"กินข้าวไม่หมด ชาติหน้าแฟนจะหน้าเป็นสิว!" กุศโลบายโบราณ หรือความลับวิทยาศาสตร์ที่คาดไม่ถึง?
เคยโดนผู้ใหญ่ทักตอนเด็กๆ ไหมครับ? เวลาเรากินข้าวเหลือทิ้งไว้ก้นจาน แล้วจู่ๆ ยายหรือแม่ก็เดินมาเปรยๆ ด้วยสีหน้าจริงจังว่า "กินให้หมดสิลูก เดี๋ยวชาติหน้าได้แฟนหน้าเป็นสิวเกรอะนะ!"
ตอนนั้นเราฟังแล้วก็คงสะดุ้งรีบตักข้าวเข้าปากกวาดก้นจานจนสะอาดกริ๊บ เพราะกลัวว่าในอนาคตจะได้คู่ครองผิวพรรณไม่เรียบเนียน แต่พอโตขึ้นมาหน่อย พอเริ่มมีวิชาความรู้ติดตัว ก็เริ่มเอะใจ... เฮ้ย! การกินข้าวเหลือ มันไปเกี่ยวกับฮอร์โมนหรือต่อมไขมันบนหน้าของแฟนในชาติหน้าได้ยังไงก่อน?
วันนี้เราจะพามาเจาะลึกเรื่องนี้กันครับ มาดูกันว่ากุศโลบายโบราณที่ฟังดูเหมือนเรื่องขู่ขำๆ แท้จริงแล้วซ่อนความจริงทางจิตวิทยา สังคมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์อาหารไว้อย่างน่าทึ่งขนาดไหน!
ทำไมคนโบราณต้องเอา "สิว" มาขู่?
ถ้าลองวิเคราะห์ทางจิตวิทยา คนโบราณถือเป็นนักการตลาดระดับอัจฉริยะเลยนะครับ เพราะเขารู้ว่าถ้าสอนเด็กตรงๆ ว่า "กินข้าวให้หมดนะ เพราะเกษตรกรเหนื่อย" เด็กยุคไหนๆ ก็คงฟังหูซ้ายทะลุหูขวา เพราะภาพความเหน็ดเหนื่อยของชาวนาเป็นเรื่องไกลตัวเกินกว่าจิตนาการของเด็กจะเข้าใจได้
แต่สิ่งที่เด็ก (และคนเราทุกคน) กลัวที่สุดคืออะไรครับ? ความอับอายและการโดนปฏิเสธทางสังคม!
ในวัยเด็กและวัยรุ่น "สิว" ถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของความไม่สวยงาม ความไม่สะอาด หรือการตื่นตัวทางเพศที่ยังจัดการไม่ได้ การใช้คำขู่เรื่อง "แฟนหน้าเป็นสิว" จึงเป็นการดึงเอาความกลัวในจิตใต้สำนึกเรื่อง "ความรักและความสวยงาม" มาผูกกับ "วินัยในการกิน" ซึ่งได้ผลชะงัดนัก เพราะไม่มีเด็กคนไหนอยากโดนเพื่อน มีแฟนผิวพรรณไม่ดีแน่ๆ
ข้าวเหลือในจาน สู่ปัญหาระดับโลกที่คุณอาจคาดไม่ถึง
ถ้าเราตัดเรื่องความเชื่อและชาติหน้าออกไป แล้วมองโลกในความเป็นจริงยุคปัจจุบัน... คุณรู้ไหมว่าการ "กินข้าวเหลือ" ส่งผลกระทบร้ายแรงกว่าเรื่องสิวบนใบหน้าหลายพันเท่า!
ข้อมูลจาก องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ระบุว่า ในแต่ละปีโลกของเรามีขยะอาหาร (Food Waste) สูงถึง 1,300 ล้านตัน หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ของอาหารที่ผลิตได้ทั้งหมดบนโลก!
