ทองยังขึ้นได้ แต่ระยะสั้นผันผวนหนัก
ราคาทองคำช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2569 กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง หลังทองโลกฟื้นขึ้นมาเคลื่อนไหวเหนือระดับ 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่งในไทยขยับขึ้นมาอยู่แถว 66,000 บาทต่อบาททองคำ บางช่วงมีการปรับราคาหลายครั้งภายในวันเดียว
ภาพที่เห็นตอนนี้ไม่ใช่ขาขึ้นแบบวิ่งตรง แต่เป็นตลาดที่แรงซื้อกับแรงขายกำลังต่อสู้กันหนักมาก ข่าวเพียงเรื่องเดียวสามารถทำให้ราคาทองเปลี่ยนทิศได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง คนที่กำลังคิดจะซื้อจึงต้องแยกให้ออกระหว่าง “แนวโน้มระยะยาว” กับ “จังหวะระยะสั้น”
ข้อมูลช่วงเช้าวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ระบุว่าทองคำตลาดโลกเคลื่อนไหวราว 4,133 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังเพิ่งขึ้นไปแตะระดับสูงสุดในรอบประมาณสองสัปดาห์ ส่วนราคาทองคำแท่งในประเทศไทยมีการประกาศขายออกอยู่ประมาณ 66,400 บาท และรับซื้อประมาณ 66,200 บาท ตัวเลขอาจเปลี่ยนได้หลายครั้งระหว่างวันตามราคาทองโลกและค่าเงินบาท [oai_citation:0‡Reuters](https://www.reuters.com/world/india/gold-off-two-week-peak-oil-advances-fed-meeting-eyed-2026-07-23/?utm_source=chatgpt.com)
ทำไมทองยังมีแรงซื้อ
ปัจจัยที่ช่วยพยุงทองมากที่สุดในช่วงนี้คือความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะสถานการณ์ในตะวันออกกลาง เมื่อความเสี่ยงรุนแรงขึ้น นักลงทุนบางส่วนมักลดการถือสินทรัพย์เสี่ยงและหันมาถือทองคำเพื่อรักษามูลค่าเงิน
ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นก็มีผลสองด้าน ด้านหนึ่งทำให้ตลาดกังวลเรื่องเงินเฟ้อ จึงเพิ่มความต้องการถือทอง แต่ในอีกด้านหนึ่ง เงินเฟ้อที่สูงอาจทำให้ธนาคารกลางไม่รีบลดดอกเบี้ย หรืออาจกลับมาส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งไม่เป็นผลดีกับทองคำ
ทองเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีดอกเบี้ย เมื่อผลตอบแทนพันธบัตรสูง นักลงทุนจะมีต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือทองมากขึ้น ราคาทองจึงมักถูกกดดันเมื่อดอกเบี้ยและผลตอบแทนพันธบัตรปรับขึ้น
นี่เป็นเหตุผลที่เราอาจเห็นข่าวความขัดแย้งรุนแรงขึ้น แต่ราคาทองกลับไม่ได้พุ่งทันที เพราะตลาดกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยกับความกังวลว่าธนาคารกลางจะใช้นโยบายการเงินเข้มงวดต่อไป
สิ่งที่ต้องจับตามากที่สุดในระยะสั้นคือท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐ หากส่งสัญญาณว่าจะคงดอกเบี้ยสูงนานกว่าที่ตลาดคาด ทองอาจถูกขายทำกำไรอีกครั้ง แต่ถ้าข้อมูลเศรษฐกิจเริ่มอ่อนแอ หรือธนาคารกลางเปิดทางให้ลดดอกเบี้ย ราคาทองมีโอกาสกลับขึ้นได้เร็ว
ค่าเงินบาทสำคัญกว่าที่หลายคนคิด
