หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

วัยรุ่นสร้างตัว ระวังออฟฟิศซินโดรมถามหา

เขียนโดย nantana

อายุยังไม่ถึงสามสิบ แต่ตื่นเช้ามาแล้วคอแข็ง บ่าตึง หลังล้า บางวันปวดร้าวลงแขนจนจับเมาส์ไม่ถนัด อาการแบบนี้กำลังเกิดกับคนทำงานรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะคนที่นั่งหน้าคอมทั้งวัน รับงานเสริมตอนกลางคืน หรือใช้โทรศัพท์ต่อเนื่องจนแทบไม่มีช่วงให้ร่างกายได้เปลี่ยนท่า

หลายคนเรียกรวม ๆ ว่า “ออฟฟิศซินโดรม” แม้คำนี้จะไม่ใช่ชื่อโรคเดียวแบบเฉพาะเจาะจง แต่ใช้พูดถึงกลุ่มอาการปวดเมื่อยจากการใช้กล้ามเนื้อซ้ำ ๆ อยู่ในท่าเดิมนานเกินไป และจัดสภาพแวดล้อมในการทำงานไม่เหมาะกับร่างกาย

ปัญหาคือคนวัยเริ่มทำงานมักคิดว่าตัวเองยังแข็งแรง อาการปวดจึงถูกมองเป็นเรื่องธรรมดา กินยาแก้ปวด นวดแรง ๆ แล้วกลับไปนั่งท่าเดิมต่อ พอทำซ้ำทุกวัน จากที่เคยปวดเฉพาะช่วงเย็นก็เริ่มปวดตั้งแต่เช้า จากที่พักแล้วหายก็กลายเป็นพักเท่าไรก็ยังตึงอยู่

อาการแบบไหนที่ไม่ควรปล่อยผ่าน

อาการเริ่มต้นมักมาแบบไม่รุนแรง เช่น รู้สึกหนักคอ ต้องหมุนไหล่บ่อย ๆ ปวดตึงบริเวณบ่า หรือเมื่อยหลังส่วนล่างหลังนั่งทำงานนาน อาการอาจดีขึ้นเมื่อได้ลุกเดิน ยืดตัว หรือพักจากหน้าจอ

เมื่อร่างกายถูกใช้งานในรูปแบบเดิมต่อเนื่อง อาจเริ่มมีอาการปวดศีรษะจากความตึงบริเวณคอและบ่า รู้สึกสะบักติด ยกแขนแล้วเจ็บ หันคอได้ไม่สุด หรือปวดหลังจนต้องเปลี่ยนท่านั่งตลอดเวลา บางคนมีอาการชาหรือเสียวคล้ายไฟแลบลงแขนและมือ ซึ่งไม่ควรสรุปเองว่าเป็นเพียงกล้ามเนื้อตึง เพราะอาจมีเส้นประสาทเข้ามาเกี่ยวข้องได้

สัญญาณที่ควรไปพบแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ อาการปวดรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ปวดต่อเนื่องแม้หยุดทำงาน มีอาการชา อ่อนแรง หยิบของหล่นบ่อย เดินผิดปกติ ปวดหลังร่วมกับปัญหาการควบคุมปัสสาวะหรืออุจจาระ มีไข้ น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ หรือปวดหลังหลังเกิดอุบัติเหตุ

อาการปวดที่ปลุกให้ตื่นกลางคืนเป็นประจำ หรือรักษาเบื้องต้นแล้วไม่ดีขึ้น ก็ควรได้รับการประเมิน ไม่ควรฝืนทำงานต่อเพราะกลัวเสียเวลา บางครั้งการตรวจให้รู้สาเหตุเร็ว อาจช่วยลดทั้งระยะเวลารักษาและค่าใช้จ่ายในภายหลังได้มากกว่าการปล่อยจนใช้ชีวิตประจำวันลำบาก