และนี่คือสิ่งเกิดขึ้นเมื่อเราทิ้งข้าวเพียงไม่กี่คำไว้บนจาน:
-
ทรัพยากรน้ำสูญเปล่า: การผลิตข้าวสาร 1 กิโลกรัม ต้องใช้น้ำในการปลูกและดูแลเฉลี่ยมากถึง 2,500 ลิตร ข้าวที่เราตักทิ้งขยะไปครึ่งทัพพี เท่ากับเราเทน้ำสะอาดทิ้งไปหลายสิบลิตรโดยเปล่าประโยชน์
-
ก๊าซเรือนกระจกและโลกร้อน: เศษอาหารที่ถูกนำไปฝังกลบจะหมักหมมและปลดปล่อย ก๊าซมีเทน (Methane) ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่มีความรุนแรงในการดักจับความร้อนมากกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 28 เท่า!
-
มูลค่าทางเศรษฐกิจ: ประเทศไทยมีขยะที่เป็นเศษอาหารสูงถึง 60% ของขยะทั้งหมด ซึ่งสร้างภาระงบประมาณในการจัดการขยะให้กับท้องถิ่นปีละหลายพันล้านบาท
มองในมุมโภชนาการ: ข้าวเหลือ VS หน้าสิว (มีส่วนเกี่ยวจริงไหม?)
อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจจะเริ่มสงสัยว่า... แล้วในมุมพฤติกรรมการกิน มันเกี่ยวกับสิวจริงไหม?
ถ้าพูดกันตามตรง "กินข้าวเหลือ" ไม่ได้ทำให้หน้าเป็นสิวโดยตรงครับ แต่ "นิสัยการกิน" ที่ซ่อนอยู่ต่างหากที่ส่งผลต่อสุขภาพผิวอย่างมีนัยสำคัญ!
-
นิสัยตักอาหารเกินความต้องการ: คนที่กินข้าวเหลือบ่อยๆ มักเกิดจากการตักอาหารปริมาณมากเกินไป หรือเลือกกินแต่อาหารรสจัด อร่อยแต่ไร้ประโยชน์ (Junk Food) พฤติกรรมกินแป้งและน้ำตาลปริมาณสูง ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว (High Glycemic Index) ซึ่งงานวิจัยทาง dermatological ยืนยันแล้วว่า เป็นตัวกระตุ้นการอักเสบของผิวและการผลิตน้ำมันบนใบหน้าอันเป็นสาเหตุหลักของการเกิดสิว!
-
ความใส่ใจและความประณีต: กุศโลบายนี้ฝึกให้คนเรามี "Mindful Eating" หรือการกินอย่างมีสติ คนที่มีสติในการกิน รู้จักประเมินความอิ่มของตัวเอง มักจะเป็นคนที่ใส่ใจในการดูแลสุขภาพร่างกายและผิวพรรณมากกว่า คนที่มีวินัยในการกินจึงมีแนวโน้มที่จะเลือกอาหารที่ดีต่อผิว ส่งผลให้ผิวพรรณดูสดใสและลดโอกาสเกิดสิวนั่นเอง
เปลี่ยนกุศโลบายโบราณ ให้เป็นไลฟ์สไตล์สุดคูลในปัจจุบัน
เราไม่จำเป็นต้องเชื่อเรื่องชาติหน้าเพื่อจะกินข้าวให้หมดจาน แต่เราสามารถนำปัญญาของคนโบราณมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ง่ายๆ เพื่อให้ทั้งเรา สังคม และโลกได้ประโยชน์ร่วมกัน:
-
สั่งแต่พอดี (Tasting over Wasting): เวลาไปสั่งอาหารตามสั่งหรือบุฟเฟต์ ให้ตักหรือสั่งในปริมาณที่คิดว่ากินหมดก่อน หากไม่อิ่มค่อยเติม ดีกว่าตักมาเต็มจานแล้วเหลือทิ้ง
-
สื่อสารให้ชัดเจน: ถ้าเป็นคนกินข้าวน้อย อย่าลืมบอกร้านค้าว่า "ขอข้าวน้อยครับ/ค่ะ" หรือ "ไม่รับผักชนิดนี้" เพื่อลดการเหลือทิ้งตั้งแต่ต้นทาง
-
ปรับมุมมองเรื่องความรับผิดชอบ: การกินข้าวหมดจานไม่ได้หมายความว่าเราต้องทนกินจนอิ่มเค้นจนปวดท้อง แต่คือการวางแผนการกินอย่างมีสติ
สรุป: ชาติหน้าแฟนจะหน้าเป็นสิวไหม ไม่รู้... แต่ชาตินี้เราเปลี่ยนโลกได้!
