ครั้งหนึ่งส้อมเคยถูกมองว่าผิดศาสนา
ทุกวันนี้ส้อมเป็นของธรรมดาจนแทบไม่มีใครคิดว่ามันเคยสร้างความไม่พอใจให้คนทั้งเมืองได้ แต่ในยุโรปช่วงศตวรรษที่ 11 อุปกรณ์ชิ้นเล็กที่มีปลายแหลมสำหรับจิ้มอาหารกลับถูกมองด้วยสายตาระแวง โดยเฉพาะในบางพื้นที่ที่ผู้คนยังนิยมใช้มือ มีด และช้อนเป็นหลัก
ส้อมในยุคนั้นไม่ได้มีรูปร่างเหมือนส้อมสี่ซี่ที่เราใช้กันทั่วไป หลายแบบมีเพียงสองซี่ ตัวด้ามทำจากโลหะหรือวัสดุราคาแพง จึงมักพบในราชสำนักหรือบ้านของชนชั้นสูงมากกว่าบนโต๊ะอาหารของคนทั่วไป หน้าที่หลักคือใช้จิ้มอาหารชิ้นเล็กหรือช่วยรับประทานอาหารที่เหนียวและเลอะมือ
เรื่องที่มักถูกพูดถึงเกิดขึ้นเมื่อหญิงสูงศักดิ์จากจักรวรรดิไบแซนไทน์เดินทางมาแต่งงานกับขุนนางในเมืองเวนิส เธอนำธรรมเนียมการกินแบบราชสำนักตะวันออกมาด้วย รวมถึงการใช้ส้อมทองคำขนาดเล็กแทนการหยิบอาหารด้วยนิ้ว
สำหรับแขกที่ร่วมโต๊ะ ภาพของคนใช้โลหะแหลมจิ้มอาหารแล้วส่งเข้าปากอาจดูทั้งแปลก ทั้งหรูหราเกินจำเป็น และไม่สอดคล้องกับมารยาทที่คุ้นเคย ขณะที่นักบวชบางคนมองว่าการปฏิเสธใช้นิ้วมือที่พระเจ้าประทานให้ แล้วหันไปใช้อุปกรณ์ประดิษฐ์รูปร่างประหลาด เป็นการฟุ่มเฟือยและยกตนเหนือธรรมชาติ
คำตำหนิในเวลานั้นไม่ได้หมายความว่าคริสต์ศาสนามีกฎห้ามใช้ส้อมอย่างเป็นทางการทั่วทั้งยุโรป ความคิดดังกล่าวเป็นท่าทีของนักบวชและสังคมบางกลุ่ม ซึ่งเชื่อมโยงส้อมเข้ากับความหรูหรา ความเย่อหยิ่ง และวัฒนธรรมต่างถิ่น มากกว่าจะเป็นข้อบัญญัติทางศาสนาที่ชัดเจน
เมื่อหญิงสูงศักดิ์ผู้นั้นเสียชีวิตหลังจากนั้นไม่นาน มีผู้ตีความเหตุการณ์ว่าเป็นการลงโทษจากพระเจ้า ความเชื่อแบบนี้ฟังดูแปลกสำหรับคนปัจจุบัน แต่ในยุคที่โรคภัยยังอธิบายได้ยาก การเสียชีวิตกะทันหันมักถูกเชื่อมโยงกับศีลธรรม บาป หรือพฤติกรรมที่สังคมไม่ยอมรับอยู่เสมอ
ส้อมจึงไม่ได้ถูกต่อต้านเพราะรูปร่างเพียงอย่างเดียว มันเป็นเหมือนตัวแทนของความเปลี่ยนแปลงจากโลกอีกฝั่งหนึ่ง
จักรวรรดิไบแซนไทน์มีวัฒนธรรมการกินที่ละเอียดกว่ายุโรปตะวันตกหลายพื้นที่ในเวลานั้น ราชสำนักนิยมภาชนะหรู เครื่องใช้โลหะ และมารยาทบนโต๊ะที่ซับซ้อนกว่า เมื่อธรรมเนียมเหล่านี้เดินทางมาถึงอิตาลี จึงถูกมองทั้งด้วยความสนใจและความไม่ไว้ใจ
นอกจากนี้ ส้อมยังไปแตะกับความคิดเรื่องความเป็นชายและความเรียบง่ายด้วย การใช้มือหยิบอาหารเป็นเรื่องปกติและไม่ได้ถือว่าสกปรก หากล้างมือก่อนกินและใช้นิ้วตามมารยาทที่ยอมรับกัน ผู้ชายบางกลุ่มจึงมองการใช้ส้อมว่าอ่อนแอ จุกจิก หรือเหมาะกับคนที่กลัวมือเปื้อนมากเกินไป