ต้นเหตุไม่ได้มีแค่เก้าอี้ไม่ดี

โต๊ะและเก้าอี้มีผลจริง แต่พฤติกรรมระหว่างวันสำคัญไม่แพ้กัน ต่อให้ซื้อเก้าอี้ราคาแพง หากนั่งนิ่งหลายชั่วโมง ก้มคอมองโทรศัพท์ทุกพักเที่ยง และกลับบ้านไปนอนเล่นมือถือบนเตียง กล้ามเนื้อก็ยังทำงานหนักอยู่ดี

ท่าที่พบได้บ่อยคือศีรษะยื่นไปด้านหน้า ไหล่งุ้ม หลังโค้ง และข้อมือบิดขณะใช้เมาส์ เมื่ออยู่ท่านี้นาน กล้ามเนื้อบางส่วนต้องเกร็งค้างเพื่อพยุงศีรษะ ขณะที่กล้ามเนื้ออีกกลุ่มแทบไม่ได้ใช้งาน ความไม่สมดุลจึงสะสมทีละน้อยโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว

ความเครียดก็ทำให้อาการชัดขึ้นได้ เวลางานเร่ง หลายคนจะยกไหล่ เกร็งกราม และหายใจตื้นโดยอัตโนมัติ พอทำงานเสร็จจึงรู้สึกเหมือนแบกของหนักมาทั้งวัน ทั้งที่แทบไม่ได้ลุกจากโต๊ะ

การนอนน้อย การไม่ออกกำลังกาย และการทำงานต่อเนื่องโดยไม่มีวันพัก ยังทำให้ร่างกายฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่ คนที่ออกกำลังกายอยู่แล้วก็ไม่ได้ปลอดภัยเสมอ หากออกแรงหนักด้วยท่าไม่ถูก หรือฝึกเฉพาะกล้ามเนื้อบางส่วนจนขาดความสมดุล อาการปวดอาจยิ่งรบกวนมากขึ้น

ปรับโต๊ะอย่างไรให้ร่างกายไม่ต้องฝืน

หน้าจอควรอยู่ในตำแหน่งที่มองได้โดยไม่ต้องก้มคอหรือเงยหน้าค้าง ส่วนบนของหน้าจอควรใกล้ระดับสายตา และวางห่างพอให้มองเห็นตัวหนังสือชัดโดยไม่ต้องยื่นหน้าเข้าไปหา หากใช้โน้ตบุ๊กเป็นหลัก การยกเครื่องขึ้นแล้วใช้แป้นพิมพ์กับเมาส์แยกมักช่วยให้จัดท่าได้ง่ายกว่า

เก้าอี้ควรรองรับหลังส่วนล่าง เท้าวางบนพื้นได้เต็มฝ่าเท้า หากเท้าไม่ถึงพื้นให้ใช้ที่วางเท้าแทนการนั่งห้อยขา ข้อศอกควรอยู่ในมุมที่ผ่อนคลาย ไม่ต้องยกไหล่ขณะพิมพ์ เมาส์ควรอยู่ใกล้ตัวมากพอที่จะใช้งานโดยไม่ต้องเอื้อมแขนไปข้างหน้า

สิ่งที่ควรสังเกตไม่ใช่ว่าท่านั่งดูสวยหรือไม่ แต่ร่างกายต้องออกแรงเกร็งเพื่อรักษาท่านั้นมากแค่ไหน ท่านั่งที่ดีไม่จำเป็นต้องตัวตรงแข็งตลอดเวลา การพิงพนักบ้าง เปลี่ยนมุมสะโพกบ้าง และสลับยืนทำงานในช่วงสั้น ๆ ช่วยลดการใช้งานซ้ำอยู่ที่จุดเดิม

คนที่ทำงานจากบ้านยิ่งต้องระวัง เพราะโต๊ะกินข้าว โซฟา หรือเตียงไม่ได้ออกแบบมาสำหรับนั่งทำงานหลายชั่วโมง หากยังเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ไม่ได้ อย่างน้อยควรเสริมหมอนรองหลัง ยกหน้าจอให้สูงขึ้น และกำหนดช่วงลุกเดินให้ชัดเจน

