจขนาดย่อมคือกิจการที่มีลูกจ้างไม่เกิน 50 คน หรือมีรายได้ต่อปีไม่เกิน 100 ล้านบาท ส่วนวิสาหกิจขนาดกลางคือกิจการที่มีลูกจ้างมากกว่า 50 คนแต่ไม่เกิน 200 คน หรือมีรายได้ต่อปีมากกว่า 100 ล้านบาทแต่ไม่เกิน 500 ล้านบาท :contentReference[oaicite:0]{index=0}

กิจการบริการ ค้าส่ง และค้าปลีกใช้ตัวเลขอีกชุดหนึ่ง วิสาหกิจขนาดย่อมต้องมีลูกจ้างไม่เกิน 30 คน หรือมีรายได้ต่อปีไม่เกิน 50 ล้านบาท ส่วนวิสาหกิจขนาดกลางมีลูกจ้างมากกว่า 30 คนแต่ไม่เกิน 100 คน หรือมีรายได้ต่อปีมากกว่า 50 ล้านบาทแต่ไม่เกิน 300 ล้านบาท :contentReference[oaicite:1]{index=1}

คำว่า “หรือ” ในเกณฑ์เหล่านี้สำคัญมาก เพราะกิจการไม่ได้ถูกตัดสินจากจำนวนพนักงานเพียงอย่างเดียว สมมติว่าโรงงานแห่งหนึ่งมีพนักงาน 40 คน ซึ่งจำนวนลูกจ้างอยู่ในระดับขนาดย่อม แต่โรงงานมีรายได้ปีละ 180 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในระดับขนาดกลาง กิจการนี้จะไม่ถูกจัดเป็นขนาดย่อมตามจำนวนคน เนื่องจากเมื่อจำนวนการจ้างงานกับรายได้เข้าคนละประเภท กฎหมายกำหนดให้ใช้รายได้เป็นเกณฑ์พิจารณา :contentReference[oaicite:2]{index=2}

ตัวอย่างอีกแบบคือบริษัทบริการที่มีพนักงาน 15 คน แต่มีรายได้ปีละ 70 ล้านบาท จำนวนพนักงานยังอยู่ในระดับขนาดย่อม แต่รายได้เข้าระดับขนาดกลาง บริษัทนี้จึงถูกพิจารณาเป็นวิสาหกิจขนาดกลาง ไม่ใช่ขนาดย่อม การดูเฉพาะจำนวนโต๊ะทำงานหรือขนาดสำนักงานจึงตอบไม่ได้ว่ากิจการเป็น SME ระดับใด

รายได้ที่ใช้พิจารณาไม่ได้หมายถึงกำไร และไม่ได้หมายถึงเงินสดที่เหลืออยู่ในบัญชีธนาคาร แต่หมายถึงรายได้รวมตามงบการเงินหรือเอกสารบัญชีแสดงรายได้ ตัวอย่างเช่น ร้านค้าขายสินค้าได้ปีละ 20 ล้านบาท แม้หักต้นทุน ค่าเช่า เงินเดือน และค่าใช้จ่ายแล้วเหลือกำไรเพียง 600,000 บาท ตัวเลขที่นำไปเทียบเกณฑ์ SME คือรายได้ 20 ล้านบาท ไม่ใช่กำไร 600,000 บาท :contentReference[oaicite:3]{index=3}

จำนวนการจ้างงานก็ต้องดูจากหลักฐานที่จัดทำตามกฎหมาย ไม่ใช่นับแบบคร่าว ๆ ว่าวันนี้มีคนมาทำงานกี่คน กิจการที่ใช้แรงงานตามฤดูกาล มีพนักงานเข้าออกบ่อย หรือจ้างหลายรูปแบบจึงควรตรวจเอกสารให้ตรงกับหลักเกณฑ์ของโครงการหรือหน่วยงานที่จะติดต่อ เพราะรายละเอียดการนับบุคลากรอาจมีเงื่อนไขประกอบต่างกัน