แม้แต่ในหมู่ชนชั้นสูง การยอมรับส้อมก็ไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกัน การมีส้อมบนโต๊ะไม่ได้แปลว่าทุกคนจะใช้มันกับอาหารทุกชนิด บางคนใช้เฉพาะผลไม้ ขนมหวาน หรืออาหารที่มีซอส ขณะที่เนื้อสัตว์ยังคงใช้มีดตัดแล้วหยิบด้วยนิ้วตามเดิม
อิตาลีเป็นพื้นที่แรก ๆ ในยุโรปตะวันตกที่ส้อมค่อย ๆ กลายเป็นของใช้จริง โดยเฉพาะเมื่ออาหารประเภทเส้นได้รับความนิยมมากขึ้น ส้อมสองซี่ช่วยเกี่ยวเส้นได้สะดวกกว่าการใช้ช้อนหรือมือ ต่อมารูปทรงจึงพัฒนาให้มีซี่มากขึ้น โค้งขึ้น และเหมาะกับการตักอาหารโดยไม่ทำหล่นง่าย
แต่การแพร่ไปยังประเทศอื่นยังใช้เวลาอีกหลายร้อยปี
เมื่อส้อมเดินทางไปฝรั่งเศสและอังกฤษ มันยังถูกมองว่าเป็นของฟุ่มเฟือยจากอิตาลี ผู้ใช้บางคนถูกล้อว่าแสดงตัวเป็นผู้ดีเกินเหตุ มีบันทึกจากหลายยุคที่สะท้อนว่าคนซึ่งใช้ส้อมในที่สาธารณะอาจถูกมองว่าเสแสร้งหรือหลงแฟชั่นต่างชาติ ไม่ต่างจากเวลาที่สิ่งของใหม่บางอย่างในปัจจุบันถูกมองว่าไม่จำเป็นและมีไว้เพื่ออวดฐานะ
ส้อมเริ่มได้รับการยอมรับมากขึ้นเมื่อมารยาทบนโต๊ะอาหารเปลี่ยนไป บ้านชนชั้นกลางมีภาชนะส่วนตัวมากขึ้น การใช้จานร่วมกันลดลง และแนวคิดเรื่องความสะอาดได้รับความสำคัญกว่าเดิม อาหารก็มีรูปแบบหลากหลายขึ้น ทั้งอาหารที่มีซอส ของหวาน เนื้อหั่นชิ้นเล็ก และเมนูที่หยิบด้วยมือไม่สะดวก
เมื่อการผลิตโลหะพัฒนาขึ้น ส้อมก็ไม่ใช่ของแพงที่สงวนไว้ให้ราชสำนักอีกต่อไป จากของแปลกที่เคยถูกตำหนิเรื่องศีลธรรม มันกลายเป็นเครื่องใช้ประจำบ้าน และค่อย ๆ ถูกนับเป็นส่วนหนึ่งของมารยาทพื้นฐาน
ประวัติศาสตร์ของส้อมจึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของอุปกรณ์กินอาหาร แต่สะท้อนว่าคนเรามักตัดสินสิ่งใหม่ผ่านค่านิยมเดิม สิ่งที่ดูไม่จำเป็นในสายตาคนรุ่นหนึ่ง อาจกลายเป็นของที่คนรุ่นต่อมาขาดไม่ได้
ทุกครั้งที่เราหยิบส้อมขึ้นมากินข้าว จึงน่าคิดอยู่เหมือนกันว่า ของธรรมดาบนโต๊ะวันนี้ เคยเป็นของแปลกที่ถูกกล่าวหาว่าฟุ่มเฟือย เย่อหยิ่ง และถึงขั้นขัดกับความเชื่อของผู้คนมาก่อน
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
รูเล็ก ๆ บนหัวซิป มีไว้ทำอะไร?
แผลแบบไหนไม่ควรติดพลาสเตอร์
ถังขยะควรวางตรงไหน? 3 จุดในบ้านที่สายฮวงจุ้ยแนะนำให้เลี่ยง
ทำไมคนหูหนวกจึงมักพูดไม่ได้
รีโมทแอร์ใช้ถ่านอัลคาไลน์ได้ไหม
เมื่อพ่อแม่พึ่งไม่ได้
คนตาบอดเห็นความมืดแบบเราหรือเปล่า
เป็นกันไหม? ได้กลิ่นเหม็นทำไมต้องหันมอง แต่พอได้กลิ่นหอมกลับเดินผ่านเฉย ๆ เรามีคำตอบ ไปอ่านกัน
สายมูต้องรู้! ทำไมศาลพระภูมิถึงมี "เสาเดียว" ทั้งที่ศาลเจ้าที่กลับมีหลายเสา?
ถนนในประเทศไทยที่น่ากลัวที่สุด เสี่ยงอันตรายมากที่สุดในการขับขี่
รู้หรือไม่? ไม่ใช่แค่ไทยที่กินข้าวเหนียว! เปิดรายชื่อ9ประเทศที่นิยมกิน "ข้าวเหนียว"
อริยสัจ ๔ แผนที่ออกจากความทุกข์



