“Byakuya” เจลาโต้ที่แพงที่สุดในโลก ถ้วยละ 200,000 กว่าบาท ความหรูหราที่เสิร์ฟมาในถ้วยขนาด 130 กรัม
“Byakuya” เจลาโต้ที่แพงที่สุดในโลก ความหรูหราที่เสิร์ฟมาในถ้วยขนาด 130 กรัม
เมื่อพูดถึงของหวานคลายร้อน หลายคนอาจนึกถึงไอศกรีมหรือเจลาโต้เนื้อเนียนนุ่มที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไปในราคาที่เข้าถึงไม่ยาก แต่สำหรับเจลาโต้ที่มีชื่อว่า “Byakuya” หรือ “เบียคุยะ” จากแบรนด์ Cellato ประเทศญี่ปุ่น คำว่า “ของหวานธรรมดา” แทบจะไม่สามารถใช้อธิบายเมนูนี้ได้เลย เพราะนี่คือเจลาโต้ระดับอัลตร้าลักชูรีที่เคยได้รับการรับรองจาก Guinness World Records ในปี 2023 ว่าเป็นเจลาโต้ที่มีราคาแพงที่สุดในโลก ด้วยราคาสูงถึง 873,400 เยนต่อหนึ่งชุดเสิร์ฟขนาด 130 กรัม หรือคิดเป็นเงินไทยราว 180,000–200,000 บาท ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงเวลานั้น
ราคาที่สูงจนแทบไม่น่าเชื่อนี้ไม่ได้เกิดจากการตกแต่งภาชนะด้วยทองคำหรืออัญมณี แต่เกิดจากการเลือกใช้วัตถุดิบระดับสูงที่หาได้ยากและมีราคาสูงมาก โดยหัวใจสำคัญของ Byakuya คือ เห็ดทรัฟเฟิลขาวจากเมืองอัลบา ประเทศอิตาลี ซึ่งถือเป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่มีค่าที่สุดในโลกแห่งอาหาร ทรัฟเฟิลขาวชนิดนี้มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว รุนแรง ลุ่มลึก และไม่สามารถเพาะปลูกได้ง่ายเหมือนเห็ดทั่วไป จึงต้องอาศัยการค้นหาในธรรมชาติและมีฤดูกาลเก็บเกี่ยวที่จำกัด ส่งผลให้ราคาของมันอาจสูงตั้งแต่หลักแสนไปจนถึงหลักล้านบาทต่อกิโลกรัมในบางช่วง
ภายในชุดเสิร์ฟของ Byakuya ยังมีทรัฟเฟิลขาวเตรียมไว้สำหรับขูดเพิ่มลงบนเนื้อเจลาโต้ก่อนรับประทาน เพื่อให้กลิ่นหอมของทรัฟเฟิลสดกระจายออกมาอย่างเต็มที่ทันทีที่สัมผัสกับเนื้อเจลาโต้เย็น ๆ สิ่งนี้ทำให้การรับประทานไม่ได้มีเพียงรสหวานหรือความมันเท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยกลิ่นหอมซับซ้อนคล้ายดิน ป่าไม้ ถั่ว และเครื่องเทศอ่อน ๆ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่ผู้หลงใหลทรัฟเฟิลทั่วโลกต่างให้คุณค่า
นอกจากเห็ดทรัฟเฟิลขาวแล้ว สูตรของ Byakuya ยังผสมผสานชีส Parmigiano Reggiano ซึ่งมีรสเค็ม มัน และมีกลิ่นหอมจากการบ่มเป็นเวลานาน เข้ากับ กากสาเกหรือ Sake Lees วัตถุดิบที่เหลือจากกระบวนการผลิตสาเกของญี่ปุ่น กากสาเกมีกลิ่นหอมหวานอ่อน ๆ และมีรสชาติซับซ้อน ช่วยสร้างมิติที่เชื่อมโยงระหว่างวัตถุดิบแบบตะวันตกกับภูมิปัญญาการหมักแบบญี่ปุ่นได้อย่างน่าสนใจ
การนำวัตถุดิบทั้งสามชนิดมารวมกันไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะทรัฟเฟิลขาวมีกลิ่นที่โดดเด่นมาก หากใช้มากเกินไปก็อาจกลบรสชาติของส่วนผสมอื่นทั้งหมด แต่หากใช้น้อยเกินไป กลิ่นหอมที่เป็นหัวใจของเมนูก็อาจไม่ชัดเจน ทางผู้พัฒนาสูตรจึงต้องใช้เวลาทดลองและปรับสมดุลอยู่หลายครั้ง เพื่อให้ความหอมของทรัฟเฟิล ความเค็มมันของชีส และกลิ่นละมุนจากกากสาเกประสานกันโดยไม่มีส่วนใดส่วนหนึ่งเด่นจนเกินไป
ผลลัพธ์ที่ได้คือเจลาโต้ที่ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนของหวานทั่วไป แต่มีบุคลิกใกล้เคียงกับอาหารชั้นสูง เนื้อเจลาโต้มีความเนียนละเอียดและเข้มข้น ขณะที่รสชาติเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ เมื่ออยู่ในปาก ช่วงแรกอาจสัมผัสได้ถึงความมันนุ่มและรสเค็มอ่อน ๆ จากชีส ก่อนที่กลิ่นทรัฟเฟิลจะค่อย ๆ ปรากฏเด่นชัดขึ้น และปิดท้ายด้วยกลิ่นหมักอ่อน ๆ จากกากสาเก ซึ่งช่วยให้รสชาติทั้งหมดมีความลึกและยาวนานยิ่งขึ้น