คำขู่เรื่อง "กินข้าวเหลือแล้วชาติหน้าจะได้แฟนหน้าเป็นสิว" จึงไม่ใช่แค่เรื่องงมงายไร้สาระ แต่เป็น กุศโลบายทางสังคม (Social Device) ที่คนรุ่นก่อนตั้งใจกุขึ้นมาด้วยความหวังดี เพื่อสอนให้เราเห็นคุณค่าของอาหาร รู้จักประหยัด มียกย่องแรงงานของเกษตรกร และเคารพทรัพยากรธรรมชาติ
ชาติหน้าเราจะได้คู่ครองแบบไหน อาจจะยังไม่มีวิทยาศาสตร์ข้อไหนยืนยันได้... แต่ที่แน่ๆ คือ ถ้าชาตินี้เราช่วยกันกินข้าวให้อย่างคุ้มค่า ไม่เหลือทิ้งเหลือขว้าง เราจะได้อยู่ในโลกที่สะอาดขึ้น ทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ขึ้น และมีอนาคตที่ยั่งยืนขึ้นอย่างแน่นอนครับ!
แล้ววันนี้... ข้าวในจานของคุณ หมดหรือยังครับ?
กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. รายงานสถานการณ์ขยะมูลฝอยและขยะอาหารในประเทศไทย.
American Academy of Dermatology (AAD). Can the right diet banish acne? (งานวิจัยเกี่ยวกับดัชนีน้ำตาลและอาการอักเสบของผิวหนัง))
ปลาหมอคางดำ ปัญหาปลาต่างถิ่นที่กระทบทั้งระบบนิเวศ
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
ทำไมเหาถึงไม่เคยสูญพันธุ์
ถังขยะควรวางตรงไหน? 3 จุดในบ้านที่สายฮวงจุ้ยแนะนำให้เลี่ยง
รดน้ำต้นไม้เวลาไหนดี
รูเล็ก ๆ บนหัวซิป มีไว้ทำอะไร?
ทำไมห้ามกินทุเรียนกับเบียร์
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
รัฐธรรมนูญคืออะไร
เช่าหรือซื้อบ้าน แบบไหนคุ้มกว่ากัน
10 สถานที่ร้างในกรุงเทพฯ ที่ถูกพูดถึงว่าเฮี้ยนที่สุด
เลือกต้นไม้มงคลปลูกในบ้าน เสริมบรรยากาศให้ร่มรื่น สบายตา และสบายใจ
ถนนในประเทศไทยที่น่ากลัวที่สุด เสี่ยงอันตรายมากที่สุดในการขับขี่
10 สถานที่ในไทย ที่เคยถูกตั้งคำถามว่าใช้งบประมาณรัฐไม่คุ้มค่า พร้อมวงเงินโครงการ
10 สถานที่ในไทย ที่กลางวันสวยงาม แต่กลางคืนแทบไม่มีใครกล้าไป
10 สถานที่ในไทยที่มีประวัติเหตุการณ์สะเทือนขวัญ จนกลายเป็นตำนาน
จังหวัดที่พบแหล่งแร่ทองคำมากที่สุด ในระดับที่สามารถขุดเจาะได้จริง