การเป็น SME ไม่ได้แปลว่าได้รับเงินสนับสนุนหรือสิทธิพิเศษโดยอัตโนมัติ คำนี้เป็นเพียงการจำแนกขนาดธุรกิจในภาพรวม เมื่อต้องสมัครโครงการกู้เงิน ขอรับเงินอุดหนุน เข้าร่วมมาตรการของรัฐ หรือขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานใด ยังต้องอ่านเงื่อนไขของโครงการนั้นอีกครั้ง บางโครงการรับเฉพาะนิติบุคคล บางโครงการกำหนดอายุธุรกิจ บางแห่งพิจารณาสัญชาติผู้ถือหุ้น ประเภทธุรกิจ พื้นที่ตั้ง หรือกำหนดวงเงินรายได้ที่แคบกว่าเกณฑ์ SME ทั่วไป

เช่นเดียวกัน การจดทะเบียนบริษัทไม่ได้ทำให้กิจการกลายเป็น SME ทันที และการไม่จดบริษัทก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็น SME ไม่ได้ ร้านค้าที่ประกอบกิจการในนามบุคคลธรรมดาอาจเป็นวิสาหกิจรายย่อยหรือวิสาหกิจขนาดย่อม ส่วนบริษัทจำกัดที่มียอดขายสูงเกินเพดานก็อาจอยู่นอกนิยาม SME เรื่องรูปแบบทางกฎหมายกับเรื่องขนาดของกิจการจึงเป็นคนละเรื่องกัน

คำว่า Startup ก็ไม่ใช่คำเดียวกับ SME เช่นกัน Startup มักใช้เรียกธุรกิจที่สร้างแบบจำลองใหม่และตั้งเป้าเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกิจการที่ใช้เทคโนโลยี ส่วน SME บอกขนาดของกิจการตามเกณฑ์ที่กำหนด ร้านกาแฟหนึ่งสาขาอาจเป็น SME แต่ไม่ได้เป็น Startup ขณะเดียวกันบริษัทเทคโนโลยีที่เพิ่งเริ่มต้นอาจเป็นทั้ง Startup และ SME ได้พร้อมกัน หากรายได้และจำนวนลูกจ้างยังไม่เกินเกณฑ์

ธุรกิจครอบครัวก็ไม่ได้เท่ากับ SME เสมอไป กิจการที่ส่งต่อกันมาหลายรุ่นอาจเติบโตจนมีรายได้เกิน 500 ล้านบาทหรือ 300 ล้านบาทตามประเภทกิจการ ทำให้ไม่อยู่ในกลุ่ม SME แม้เจ้าของและผู้บริหารยังเป็นคนในครอบครัวทั้งหมด คำว่าธุรกิจครอบครัวบอกลักษณะความเป็นเจ้าของ ส่วน SME บอกขนาดของธุรกิจ

เหตุที่ต้องมีนิยามชัดเจน เพราะธุรกิจขนาดเล็กกับธุรกิจขนาดใหญ่มีข้อจำกัดไม่เหมือนกัน SME มักเข้าถึงเงินทุนยากกว่า มีอำนาจต่อรองต่ำกว่า รับภาระต้นทุนต่อหน่วยสูง และมีบุคลากรจำกัด หากรัฐใช้มาตรการเดียวกับบริษัทขนาดใหญ่ทั้งหมด ธุรกิจขนาดเล็กอาจไม่สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้ การแบ่งตามรายได้และการจ้างงานจึงช่วยให้หน่วยงานออกแบบสินเชื่อ การค้ำประกัน การอบรม การจัดซื้อจัดจ้าง และมาตรการพัฒนาธุรกิจได้ตรงกลุ่มมากขึ้น

ในมุมของเจ้าของกิจการ การรู้ว่าตัวเองอยู่ในกลุ่มใดมีประโยชน์มากกว่าการติดป้ายว่าเป็นธุรกิจเล็ก เพราะขนาดกิจการมีผลต่อโครงการที่สมัครได้ การเตรียมเอกสาร และการวางแผนเมื่อธุรกิจโตขึ้น เจ้าของควรตรวจรายได้รวมของรอบบัญชีล่าสุด ดูจำนวนลูกจ้างตามหลักฐาน และแยกให้ออกว่ากิจการอยู่ในภาคการผลิตหรืออยู่ในกลุ่มบริการ ค้าส่ง ค้าปลีก

