หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ฝนตกแล้วต้องรดน้ำต้นไม้อีกไหม

เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง

หลายคนคิดว่าถ้าวันนั้นฝนตกก็ไม่จำเป็นต้องรดน้ำต้นไม้อีก แต่ความจริงไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไป เพราะคำตอบขึ้นอยู่กับว่าฝนตกมากแค่ไหน ตกนานหรือไม่ และต้นไม้ที่ปลูกอยู่ได้รับน้ำจริงหรือเปล่า

สิ่งแรกที่ควรสังเกตคือปริมาณฝน หากเป็นฝนที่ตกหนักต่อเนื่องจนดินชุ่มลึก น้ำจะซึมลงไปถึงบริเวณราก ต้นไม้ก็มักได้รับน้ำเพียงพอ ในกรณีนี้ไม่จำเป็นต้องรดน้ำซ้ำ เพราะการให้น้ำมากเกินไปอาจทำให้ดินแฉะ รากขาดอากาศ และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรครากเน่าได้

แต่ถ้าเป็นฝนที่ตกเพียงไม่กี่นาที หรือเป็นละอองฝนเบา ๆ หลายครั้งพื้นดินอาจเปียกแค่ผิวหน้าเท่านั้น เมื่อขุดลงไปเล็กน้อยจะพบว่าด้านล่างยังแห้งอยู่ โดยเฉพาะในช่วงอากาศร้อน น้ำที่เปียกผิวดินอาจระเหยอย่างรวดเร็ว แบบนี้ต้นไม้ก็ยังอาจต้องการการรดน้ำเพิ่มเติม

ต้นไม้ที่ปลูกในกระถางต้องสังเกตเป็นพิเศษ แม้ฝนจะตก แต่ถ้ากระถางวางอยู่ใต้ชายคา ระเบียง หรือมีใบไม้หนาทึบบังไว้ น้ำฝนอาจตกไม่ถึงดินเลย บางครั้งใบเปียกแต่ดินในกระถางยังแห้ง ดังนั้นอย่าใช้ความรู้สึกว่าฝนตกทั้งวันเป็นตัวตัดสิน ควรตรวจดินก่อนเสมอ

สำหรับต้นไม้ที่ปลูกลงดิน หากเป็นไม้ใหญ่ที่มีรากลึก ฝนที่ตกหนักมักเพียงพอแล้ว แต่ต้นอ่อนหรือไม้ที่เพิ่งปลูกใหม่ยังมีระบบรากไม่แข็งแรง แม้ฝนจะตกก็อาจต้องติดตามความชื้นของดินอย่างใกล้ชิด เพราะรากยังดูดน้ำได้ไม่ดีเท่าต้นที่โตเต็มที่

วิธีเช็กง่ายที่สุดคือใช้นิ้วจิ้มลงในดินประมาณ 3–5 เซนติเมตร หากยังรู้สึกชื้นและดินติดนิ้ว แสดงว่ายังไม่จำเป็นต้องรดน้ำ แต่ถ้าดินแห้ง ร่วน และไม่มีความชื้น ก็ควรรดน้ำให้ทั่วบริเวณราก

ชนิดของดินก็มีผลเช่นกัน ดินทรายระบายน้ำเร็ว แม้ฝนตกก็แห้งเร็ว ส่วนดินเหนียวเก็บน้ำได้นานกว่า หากรดน้ำซ้ำทันทีหลังฝนตกอาจทำให้ดินอุ้มน้ำมากเกินไป

นอกจากนี้ยังควรดูสภาพอากาศหลังฝน หากฝนหยุดแล้วมีแดดแรง ลมพัดจัด และอุณหภูมิสูง ความชื้นในดินจะลดลงเร็ว แต่ถ้าหลังฝนยังครึ้มและอากาศเย็น ดินมักจะเก็บความชื้นไว้ได้นานกว่า

หลายคนมีนิสัยรดน้ำตามเวลา เช่น ทุกเช้าหรือทุกเย็นโดยไม่ดูสภาพดิน วิธีนี้สะดวกแต่ไม่เหมาะกับทุกวัน เพราะธรรมชาติเปลี่ยนแปลงตลอด การสังเกตต้นไม้และดินจะช่วยให้ให้น้ำได้พอดีกว่า และยังช่วยประหยัดน้ำอีกด้วย

สัญญาณของต้นไม้ที่ได้รับน้ำมากเกินไป ได้แก่ ใบเหลืองทั้งที่ดินเปียกอยู่ตลอด มีกลิ่นอับจากดิน หรือใบร่วงโดยไม่ใช่ช่วงผลัดใบ ส่วนต้นไม้ที่ขาดน้ำมักมีใบเหี่ยว ปลายใบแห้ง และดินแข็งแห้งจนหดออกจากขอบกระถาง การสังเกตอาการเหล่านี้จะช่วยปรับการให้น้ำได้เหมาะสมกว่าการดูสภาพอากาศเพียงอย่างเดียว

ดังนั้น ถ้าวันนั้นฝนตก ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ต้องรดน้ำต้นไม้เสมอไป คำตอบที่ถูกต้องคือให้ดูว่าดินชุ่มจริงหรือไม่ ต้นไม้ได้รับน้ำเพียงพอหรือเปล่า และสภาพแวดล้อมเป็นอย่างไร การตัดสินใจจากความชื้นของดินมากกว่าการดูว่าฝนตกหรือไม่ จะช่วยให้ต้นไม้เติบโตแข็งแรงและลดปัญหาการให้น้ำมากหรือน้อยเกินไปได้ดีที่สุด

เนื้อหาโดย: วัน ๆ หาแต่เรื่อง
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
วัน ๆ หาแต่เรื่อง's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 5 ครั้ง
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
กดให้คะแนน หรือกดติดตาม เพื่อเป็นกำลังใจและไม่พลาดบทความใหม่ทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ถ้าย้อนเวลาได้ เรื่องเดียวที่ ณเดชน์ รู้สึกพลาดเปิดตำนาน 7 ห้างสรรพสินค้าในอดีตที่เคยรุ่งเรืองรดน้ำต้นไม้เวลาไหนดีรูเล็ก ๆ บนหัวซิป มีไว้ทำอะไร?ทำไมเสาไม้ใต้เวนิสยังไม่ผุคำฮิตติดปาก "ว่าแล้วเชียว" ตกลงเป็นคำอุทาน หรือคำด่ากันแน่?10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำงวดที่ 1 สิงหาคม 69 ราศีไหนจะได้เป็นเศรษฐีเบียร์ไม่เย็น ทำไมฟองพุ่ง"ถนนทาเตยามะคุโรเบะ" มหัศจรรย์กำแพงหิมะตระหง่าน บนเทือกเขาเจแปนแอลป์แห่งญี่ปุ่นรีโมทแอร์ใช้ถ่านอัลคาไลน์ได้ไหมทำไมเหาถึงไม่เคยสูญพันธุ์
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
รากต้นไม้ยาวที่สุดในโลกทำไมต้องกิ่งทองกับใบหยกไมโลโอวัลตินรถโรงเรียน อร่อยกว่าจริงไหมทำไมค่าไฟบางเดือนพุ่งสองเท่า
ตั้งกระทู้ใหม่