เผลอลืมชีสไว้ในถ้ำ จนเกิด “ร็อกฟอร์”! ตำนานเด็กเลี้ยงแกะกับราชาแห่งบลูชีสฝรั่งเศส
ชีสบางชนิดถือกำเนิดจากสูตรที่คิดค้นอย่างพิถีพิถัน
แต่ ร็อกฟอร์ (Roquefort) กลับมีตำนานเล่าว่า เริ่มต้นจากอาหารกลางวันที่ถูกลืมทิ้งไว้ในถ้ำ
เรื่องเล่ากล่าวว่า เด็กหนุ่มเลี้ยงแกะกำลังกินขนมปังกับชีสนมแกะอยู่บริเวณเทือกเขากงบาลู ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ทันใดนั้นเขาเห็นหญิงสาวเดินผ่าน จึงรีบวางอาหารไว้ในถ้ำแล้วตามเธอไป
เมื่อกลับมาอีกครั้งในเวลาต่อมา ขนมปังและชีสถูกเชื้อราสีเขียวอมฟ้าปกคลุม เด็กหนุ่มลองชิมชีสที่ดูเหมือนเสียแล้ว กลับพบว่ามันมีกลิ่นแรง รสเค็มเข้ม และอร่อยอย่างประหลาด ร็อกฟอร์จึงถือกำเนิดขึ้น—อย่างน้อยก็ตามตำนานที่ชาวฝรั่งเศสเล่าต่อกันมา
เรื่องจริงหรือเพียงตำนานขายชีส?
เรื่องเด็กเลี้ยงแกะไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเกิดขึ้นจริง หน่วยงานของร็อกฟอร์เองระบุว่า ตำนานดังกล่าวเพิ่งถูกสร้างและเผยแพร่แพร่หลายในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 ขณะที่การทำชีสในภูมิภาคนี้มีประวัติยาวนานกว่านั้นมาก ถึงขั้นพบเศษภาชนะสำหรับกรองชีสจากยุคก่อนประวัติศาสตร์ในพื้นที่ใกล้เคียง
ร็อกฟอร์จึงไม่น่าเกิดจากความซุ่มซ่ามของคนเพียงคนเดียว แต่เป็นผลจากการที่คนท้องถิ่นค่อยๆ เรียนรู้ว่า ถ้ำใต้หน้าผากงบาลูมีสภาพแวดล้อมเหมาะกับการบ่มชีสอย่างน่าอัศจรรย์
เชื้อราที่เปลี่ยนชีสธรรมดาให้กลายเป็นของขึ้นชื่อ
หัวใจของร็อกฟอร์คือเชื้อรา Penicillium roqueforti ซึ่งสร้างเส้นลายสีฟ้าเขียวภายในเนื้อชีส ระหว่างการผลิต ช่างทำชีสจะเจาะรูให้ลมเข้าไปภายในก้อน เพื่อให้เชื้อราเติบโตและกระจายเป็นลวดลาย
ชีสต้องนำไปบ่มในถ้ำธรรมชาติของเมือง Roquefort sur Soulzon ภายในถ้ำมีช่องหินที่เรียกว่า fleurines ช่วยให้อากาศเย็นและชื้นหมุนเวียนอยู่ตลอดเวลา หลังบ่มช่วงแรกอย่างน้อย 14 วัน ชีสจะถูกห่อด้วยแผ่นที่ช่วยชะลอการเติบโตของเชื้อรา แล้วบ่มต่อจนกระบวนการทั้งหมดกินเวลาอย่างน้อยประมาณสามเดือน
ผลลัพธ์คือชีสเนื้อครีมสีขาว มีเส้นราสีฟ้า รสเค็มจัด เผ็ดปลายลิ้น และมีกลิ่นเฉพาะตัว ยิ่งบ่มอย่างเหมาะสม รสชาติยิ่งซับซ้อนจนได้รับฉายาว่า “ราชาแห่งชีส”
ชื่อ “ร็อกฟอร์” ใช้กับชีสทั่วไปไม่ได้
ร็อกฟอร์ไม่ได้หมายถึงบลูชีสทุกก้อน กฎหมายกำหนดให้ชีสที่ใช้ชื่อนี้ต้องทำจากน้ำนมแกะและผ่านกระบวนการตามข้อกำหนด โดยเฉพาะการบ่มในถ้ำธรรมชาติใต้ภูเขากงบาลูที่เมือง Roquefort-sur-Soulzon เท่านั้น
ในปี 1411 พระเจ้าชาร์ลที่ 6 แห่งฝรั่งเศสทรงมอบสิทธิในการบ่มชีสให้แก่ชาวเมืองร็อกฟอร์ และในปี 1925 ร็อกฟอร์กลายเป็นชีสชนิดแรกที่ได้รับการคุ้มครองแหล่งกำเนิดตามระบบของฝรั่งเศส ชื่อของมันจึงผูกติดกับทั้งสถานที่ วัตถุดิบ และภูมิปัญญาที่สืบทอดมาหลายศตวรรษ
เป็นชีสแพงที่สุดในโลก?