หากกิจการทำหลายอย่างพร้อมกัน เช่น ผลิตสินค้าเองและเปิดหน้าร้านขายเอง ควรพิจารณากิจกรรมหลักที่สร้างรายได้ รวมถึงเงื่อนไขของหน่วยงานที่กำลังติดต่อ ไม่ควรเลือกประเภทที่ให้เกณฑ์สูงกว่าเองเพื่อให้ผ่านคุณสมบัติ เพราะตอนยื่นจริงอาจต้องใช้หนังสือรับรอง วัตถุประสงค์ของกิจการ งบการเงิน และข้อมูลรายได้มาประกอบ

สรุปให้เห็นภาพง่ายที่สุด SME ไม่ได้แปลว่า “ร้านเล็ก” แต่หมายถึงกิจการผลิตสินค้า บริการ ค้าส่ง หรือค้าปลีกที่มีรายได้และจำนวนการจ้างงานไม่เกินขอบเขตของวิสาหกิจขนาดกลาง เกณฑ์ของแต่ละภาคธุรกิจไม่เท่ากัน และเมื่อจำนวนพนักงานกับรายได้ชี้ไปคนละขนาด ต้องใช้รายได้เป็นตัวตัดสิน ดังนั้นการดูว่าธุรกิจเป็น SME หรือไม่ ต้องเปิดตัวเลขจริงของกิจการดู ไม่ใช่ตัดสินจากหน้าร้าน จำนวนสาขา หรือความรู้สึกว่าบริษัทดูใหญ่แค่ไหน

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เรื่องดีดีมีทุกวัน's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 9 ครั้ง
เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เทคนิคการซื้อหวย ลอตเตอรี่ให้ถูกบ่อยขึ้น "ไม่ได้อยู่ที่ดวงอย่างเดียว"ไข่ปลาหมึกที่กินกัน จริง ๆ คือส่วนไหน10 ละครจักรๆ วงศ์ๆ ในตำนาน ที่เคยโด่งดังและครองใจคนไทยทำไมเรียกนกกระจอกเปิด 9 อาชีพในตำนานที่ปัจจุบันเริ่มไม่ค่อยเห็นแล้วในไทย จากอาชีพยอดฮิตในอดีต สู่ความทรงจำของใครหลายคนชาติที่นิยมกินข้าวเหนียวของไทยมากเป็นอันดับหนึ่งของโลกคนจีนยุคคาวบอย: ฮีโร่ผู้ปิดทองหลังพระแห่งอเมริกันตะวันตก7 จังหวัดที่คนมัก "ขับผ่าน" แต่ถ้าแวะ...อาจหลงรักจนอยากกลับไปอีกสิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 1/8/69สรุปเลขเด่น เลขท้าย 2 ตัว AI แนะนำ งวด 1 สิงหาคม 2569ไทยทีวีช่อง 4 บางขุนพรหม โทรทัศน์ช่องแรกของประเทศไทย6 ชุมชนที่อนุรักบ้านเก่าได้ดีที่สุดในประเทศไทย เสน่ห์แห่งอดีตที่ยังมีชีวิต
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ไข่ปลาหมึกที่กินกัน จริง ๆ คือส่วนไหนทำไมเรียกนกกระจอก10 ละครจักรๆ วงศ์ๆ ในตำนาน ที่เคยโด่งดังและครองใจคนไทยคนจีนยุคคาวบอย: ฮีโร่ผู้ปิดทองหลังพระแห่งอเมริกันตะวันตกทำไมเด็กจบใหม่บางคนได้ 80,000 บางคนได้แค่ 20,000?ก่อนออกต้อนวัว คาวบอยชงกาแฟกันอย่างไรในยุคไร้เครื่องกรอง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ไทยทีวีช่อง 4 บางขุนพรหม โทรทัศน์ช่องแรกของประเทศไทยนิยามของภาพบอกต้วตนพระยาพิชัยดาบหัก ชายผู้ยอมตายดีกว่าเป็นข้าสองนายหัวไชเท้ามีประโยชน์อะไร กินอย่างไรให้ได้คุณค่า
ตั้งกระทู้ใหม่