หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
ตรวจหวย ผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 16 กันยายน 2569
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

บ้าอำนาจไม่ได้เริ่มจากการตะโกนสั่งคน

เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง

คนบ้าอำนาจไม่ได้มีหน้าตาเหมือนตัวร้ายในละครเสมอไป บางคนพูดจาสุภาพ แต่งตัวเรียบร้อย และดูเป็นคนมีเหตุผล เพียงแต่ทุกครั้งที่มีเรื่องให้ตัดสินใจ เขาต้องเป็นคนกำหนดคำตอบสุดท้าย ใครเสนอความเห็นต่างจะถูกมองว่าไม่ให้เกียรติ ใครตั้งคำถามจะกลายเป็นคนสร้างปัญหา ส่วนคนที่พยักหน้าตามมักได้รับความไว้วางใจมากกว่าคนที่ทำงานเก่งจริง

คำว่า “บ้าอำนาจ” ใช้เรียกพฤติกรรมที่คนคนหนึ่งยึดติดกับการควบคุมผู้อื่นมากเกินไป ไม่ได้หมายความว่าเขามีอาการทางจิตหรือเป็นโรคชนิดใดโดยอัตโนมัติ จุดสำคัญอยู่ที่วิธีใช้อำนาจ เขาไม่ได้มองอำนาจเป็นเครื่องมือสำหรับรับผิดชอบงาน แต่ใช้เป็นหลักประกันว่าตัวเองจะไม่ถูกขัด ไม่เสียหน้า และไม่ต้องยอมรับว่าคนอื่นอาจคิดได้ดีกว่า

อำนาจตามตำแหน่งไม่ใช่เรื่องผิด หัวหน้าต้องตัดสินใจ ผู้ปกครองต้องตั้งกติกา เจ้าหน้าที่ต้องบังคับใช้ระเบียบ ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อเจ้าของอำนาจเริ่มเชื่อว่าตำแหน่งทำให้ตัวเองถูกเสมอ จากเดิมที่สั่งเพราะงานจำเป็น กลายเป็นสั่งเพื่อย้ำว่าใครใหญ่กว่า จากเดิมที่รับฟังข้อมูลก่อนตัดสินใจ กลายเป็นตัดสินใจก่อนแล้วค่อยหาคำอธิบายมารองรับ

สัญญาณหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือ เขาแยกไม่ออกระหว่าง “การไม่เห็นด้วย” กับ “การไม่เคารพ” ลูกน้องทักว่ามีความเสี่ยง เขากลับคิดว่ากำลังท้าทายอำนาจ คนในครอบครัวขอเลือกทางของตัวเอง เขามองว่าเป็นการเนรคุณ เพื่อนร่วมงานเสนอวิธีใหม่ เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกลดความสำคัญ การสนทนาจึงไม่ใช่การหาคำตอบที่ดีที่สุด แต่เป็นสนามพิสูจน์ว่าใครต้องยอมใคร

คนลักษณะนี้มักชอบกฎที่ใช้กับคนอื่น แต่ไม่ชอบกฎที่จำกัดตัวเอง เขาเรียกร้องให้ทุกคนตรงเวลา แต่ตัวเองมาสายได้เพราะมีธุระ เขาตำหนิคนอื่นที่ใช้อารมณ์ แต่เมื่อโกรธกลับอ้างว่าเป็นเพราะทุกคนทำงานไม่ได้เรื่อง เขาต้องการรายงานละเอียดจากลูกน้อง ทว่าตัวเองไม่จำเป็นต้องอธิบายเหตุผลในการเปลี่ยนคำสั่ง ความไม่เท่าเทียมเช่นนี้ทำให้คนรอบข้างค่อย ๆ เรียนรู้ว่า กติกาที่แท้จริงไม่ใช่สิ่งที่เขาพูด แต่คืออารมณ์ของเขาในวันนั้น

การลงโทษของคนบ้าอำนาจไม่จำเป็นต้องรุนแรงแบบเปิดเผย บางคนใช้การเงียบ ไม่มอบหมายงาน ตัดออกจากวงประชุม เลื่อนโอกาส หรือพูดประชดต่อหน้าคนอื่น วิธีเหล่านี้ทำให้ผู้ถูกกระทำหาหลักฐานได้ยาก เพราะทุกอย่างสามารถอธิบายว่าเป็นเรื่องงาน แต่คนในวงจะรู้ว่าใครก็ตามที่ไม่ทำตาม จะถูกทำให้ลำบากทีละน้อย