ประสบการณ์การรับประทาน Byakuya ยังถูกออกแบบให้มีความพิถีพิถันในทุกขั้นตอน ผู้รับประทานไม่ได้เพียงเปิดภาชนะแล้วตักกินทันที แต่จะต้องทำตามคำแนะนำที่กำหนดไว้ เพื่อให้เจลาโต้มีอุณหภูมิและเนื้อสัมผัสที่เหมาะสม รวมถึงการขูดทรัฟเฟิลลงบนผิวหน้าในปริมาณที่พอดี ทุกขั้นตอนจึงให้ความรู้สึกคล้ายพิธีการเล็ก ๆ ที่ช่วยเปลี่ยนการรับประทานของหวานให้กลายเป็นประสบการณ์ด้านอาหารอย่างเต็มรูปแบบ
อย่างไรก็ตาม การได้ลิ้มลองเจลาโต้ถ้วยนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะ Byakuya ไม่ได้ถูกผลิตและวางจำหน่ายในปริมาณมากเหมือนไอศกรีมทั่วไป การผลิตต้องอาศัยวัตถุดิบที่มีจำกัด โดยเฉพาะทรัฟเฟิลขาวซึ่งขึ้นอยู่กับฤดูกาลและคุณภาพของผลผลิต ผู้ที่สนใจจึงต้องติดตามข้อมูลและทำการสั่งจองล่วงหน้าตามช่องทางที่แบรนด์กำหนด ทำให้เจลาโต้ชนิดนี้ยิ่งมีภาพลักษณ์ของความหายากและความพิเศษเฉพาะตัวมากขึ้น
Byakuya จึงไม่ได้เป็นเพียงของหวานราคาแพงที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำลายสถิติเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดใหม่ของโลกอาหารที่พยายามยกระดับวัตถุดิบธรรมดาอย่างไอศกรีมให้กลายเป็นงานศิลปะ ผ่านการเลือกใช้วัตถุดิบหายาก เทคนิคการปรุงที่ละเอียดอ่อน และการออกแบบประสบการณ์ให้ทุกคำมีความหมาย
สำหรับบางคน ราคาของเจลาโต้ขนาดเพียง 130 กรัมอาจดูสูงเกินกว่าจะจินตนาการได้ แต่สำหรับนักชิมและนักสะสมประสบการณ์ด้านอาหาร Byakuya อาจเปรียบเสมือนโอกาสในการสัมผัสความหรูหราที่ไม่ได้วัดกันเพียงปริมาณ หากวัดจากความหายาก ความประณีต และเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ในวัตถุดิบแต่ละชนิด
ท้ายที่สุดแล้ว “เจลาโต้ที่แพงที่สุดในโลก” ถ้วยนี้จึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสร้างความหวานหรือช่วยคลายร้อน แต่ยังแสดงให้เห็นว่าอาหารหนึ่งคำสามารถรวบรวมทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์การปรุงอาหาร และความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์เอาไว้ได้อย่างน่าทึ่ง จนของหวานธรรมดากลายเป็นประสบการณ์ระดับโลกที่มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะได้สัมผัส
เขียนโดย dukedicknarak
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เลขเด็ดจากดวงดาว งวด 1 พฤศจิกายน 2569 รวมเลขท้ายทั้ง 2 ตัว 3 ตัว
เลข AI งวด 1 พฤศจิกายน 2569 วิเคราะห์สถิติย้อนหลัง 10 ปี เปิดเลขท้าย 2 ตัว เลขหน้า 3 ตัว เลขท้าย 3 ตัว
บิ๊กซีทยอยปิดสาขาต่างจังหวัด ไม่ใช่สัญญาณเจ๊ง แต่คือการผ่าตัดพอร์ตครั้งใหญ่ของเครือ BJC
เลขปิงปอง เด็กชายนำโชค วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569
อาจารย์หนู งวด 1 พ.ย. 2569 เปิดเลขเด่น 1-8 และ 0-5 พร้อมเลขมงคล 1 ชุด 2 ตัว 3 ตัว และเลขมงคล 0 ครบ 9 ชุด
เลขสนั่นเมือง งวด 1 พ.ย. 69 เปิดเลขวิ่งบน–ล่าง เจาะชุด 2 ตัวบน–ล่าง พร้อมเลข 3 ตัว
ทำไมพ่อแม่ของโนบิตะถึงไม่เคยใช้สิ่งประดิษฐ์ของโดราเอมอนเพื่อหาทางรวยเลยล่ะ?
รถมอเตอร์ไซค์แบรนด์ไทย ที่ ประสบความสำเร็จมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
ตะลึง! พบดาบโบราณ 3,400 ปี ในเยอรมนี สภาพสุดทึ่ง!
เหตุผลที่โลโก้ 7-ELEVEn ใช้ตัว n เล็ก ที่ใครหลายๆคนยังไม่รู้
เปิด 5 โรงเรียนวิชาชีพเฉพาะทางในไทย ที่คนส่วนใหญ่อาจไม่เคยรู้ว่ามีอยู่
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
เปิด 5 ประเทศส่งออกทุเรียนมากที่สุดในปี 2568 ไทยยังครองแชมป์เหนือเวียดนามหรือไม่?






