หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ดอกบัวสามเหล่า มีแค่นั้นหรือ

เขียนโดย คิดไปเรื่อย

คำเปรียบเทียบเรื่อง "ดอกบัวสี่เหล่า" เป็นหนึ่งในคำสอนที่คนไทยคุ้นเคยมาก หลายคนจึงสงสัยว่าพระพุทธเจ้าตรัสไว้เพียงสามเหล่าหรือสี่เหล่ากันแน่ เพราะบางครั้งได้ยินการอธิบายไม่เหมือนกัน จนเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนอยู่บ่อยครั้ง

ตามคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าทรงยกตัวอย่าง "ดอกบัวสี่เหล่า" ไม่ใช่สามเหล่า เพื่ออธิบายความแตกต่างของผู้คนในการเข้าถึงธรรมะ เปรียบเหมือนดอกบัวที่เจริญเติบโตอยู่ในระดับต่าง ๆ ของผืนน้ำ

ดอกบัวเหล่าแรก คือดอกบัวที่พ้นน้ำแล้ว เมื่อได้รับแสงอาทิตย์ก็พร้อมเบ่งบานทันที เปรียบกับคนที่มีปัญญาแก่กล้า เมื่อได้ฟังธรรมเพียงไม่นานก็สามารถเข้าใจและเห็นความจริงได้อย่างรวดเร็ว

ดอกบัวเหล่าที่สอง คือดอกบัวที่ยังอยู่เสมอน้ำ แม้ยังไม่บานในทันที แต่เมื่อได้รับแสงอาทิตย์ก็พร้อมจะผลิดอกในเวลาไม่นาน เปรียบกับคนที่อาจต้องอาศัยการศึกษา การคิดพิจารณา หรือการฝึกฝนเพิ่มเติม จึงจะเข้าใจธรรมะได้

ดอกบัวเหล่าที่สาม คือดอกบัวที่ยังอยู่ใต้น้ำ ต้องใช้เวลาเติบโตอีกระยะหนึ่งกว่าจะโผล่พ้นน้ำและเบ่งบานได้ คนกลุ่มนี้ไม่ได้หมายความว่าไม่มีโอกาสเข้าถึงธรรมะ เพียงแต่ยังต้องอาศัยประสบการณ์ การเรียนรู้ และการฝึกฝนอีกมาก

ส่วนดอกบัวเหล่าที่สี่ คือดอกบัวที่ยังจมอยู่ในโคลน มีแนวโน้มว่าจะถูกปลาและเต่ากัดกินก่อนจะได้โผล่พ้นน้ำ คำเปรียบนี้หมายถึงผู้ที่ในเวลานั้นยังไม่พร้อมรับคำสอน เพราะถูกครอบงำด้วยความหลง ความยึดติด หรือกิเลสอย่างหนัก จึงยังไม่สามารถเข้าใจธรรมะได้ แม้จะได้ฟังก็ตาม

สิ่งสำคัญคือ พระพุทธเจ้าไม่ได้ทรงแบ่งผู้คนเพื่อดูถูกหรือประณามว่าใครด้อยกว่าใคร แต่ทรงใช้คำเปรียบนี้เพื่อให้เห็นว่ามนุษย์แต่ละคนมีพื้นฐานและความพร้อมไม่เท่ากัน ผู้ที่เข้าใจเร็วไม่ควรดูแคลนผู้ที่เข้าใจช้า ขณะเดียวกันผู้ที่ยังไม่เข้าใจก็ไม่ควรสิ้นหวัง เพราะความพร้อมสามารถพัฒนาได้

สาเหตุที่หลายคนเข้าใจว่ามีเพียงสามเหล่า อาจเกิดจากการยกเฉพาะกลุ่มที่ยังมีโอกาสบรรลุธรรมมาพูด หรือมีการเล่าต่อกันแบบย่อ จึงทำให้ดอกบัวเหล่าที่สี่ถูกละไว้ จนคนรุ่นหลังเข้าใจว่าพระพุทธเจ้าตรัสไว้เพียงสามประเภท

อีกประเด็นหนึ่งที่มักเข้าใจผิด คือการนำคำสอนนี้ไปใช้ตัดสินผู้อื่น เช่น บอกว่าคนนั้นเป็นบัวใต้โคลนหรือไม่มีทางสอนได้ ซึ่งไม่สอดคล้องกับเจตนาของพระพุทธเจ้า เพราะคำเปรียบนี้เป็นการอธิบายสภาพของบุคคลในช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ใช่การตัดสินคุณค่าของคนตลอดชีวิต

ในพระพุทธศาสนา ความเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องปกติ คนที่วันนี้ยังไม่เข้าใจ วันหนึ่งอาจเข้าใจได้เมื่อมีเหตุปัจจัยเหมาะสม เช่นเดียวกับดอกบัวที่ค่อย ๆ เติบโตจนพ้นน้ำในที่สุด

ดังนั้น หากถามว่าดอกบัวมีแค่สามเหล่าตามที่พระพุทธเจ้าตรัสหรือไม่ คำตอบคือ ไม่ใช่ พระองค์ทรงยกตัวอย่างดอกบัวสี่เหล่า เพื่อแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของความพร้อมในการรับธรรมะของผู้คน และเพื่อเตือนให้เราเข้าใจผู้อื่นด้วยความเมตตา มากกว่าจะนำคำสอนไปแบ่งแยกหรือตัดสินว่าใครสูงหรือต่ำกว่ากัน

เนื้อหาโดย: คิดไปเรื่อย
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
คิดไปเรื่อย's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 8 ครั้ง
เขียนโดย คิดไปเรื่อย
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิดตำนาน 7 ห้างสรรพสินค้าในอดีตที่เคยรุ่งเรืองถ้าย้อนเวลาได้ เรื่องเดียวที่ ณเดชน์ รู้สึกพลาด10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำทำไมเหาถึงไม่เคยสูญพันธุ์งวดที่ 1 สิงหาคม 69 ราศีไหนจะได้เป็นเศรษฐี"ถนนทาเตยามะคุโรเบะ" มหัศจรรย์กำแพงหิมะตระหง่าน บนเทือกเขาเจแปนแอลป์แห่งญี่ปุ่นรดน้ำต้นไม้เวลาไหนดีรีโมทแอร์ใช้ถ่านอัลคาไลน์ได้ไหมนิทานธรรมะ:เรื่องกลัวว่าฉันจะไม่เสียใจรูเล็ก ๆ บนหัวซิป มีไว้ทำอะไร?เบียร์ไม่เย็น ทำไมฟองพุ่งทำไมเสาไม้ใต้เวนิสยังไม่ผุ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
รากต้นไม้ยาวที่สุดในโลกทำไมต้องกิ่งทองกับใบหยกไมโลโอวัลตินรถโรงเรียน อร่อยกว่าจริงไหมทำไมค่าไฟบางเดือนพุ่งสองเท่า
ตั้งกระทู้ใหม่