พักแบบไหนถึงช่วยจริง

การพักไม่ใช่เปลี่ยนจากจอคอมไปเลื่อนโทรศัพท์ เพราะคอยังอยู่ในท่าก้มและสายตายังไม่ได้พัก วิธีที่ดีกว่าคือหยุดใช้หน้าจอ ลุกขึ้นยืน เดินไปดื่มน้ำ มองไกล หรือขยับแขนและไหล่เบา ๆ

ไม่จำเป็นต้องยืดกล้ามเนื้อครั้งละนาน การขยับสั้น ๆ แต่ทำสม่ำเสมอระหว่างวันมักทำได้จริงกว่า ตั้งเตือนให้เปลี่ยนท่าทุกระยะ หรือผูกการลุกเดินเข้ากับกิจกรรมที่ทำอยู่แล้ว เช่น ลุกหลังประชุมจบ เดินระหว่างคุยโทรศัพท์ หรือเติมน้ำเมื่อทำงานเสร็จหนึ่งช่วง

การยืดควรทำอย่างนุ่มนวล รู้สึกตึงได้แต่ไม่ควรเจ็บแปลบ ไม่ต้องกระชากคอ หมุนคอแรง ๆ หรือให้คนอื่นกดจนได้ยินเสียงดัง หากยืดแล้วเกิดอาการชา เวียนศีรษะ หรือปวดร้าว ควรหยุดและหาคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

นอกจากยืดแล้ว การเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลัง ไหล่ สะบัก หน้าท้อง และสะโพกก็มีความสำคัญ เพราะร่างกายต้องการทั้งความยืดหยุ่นและกำลังในการพยุงท่าทาง การเดิน ว่ายน้ำ ฝึกแรงต้าน หรือออกกำลังกายที่ทำได้ต่อเนื่อง ล้วนมีประโยชน์เมื่อเลือกให้เหมาะกับสภาพร่างกาย

นวดแล้วหาย แปลว่าจบหรือยัง

การนวด ประคบอุ่น หรือพักการใช้งานอาจช่วยลดอาการตึงชั่วคราว แต่ไม่ได้แก้ต้นเหตุทั้งหมด หากกลับไปใช้โต๊ะเดิม นั่งท่าเดิม และทำงานต่อเนื่องเหมือนเดิม อาการมักกลับมาได้

ยิ่งกว่านั้น อาการปวดบางชนิดไม่เหมาะกับการนวดแรง โดยเฉพาะเมื่อมีอาการชา อ่อนแรง บวม แดง ร้อน หรือเพิ่งบาดเจ็บ การฝืนกดจุดเพราะหวังให้หายเร็วอาจทำให้อาการระคายเคืองมากขึ้น

ยาแก้ปวดก็ไม่ควรถูกใช้เป็นทางออกประจำ การใช้ยาแต่ละชนิดมีข้อควรระวังต่างกัน ทั้งเรื่องกระเพาะอาหาร ไต ตับ โรคประจำตัว และยาชนิดอื่นที่ใช้อยู่ หากต้องกินยาบ่อยเพื่อให้ทำงานได้ ควรพบแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อประเมินอย่างเหมาะสม

ค่ารักษาที่แพงที่สุดอาจไม่ใช่ค่าหมอ

เมื่ออาการเรื้อรัง สิ่งที่เสียไม่ได้มีเพียงเงินค่าตรวจ ค่ายา หรือค่ากายภาพบำบัด แต่ยังรวมถึงเวลางาน รายได้จากงานเสริม คุณภาพการนอน และสมาธิในการทำงาน บางคนเจ็บจนออกกำลังกายไม่ได้ นั่งรถนานไม่ได้ หรือหยุดทำกิจกรรมที่เคยชอบ

สำหรับวัยรุ่นสร้างตัว ช่วงเวลานี้มักเป็นช่วงที่งานหนักที่สุดและเงินสำรองยังไม่มาก การป้องกันจึงไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือย ไม่จำเป็นต้องเริ่มด้วยอุปกรณ์ราคาแพง แต่ควรเริ่มจากการยอมรับว่าอาการปวดเป็นข้อมูลจากร่างกาย ไม่ใช่สิ่งที่ต้องอดทนให้ชิน

