บริษัทน้ำอัดลมที่มีเรือรบมากเป็นอันดับ 6 ของโลก! เรื่องจริงหรือแค่ตำนานของ Pepsi?
ลองนึกภาพว่าเปิดตู้เย็นหยิบน้ำอัดลมหนึ่งขวด
แต่เบื้องหลังขวดนั้นกลับมีทั้งเรือดำน้ำ เรือพิฆาต และเรือลาดตระเวนเป็นค่าตอบแทน
เรื่องเหลือเชื่อนี้เกิดขึ้นจริงในช่วงปลายสงครามเย็น เมื่อ PepsiCo ทำข้อตกลงค้าขายกับสหภาพโซเวียต จนมีเรือรบปลดประจำการจำนวนหนึ่งเข้ามาเกี่ยวข้อง และกลายเป็นตำนานว่า บริษัทน้ำอัดลมแห่งนี้เคยมีกองทัพเรือใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลก
แต่ความจริงสนุกกว่านั้น และไม่ได้ตรงกับเรื่องเล่าไวรัลทั้งหมด
จุดเริ่มต้นจากเป๊ปซี่แก้วหนึ่งในกรุงมอสโก
ปี 1959 สหรัฐอเมริกาจัดนิทรรศการแสดงสินค้าและเทคโนโลยีที่กรุงมอสโก ระหว่างงานนั้น ริชาร์ด นิกสัน รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ยื่นเป๊ปซี่ให้ผู้นำโซเวียต นิกิตา ครุชชอฟ ทดลองดื่ม
ภาพผู้นำมหาอำนาจคอมมิวนิสต์ถือแก้วน้ำอัดลมอเมริกันถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก และกลายเป็นโฆษณาที่เป๊ปซี่แทบไม่ต้องเสียเงินซื้อเอง
ต่อมาในปี 1972 เป๊ปซี่กลายเป็นหนึ่งในสินค้าอเมริกันรายแรก ๆ ที่ได้รับอนุญาตให้ผลิตและจำหน่ายในสหภาพโซเวียต โดยโรงงานแห่งแรกเริ่มเดินเครื่องในปี 1974
ปัญหาใหญ่คือโซเวียตมีเงิน แต่เป๊ปซี่เอากลับอเมริกาไม่ได้
เงินรูเบิลของโซเวียตไม่สามารถแลกเปลี่ยนและนำออกไปใช้ในตลาดโลกได้อย่างเสรี ต่อให้ขายเป๊ปซี่ได้จำนวนมหาศาล บริษัทก็ไม่สามารถรับเงินรูเบิลกลับไปเป็นรายได้ตามปกติ
ทางออกแรกจึงเป็นการแลกสินค้า โซเวียตส่งวอดก้า Stolichnaya ให้เป๊ปซี่นำไปจำหน่ายในสหรัฐฯ ส่วนเป๊ปซี่ก็ส่งหัวเชื้อและอุปกรณ์ผลิตน้ำอัดลมกลับไป
แต่เมื่อยอดขายวอดก้าในอเมริกาลดลง ทั้งสองฝ่ายจึงต้องมองหาของชนิดใหม่ที่นำมาใช้ชำระหนี้แทนเงินสด
จากวอดก้า กลายเป็นเรือดำน้ำและเรือรบ
ในปี 1989 มีข้อตกลงที่เกี่ยวข้องกับเรือดำน้ำปลดประจำการของโซเวียต 17 ลำ พร้อมเรือลาดตระเวน เรือฟริเกต และเรือพิฆาตอย่างละหนึ่งลำ รวมถึงเรือบรรทุกน้ำมันบางส่วน
เมื่อรวมจำนวนแล้ว ภาพของบริษัทน้ำอัดลมที่มีเรือดำน้ำและเรือรบอยู่ในมือย่อมชวนให้คนตื่นเต้น จนเกิดคำกล่าวว่าเป๊ปซี่กลายเป็นเจ้าของ “กองทัพเรือใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลก” ชั่วคราว
มีการเล่าด้วยว่า โดนัลด์ เคนดัลล์ ผู้บริหารของเป๊ปซี่ เคยพูดติดตลกกับเจ้าหน้าที่ความมั่นคงสหรัฐฯ ว่า บริษัทของเขากำลังช่วยปลดอาวุธโซเวียตได้เร็วกว่ารัฐบาลอเมริกันเสียอีก
เป๊ปซี่พร้อมออกรบ?
ไม่เลย เพราะเรือเหล่านั้นเป็นเรือเก่า ปลดประจำการแล้ว และบางลำไม่อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน เป๊ปซี่ไม่มีทหารเรือ ไม่มีอาวุธพร้อมยิง และไม่ได้ตั้งใจนำเรือออกลาดตระเวนในมหาสมุทร
เรือรบส่วนใหญ่ถูกส่งต่อเพื่อนำไปตัดขายเป็นเศษเหล็ก ส่วนเรือพาณิชย์และเรือบรรทุกน้ำมันถูกจัดการผ่านบริษัทเดินเรือจากนอร์เวย์
นักประวัติศาสตร์บางรายอธิบายว่า เป๊ปซี่ทำหน้าที่ใกล้เคียงกับผู้ร่วมจัดการข้อตกลงและผู้รับผลประโยชน์จากการขายเรือ มากกว่าจะเป็นผู้บัญชาการกองเรือรบส่วนตัว
“อันดับ 6 ของโลก” มาจากไหน?