ไม่ใช่
ร็อกฟอร์เป็นชีสระดับพรีเมียมและอาจมีราคาสูงกว่าชีสทั่วไป โดยเฉพาะรุ่นผลิตน้อยหรือบ่มพิเศษ แต่ไม่ได้ครองตำแหน่งชีสขายปลีกแพงที่สุดในโลก ชีสที่ถูกกล่าวถึงบ่อยในตำแหน่งนั้นคือ Pule จากเซอร์เบีย ซึ่งทำจากนมลาและมีราคาประมาณ 600 ดอลลาร์ต่อปอนด์ เนื่องจากลาให้น้ำนมน้อยและต้องใช้ปริมาณนมจำนวนมากในการผลิต
ส่วนสถิติการประมูลชีสแพงเป็นพิเศษ เคยตกเป็นของชีสกาบราเลสจากสเปนที่ขายได้ในราคามหาศาล แต่ราคานั้นเกิดจากการประมูลก้อนพิเศษ ไม่ใช่ราคาขายตามปกติของชีสชนิดนั้น
ความพิเศษของร็อกฟอร์จึงไม่ได้อยู่ที่คำว่า “แพงที่สุด” แต่อยู่ที่มันเป็นชีสซึ่งไม่สามารถผลิตให้เหมือนกันได้ทุกแห่ง ต่อให้มีน้ำนมแกะและเชื้อราชนิดเดียวกัน หากไม่ได้บ่มในถ้ำของกงบาลู ก็ไม่อาจใช้ชื่อร็อกฟอร์ได้
https://monsieur-jetlag.com/2024/10/14/cave-de-roquefort-aveyron/?utm_source=chatgpt.com
https://domainealcapies.com/home/caves-de-roquefort/?utm_source=chatgpt.com
https://www.tourisme-aveyron.com/en/discover/roquefort/touristic-guide?utm_source=chatgpt.com
https://www.roquefort.fr/en/natural-ripening/?utm_source=chatgpt.com
เปิดตำนาน 7 ห้างสรรพสินค้าในอดีตที่เคยรุ่งเรือง
5 สถานที่อากาศบริสุทธิ์ที่สุดในประเทศไทย สูดลมหายใจได้เต็มปอด
ใส่มาตั้งนาน เพิ่งรู้! ทำไมรองเท้า Converse ถึงต้องมี "รูเล็ก ๆ 2 รู" อยู่ข้างเท้า?
เลขมงคล เพชรกล้า "เด็กชายนำโชค" 1/8/69
ยีนอ้วนมีจริงไหม? ทำไมบางคนกินเท่ากัน แต่อ้วนง่ายกว่า
ทำไมเสาไม้ใต้เวนิสยังไม่ผุ
อาชีพข้าราชการไทยที่เงินเดือนเยอะที่สุด
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
รดน้ำต้นไม้เวลาไหนดี
6 อาหารอุ่นซ้ำ กลายเป็นสารพิษหรือมะเร็ง จริงหรือไม่
5 อุทยานที่สวยที่สุดในไทย
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
แชร์เทคนิคเขียนบทความ Postjung จากคนที่ลองผิดลองถูกเอง