เมื่อพฤติกรรมนี้อยู่ในที่ทำงาน ผลเสียไม่ได้หยุดอยู่ที่บรรยากาศอึดอัด คนเก่งจะเริ่มพูดน้อยลง เพราะรู้ว่าความเห็นของตัวเองไม่มีผล คนที่ยังอยู่รอดมักเป็นคนอ่านอารมณ์หัวหน้าเก่งมากกว่าคนที่แก้ปัญหาเก่ง ข่าวร้ายถูกซ่อน ปัญหาถูกแต่งให้ดูเล็ก และตัวเลขถูกเลือกเฉพาะส่วนที่ผู้มีอำนาจอยากเห็น สุดท้ายหัวหน้าอาจรู้สึกว่าทุกคนเห็นด้วย ทั้งที่จริงไม่มีใครกล้าพูดความจริง

ในครอบครัว พฤติกรรมบ้าอำนาจอาจมาในรูปของคำว่า “หวังดี” พ่อแม่เลือกคณะเรียน เลือกงาน เลือกคู่ หรือควบคุมเงินของลูกโตแล้ว โดยเชื่อว่าประสบการณ์ของตนทำให้มีสิทธิ์ตัดสินใจแทนทั้งหมด คู่ชีวิตบางคนตรวจโทรศัพท์ กำหนดว่าอีกฝ่ายจะพบใคร หรือบังคับให้รายงานทุกความเคลื่อนไหว แล้วอธิบายว่าเพราะรักและเป็นห่วง ความห่วงใยที่ไม่เหลือพื้นที่ให้เจ้าตัวเลือกชีวิตตัวเอง ย่อมเข้าใกล้การควบคุมมากกว่าการดูแล

เบื้องหลังความอยากควบคุมอาจมีได้หลายอย่าง บางคนเคยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ต้องแข็งไว้จึงจะไม่ถูกเอาเปรียบ บางคนกลัวความผิดพลาดจนไม่ไว้ใจให้ใครตัดสินใจ บางคนผูกคุณค่าของตัวเองไว้กับตำแหน่ง พอมีคนคัดค้านจึงรู้สึกเหมือนตัวตนถูกโจมตี อีกส่วนหนึ่งอาจเคยได้รับรางวัลจากการใช้อำนาจ เช่น สั่งแรงแล้วงานเสร็จเร็ว คนไม่กล้าเถียง หรือผู้ใหญ่ชื่นชมว่าเด็ดขาด พฤติกรรมจึงค่อย ๆ แข็งตัวเพราะดูเหมือนใช้ได้ผล

อย่างไรก็ตาม การเข้าใจที่มาไม่ได้แปลว่าต้องยอมรับผลที่เกิดขึ้น คนที่เคยเจ็บปวดก็ยังต้องรับผิดชอบต่อวิธีปฏิบัติกับคนอื่น ความกลัวเสียการควบคุมไม่ใช่ใบอนุญาตให้กดคนรอบตัว และประโยคว่า “ฉันเป็นคนแบบนี้” ก็ไม่ใช่เหตุผลที่ทุกคนต้องทน

สิ่งที่ทำให้คนบ้าอำนาจเปลี่ยนยาก คืออำนาจช่วยปิดบังข้อบกพร่องของตัวเองได้ดี คนธรรมดาพูดไม่ดีอาจถูกท้วงทันที แต่คนมีตำแหน่งพูดไม่ดี คนฟังอาจยังยิ้มและตอบว่าครับ คนทั่วไปตัดสินใจพลาดต้องรีบแก้ แต่คนมีอำนาจสามารถโยนความผิดให้ผู้ปฏิบัติได้ เมื่อไม่มีเสียงสะท้อนตรงไปตรงมา เขาจึงเห็นภาพตัวเองต่างจากที่คนอื่นเห็นมาก

บางคนไม่ได้รู้ตัวเลยว่าตัวเองกำลังบ้าอำนาจ เขาคิดว่าตัวเองเพียงจริงจัง มีมาตรฐานสูง หรือกล้าตัดสินใจ วิธีแยกให้ชัดจึงไม่ควรดูแค่น้ำเสียง แต่ต้องดูว่าเขารับมืออย่างไรเมื่อมีคนไม่เห็นด้วย ผู้นำที่เด็ดขาดยังฟังเหตุผล เปลี่ยนใจได้เมื่อข้อมูลเปลี่ยน และรับผิดเมื่อสั่งผิด ส่วนคนบ้าอำนาจจะพยายามเอาชนะผู้พูดแทนที่จะตรวจสอบเนื้อหาที่ถูกพูด