คืนนี้ลองสังเกตง่าย ๆ ว่าเวลานั่งทำงาน ศีรษะยื่นไปข้างหน้าหรือไม่ ไหล่ยกค้างหรือเปล่า เท้าวางเต็มพื้นไหม และครั้งล่าสุดที่ลุกจากเก้าอี้คือเมื่อไร หากพบว่าร่างกายต้องฝืนอยู่แทบทั้งวัน นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าควรปรับวิธีทำงานตั้งแต่ตอนนี้ ก่อนที่อาการเล็ก ๆ จะกลายเป็นปัญหาที่รบกวนทั้งงานและชีวิตประจำวัน

เนื้อหาโดย: nantana
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
nantana's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 56 ครั้ง
เขียนโดย nantana
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ถูกหลอกเงินยังไม่พอ ไปโรงพักหวังพึ่งตำรวจ เจอฟุบหลับ-เล่นเกมจนสาวกลั้นน้ำตาไม่อยู่10 โรงเรียนชั้นนำในไทยที่มีจุดเด่นต่างกัน เปิดมุมมองก่อนเลือกโรงเรียนให้เหมาะกับเด็กอำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทยรู้หรือไม่? ปลาในประเทศไทยบางชนิดไม่ได้จับหรือซื้อขายกันได้อย่างที่คิด 🐟เลขเด็ด "ปฏิทินท้าวเวสสุวรรณโณ" งวด 1 ต.ค. 69 รวมเลขเด่น 2 ตัว 3 ตัวเวลาหั่นหอมหัวใหญ่ ควรหั่นแนวตั้งหรือแนวนอน?เปิดเงินเดือนตำรวจและทหารแต่ละระดับชั้น ได้รับค่าตอบแทนอะไรเพิ่มเติมบ้างนั่งรถข้ามจังหวัดตามหาหนุ่มนักบิน ก่อนพบภาพคนที่รักเป็น AIย้อนดูยุค 90 กว่าจะจบปริญญาตรี ต้องใช้เงินเท่าไหร่ (ปี 2535–2540)คลิปไม่กี่วินาทีอาจไขปริศนา! เฮลิคอปเตอร์ NBC ร่วงดับ 3 ศพเด็กเทคนิคเรียนสายไหนมากที่สุด เปิดข้อมูลอาชีวะ สายช่างที่มีผู้เรียนมากอันดับ 1เป็นเบาหวาน “ห้ามกินน้ำตาล” จริงหรือ? เรื่องใกล้ตัวที่คนเป็นเบาหวานควรรู้
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ถูกหลอกเงินยังไม่พอ ไปโรงพักหวังพึ่งตำรวจ เจอฟุบหลับ-เล่นเกมจนสาวกลั้นน้ำตาไม่อยู่นั่งรถข้ามจังหวัดตามหาหนุ่มนักบิน ก่อนพบภาพคนที่รักเป็น AIเวลาหั่นหอมหัวใหญ่ ควรหั่นแนวตั้งหรือแนวนอน?ไทยจ่อ 78 จังหวัด เปิดเบื้องหลัง แม่สะเรียง ผลักดันแยกแม่ฮ่องสอน ย้อนรอยบึงกาฬทำไมลูกกุญแจถึงมีตัวเลขสลักอยู่? ตัวเลขนี้บอกอะไร และใช้ทำกุญแจใหม่ได้หรือไม่เปิดวาร์ป 5 ประเทศ "ค่าแรงพุ่งสูง" น่าไปทำงานต่างประเทศ นอกกระแสแต่รายได้ปัง!
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ตัวแม่จะแคร์เพื่อ! 10 สิ่งประดิษฐ์สุดทึ่งจากผู้หญิงยุคก่อน สู่ตำนานที่โลกยังใช้ทำไมลูกกุญแจถึงมีตัวเลขสลักอยู่? ตัวเลขนี้บอกอะไร และใช้ทำกุญแจใหม่ได้หรือไม่ปริศนาประภาคารแฟลนแนน เจ้าหน้าที่สามคนหายไปไหนPratfall Effect อธิบายความน่าเอ็นดูหลังความผิดพลาดเล็กน้อย
ตั้งกระทู้ใหม่