ในช่วงเวลาสั้น ๆ เป๊ปซี่มีผลประโยชน์อยู่ในข้อตกลงซึ่งรวมเรือรบปลดประจำการจำนวนมาก จนดูคล้ายบริษัทเอกชนที่มีกองเรือขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งเท่านั้น
ข้อตกลงมูลค่า 3 พันล้านดอลลาร์ที่ไปไม่ถึงฝั่ง
ปี 1990 เป๊ปซี่ประกาศข้อตกลงแลกเปลี่ยนสินค้าครั้งใหม่กับโซเวียต มูลค่าประมาณ 3 พันล้านดอลลาร์ โดยจะใช้สุราและเรือพาณิชย์หลายสิบลำเป็นส่วนหนึ่งของการชำระค่าเป๊ปซี่ ถือเป็นหนึ่งในข้อตกลงการค้าระหว่างบริษัทอเมริกันกับโซเวียตที่ใหญ่ที่สุดในยุคนั้น
แต่เพียงปีต่อมา สหภาพโซเวียตก็ล่มสลาย ประเทศเดียวแตกออกเป็นหลายรัฐ ข้อตกลงที่เคยเจรจากับรัฐบาลเดียวจึงยุ่งยากขึ้นทันที เรือหลายลำอยู่ในดินแดนของประเทศเกิดใหม่ และแผนการค้าขนาดมหึมาก็ไม่สำเร็จตามที่วางไว้
จากน้ำอัดลมหนึ่งขวด สู่ตำนานแห่งสงครามเย็น
เป๊ปซี่ไม่เคยเป็นมหาอำนาจทางทหาร และไม่ได้เตรียมนำเรือดำน้ำออกไปรบกับใคร แต่เรื่องราวนี้ยังน่าทึ่ง เพราะมันสะท้อนโลกการค้าที่เงินไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งเดียวที่ใช้ชำระหนี้
เมื่อประเทศหนึ่งต้องการน้ำอัดลม แต่เงินของตนใช้ไม่ได้ในตลาดโลก คำตอบจึงเริ่มจากวอดก้า ก่อนจะจบลงที่เรือดำน้ำและเศษเหล็กจากกองทัพเรือ
นี่อาจเป็นเพียงครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ที่บริษัทขายน้ำหวานเข้าใกล้คำว่า “มีกองเรือรบ” มากกว่าบริษัทเครื่องดื่มใดในโลก
รูปจาก
https://x.com/MorbidKnowledge/status/1787619694414868985?utm_source=chatgpt.com
https://www.rbth.com/business/327568-pepsi-first-russia?utm_source=chatgpt.com
https://sputniknews.jp/20160821/2662307.html?utm_source=chatgpt.com
https://www.history.com/articles/pepsi-navy-soviet-submarines
https://foreignpolicy.com/2021/11/27/pepsi-navy-soviet-ussr/?utm_source=chatgpt.com
https://historicflix.com/how-did-pepsi-obtain-the-6th-largest-naval-fleet/
เมื่อ "เพนกวิน" มียศสูงกว่ามนุษย์! เรื่องราวของ ท่านพลตรี นิลส์ โอลาฟ ที่ทหารจริงต้องยืนวันทาหัตถ์
คุณตาวัย 80 ถอดรหัสหวยจนรับเงินกว่า 900 ล้านบาท “ด้วยตาราง Excel”
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
ชนะลอตเตอรี่ 14 ครั้ง ด้วย “คณิตศาสตร์เด็กประถม”
สถิติหวยออก ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 1 สิงหาคม
มหัศจรรย์แห่งปลายฤดูหนาว “ดอกโครคัส” พรมธรรมชาติผู้ประกาศการมาถึงของฤดูใบไม้ผลิ
ออสเตรเลียเคยส่งทหารปราบนกอีมู แต่ปฏิบัติการกลับล้มเหลว
10 เหตุการณ์แปลกที่คนไทยนำไปตีเลข ก่อนถูกรางวัลจริงอย่างไม่น่าเชื่อ
รูเล็ก ๆ บนหัวซิป มีไว้ทำอะไร?
5 คอนเสิร์ตศิลปินไทยระดับตำนาน ที่มีผู้ชมรวมมากที่สุด
รีโมทแอร์ใช้ถ่านอัลคาไลน์ได้ไหม
5 รายการวาไรตี้ไทยยอดนิยม ที่สร้างสีสันให้วงการโทรทัศน์
เมื่อ "เพนกวิน" มียศสูงกว่ามนุษย์! เรื่องราวของ ท่านพลตรี นิลส์ โอลาฟ ที่ทหารจริงต้องยืนวันทาหัตถ์
มหัศจรรย์แห่งปลายฤดูหนาว “ดอกโครคัส” พรมธรรมชาติผู้ประกาศการมาถึงของฤดูใบไม้ผลิ
เปิดตำนาน "ของมีครู" 3 สิ่งของโบราณในบ้านที่ถ้าเก็บไว้ไม่ถูกวิธีอาจเจอดี
ทำไมจึงไม่ควรตากผ้ากลางแจ้งทิ้งไว้ตลอดคืน ?
ชายผู้คำนวณสถิติเลขออกซ้ำ จนถูกรางวัลติดต่อกัน 8 งวด ตำนานของคนเล่นหวย?
5 เทคนิคแต่งกระทู้ Postjung ให้ติดเทรนด์ คนตามอ่านจนนิ้วล็อก
เมื่อ "เพนกวิน" มียศสูงกว่ามนุษย์! เรื่องราวของ ท่านพลตรี นิลส์ โอลาฟ ที่ทหารจริงต้องยืนวันทาหัตถ์
คุณตาวัย 80 ถอดรหัสหวยจนรับเงินกว่า 900 ล้านบาท “ด้วยตาราง Excel”