อีกข้อที่ต่างกันคือ ผู้นำที่มั่นคงไม่จำเป็นต้องแสดงอำนาจทุกเรื่อง เขายอมให้คนอื่นเก่งกว่าในสิ่งที่ตนไม่ถนัด มอบหมายงานแล้วไม่เข้าไปควบคุมทุกขั้น และแยกความผิดพลาดที่เกิดจากการทดลองออกจากความประมาท เขาไม่กลัวว่าการให้เครดิตลูกน้องจะทำให้ตัวเองดูเล็กลง เพราะเข้าใจว่าความสำเร็จของทีมไม่ได้แย่งคุณค่าจากหัวหน้า

การรับมือกับคนบ้าอำนาจต้องเริ่มจากการดูว่าเรามีอำนาจต่อรองแค่ไหน หากเป็นเรื่องงาน ควรคุยด้วยข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้ ยืนยันคำสั่งสำคัญผ่านข้อความหรือเอกสาร และหลีกเลี่ยงการเถียงเรื่องศักดิ์ศรีตรง ๆ เพราะอีกฝ่ายมักยิ่งแข็งเมื่อรู้สึกว่าถูกท้าทาย ประโยคอย่าง “เพื่อให้งานตรงกัน ขอทวนว่าต้องการแบบนี้ใช่ไหม” มักปลอดภัยกว่า “คุณสั่งไม่ชัดเอง” แม้ความหมายเบื้องหลังจะคล้ายกัน

ถ้าอยู่ในความสัมพันธ์ส่วนตัว จำเป็นต้องตั้งขอบเขตให้เห็นเป็นรูปธรรม เช่น เรื่องใดตัดสินใจร่วมกัน เรื่องใดเป็นสิทธิ์ส่วนตัว และพฤติกรรมแบบไหนที่ยอมรับไม่ได้ การบอกเพียงว่า “อย่าควบคุมมากเกินไป” อาจกว้างจนอีกฝ่ายปฏิเสธได้ง่าย แต่การพูดว่า “ฉันไม่ยอมให้ตรวจโทรศัพท์โดยไม่มีเหตุผล” หรือ “เรื่องงานของฉัน ฉันจะรับฟังคำแนะนำแต่เป็นคนตัดสินใจเอง” ทำให้เส้นแบ่งชัดกว่า

การตั้งขอบเขตจะมีความหมายก็ต่อเมื่อมีผลตามมาจริง หากบอกว่าไม่ยอมรับการด่าต่อหน้าคนอื่น แต่ทุกครั้งก็อยู่ต่อและคุยต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น อีกฝ่ายย่อมเรียนรู้ว่าคำเตือนไม่มีน้ำหนัก ผลตามมาไม่จำเป็นต้องเป็นการตอบโต้รุนแรง อาจเป็นการยุติการสนทนา ออกจากสถานการณ์ รายงานตามระบบ หรือจำกัดการติดต่อเท่าที่จำเป็น

กรณีที่มีการข่มขู่ ใช้ความรุนแรง ควบคุมการเงิน กักขัง ติดตาม หรือทำให้หวาดกลัวอย่างต่อเนื่อง เรื่องนี้ไม่ควรถูกมองเป็นเพียงนิสัยชอบสั่ง การวางแผนความปลอดภัย ขอความช่วยเหลือจากคนที่ไว้ใจได้ และติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำคัญกว่าการพยายามอธิบายให้อีกฝ่ายเข้าใจ เพราะคนที่ใช้การควบคุมเป็นเครื่องมืออาจตอบสนองรุนแรงเมื่อรู้สึกว่ากำลังเสียอำนาจ

สำหรับคนที่เริ่มสงสัยว่าตัวเองอาจมีพฤติกรรมแบบนี้ จุดเริ่มต้นไม่ใช่การรีบประกาศว่าตัวเองเป็นคนแย่ แต่คือการสังเกตช่วงเวลาที่อยากบังคับให้คนอื่นทำตาม ถามตัวเองว่ากำลังปกป้องงานจริง ๆ หรือกำลังปกป้องหน้า กำลังกลัวผลเสียที่ชัดเจน หรือเพียงทนไม่ได้ที่วิธีของคนอื่นไม่เหมือนของเรา การหยุดก่อนตอบโต้ไม่กี่นาที บังคับตัวเองให้ถามเหตุผลอีกฝ่าย และยอมรับผิดโดยไม่เติมคำแก้ตัว เป็นการฝึกที่จับต้องได้กว่าการสัญญาว่าจะใจเย็นขึ้น

อีกวิธีหนึ่งคือสร้างระบบที่จำกัดอำนาจของตัวเอง เช่น ให้ทีมทักท้วงได้โดยไม่ถูกลงโทษ แยกคนเสนอความเห็นออกจากผู้ตัดสินใจ เปิดช่องให้รายงานปัญหาโดยไม่ผ่านหัวหน้าคนเดียว หรือกำหนดเกณฑ์ประเมินที่ตรวจสอบได้ ระบบที่ดีไม่ได้ตั้งอยู่บนความหวังว่าคนมีอำนาจจะใจดีตลอดเวลา แต่ช่วยลดความเสียหายในวันที่เขาอารมณ์ไม่ดีหรือมั่นใจผิด

อำนาจมักขยายสิ่งที่มีอยู่ในตัวคน หากเดิมเป็นคนรับฟัง เมื่อมีอำนาจก็ช่วยให้ตัดสินใจได้กว้างขึ้น หากเดิมกลัวเสียหน้า อำนาจก็เปิดโอกาสให้ปิดปากคนอื่นง่ายขึ้น สิ่งที่บอกว่าคนคนหนึ่งเหมาะกับอำนาจหรือไม่ จึงไม่ใช่ตอนที่ทุกคนเชื่อฟัง แต่เป็นตอนที่มีคนพูดว่า “ผมไม่เห็นด้วย” แล้วเขายังสามารถนั่งฟังจนจบได้หรือเปล่า

เนื้อหาโดย: วัน ๆ หาแต่เรื่อง
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
วัน ๆ หาแต่เรื่อง's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 69 ครั้ง
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
กดให้คะแนน หรือกดติดตาม เพื่อเป็นกำลังใจและไม่พลาดบทความใหม่ทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
730640–64 เปิดสถิติหลังหวย 16 ก.ย. เลขที่ออกบอกอะไรได้จริง และอะไรคือความบังเอิญอำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทยลูกกลับจากโรงเรียน อย่าเพิ่งถามการบ้าน เช็ก 5 อย่างนี้ก่อนเด็กเทคนิคเรียนสายไหนมากที่สุด เปิดข้อมูลอาชีวะ สายช่างที่มีผู้เรียนมากอันดับ 1รู้หรือไม่? ปลาในประเทศไทยบางชนิดไม่ได้จับหรือซื้อขายกันได้อย่างที่คิด 🐟สอบ ก.พ. 69 ยากขึ้นจริงไหม เปิดตัวเลข 23,831 คนผ่าน ทำไมหลายคนไม่ผ่านเลขเด็ด "ปฏิทินท่านท้าวเวสสุวรรณ" งวดวันที่ 1 ตุลาคม 256910 โรงเรียนชั้นนำในไทยที่มีจุดเด่นต่างกัน เปิดมุมมองก่อนเลือกโรงเรียนให้เหมาะกับเด็กกินประจำ เคยอ่านฉลากข้างขวดน้ำไหม 5 จุดที่ควรสังเกตก่อนดื่มเลขเด็ด "ปฏิทินคำชะโนด" งวดวันที่ 1 ตุลาคม 2569 สายพญานาค อย่าพลาด!!เปิดเงินเดือนตำรวจและทหารแต่ละระดับชั้น ได้รับค่าตอบแทนอะไรเพิ่มเติมบ้างเลขเด็ด "ปฏิทินท้าวเวสสุวรรณโณ" งวด 1 ต.ค. 69 รวมเลขเด่น 2 ตัว 3 ตัว
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สะดุ้งกันทั้งไทม์ไลน์! ชาวเน็ตแห่คอมเมนต์สนั่น หลัง “หมวย อริสรา” พิธีกรข่าวคนเก่ง เฉลยอายุจริงที่ทำเอาหลายคนคาดไม่ถึง เพราะหน้าเด็กสตาฟไว้เหมือนเพิ่งเลข 3เปิด 5 สายการบินในไทย รายได้แอร์-สจ๊วตเดือนละเท่าไร? ค่ายไหนจ่ายสูงสุดอำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทยกินประจำ เคยอ่านฉลากข้างขวดน้ำไหม 5 จุดที่ควรสังเกตก่อนดื่ม730640–64 เปิดสถิติหลังหวย 16 ก.ย. เลขที่ออกบอกอะไรได้จริง และอะไรคือความบังเอิญ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ทำไมเวลาเห็นคนอื่นได้ดีกว่า เราถึงรู้สึกอิจฉา ทั้งที่เราไม่ได้อยากได้สิ่งนั้นจริงๆ เลยสักนิด?5 อาณาจักรจักรพรรดิแห่งเอเชียโบราณ: มหาอำนาจที่เคยเปลี่ยนโลก!กินประจำ เคยอ่านฉลากข้างขวดน้ำไหม 5 จุดที่ควรสังเกตก่อนดื่มทำไมการพูดคุยกับตัวเองในใจ (Self-Talk) ถึงไม่ได้แปลว่าเราบ้า แต่มันคือเครื่องมือของคนฉลาด?
ตั้งกระทู้ใหม่