คนไทยไม่ได้ซื้อทองด้วยเงินดอลลาร์ ดังนั้นราคาทองในประเทศจึงไม่ได้ขึ้นลงตามทองโลกเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อดอลลาร์ด้วย
กรณีทองโลกขึ้นพร้อมกับเงินบาทอ่อน ราคาทองไทยมักขึ้นแรงกว่าปกติ เพราะต้องใช้เงินบาทมากขึ้นในการซื้อทองที่ซื้อขายด้วยดอลลาร์
ตรงกันข้าม หากทองโลกขึ้นแต่เงินบาทแข็ง ราคาทองไทยอาจขึ้นน้อย หรือแทบไม่ขยับเลย คนที่ติดตามเฉพาะกราฟทองโลกจึงอาจสงสัยว่าทำไมทองต่างประเทศขึ้น แต่ราคาร้านทองใกล้บ้านไม่ได้ขึ้นตามในสัดส่วนเดียวกัน
ช่วงวันที่ 22 กรกฎาคม ราคาทองคำแท่งไทยเคลื่อนไหวแถว 65,550-66,000 บาทระหว่างวัน ขณะที่ค่าเงินบาทอยู่ราว 33.7-33.8 บาทต่อดอลลาร์ แสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยของทั้งราคาทองโลกและค่าเงินสามารถทำให้สมาคมค้าทองคำประกาศปรับราคาได้ครั้งละ 50 บาทหลายรอบ [oai_citation:1‡ราคาทองคําวันนี้](https://xn--42cah7d0cxcvbbb9x.com/?utm_source=chatgpt.com)
แนวโน้มครึ่งปีหลังยังไม่ใช่ขาลงชัดเจน
มุมมองพื้นฐานของตลาดทองในครึ่งหลังของปี 2569 ยังอยู่ในลักษณะพักตัวบนระดับสูง มากกว่าจะเป็นการเข้าสู่ขาลงครั้งใหญ่ทันที
การประเมินของสภาทองคำโลกมองว่า หากปัจจัยเศรษฐกิจไม่เปลี่ยนอย่างรุนแรง ราคาทองอาจแกว่งตัวในกรอบประมาณบวกลบ 5 เปอร์เซ็นต์จากระดับปัจจุบัน แต่หากเศรษฐกิจอ่อนแอลง ความขัดแย้งรุนแรงขึ้น หรือความคาดหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยกลับมา ทองมีโอกาสขยับขึ้นไปหา 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์หรือสูงกว่า
ในทางกลับกัน หากเศรษฐกิจสหรัฐยังแข็งแรง ผลตอบแทนพันธบัตรสูง และสถานการณ์ระหว่างประเทศสงบลง ราคาทองอาจปรับฐานต่อได้ อย่างไรก็ตาม แรงซื้อเมื่อราคาย่อตัวอาจช่วยจำกัดการลดลงไม่ให้รุนแรงเกินไป [oai_citation:2‡World Gold Council](https://www.gold.org/goldhub/research/gold-mid-year-outlook-2026?utm_source=chatgpt.com)
อีกปัจจัยที่ยังช่วยรองรับราคาทองในระยะยาวคือการซื้อทองของธนาคารกลางหลายประเทศ การสะสมทองไม่ได้เกิดจากความต้องการทำกำไรระยะสั้นเท่านั้น แต่เป็นส่วนหนึ่งของการกระจายทุนสำรอง ลดความเสี่ยงจากสกุลเงินใดสกุลเงินหนึ่ง และเตรียมรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมือง
แต่แรงซื้อของธนาคารกลางไม่ได้หมายความว่าราคาทองจะขึ้นทุกวัน ต่อให้แนวโน้มใหญ่ยังแข็งแรง ราคาก็สามารถปรับลงหลายเปอร์เซ็นต์ระหว่างทางได้ โดยเฉพาะหลังจากขึ้นเร็วและมีนักลงทุนระยะสั้นถือสถานะซื้อจำนวนมาก
จุดที่คนซื้อทองควรระวัง
สิ่งที่อันตรายที่สุดไม่ใช่การซื้อทองราคาแพงเพียงอย่างเดียว แต่คือการซื้อโดยไม่มีแผนว่าต้องการถือไว้นานแค่ไหน
คนซื้อทองเก็งกำไรระยะสั้นต้องเผื่อส่วนต่างระหว่างราคาซื้อกับราคาขาย ร้านทองขายทองคำแท่งให้เราสูงกว่าราคารับซื้อกลับประมาณ 200 บาทต่อบาททองคำในภาวะปกติ หมายความว่าซื้อแล้วขายทันทีจะขาดทุนจากส่วนต่างก่อนที่ราคาจะเคลื่อนไหว
ทองรูปพรรณมีต้นทุนสูงกว่า เพราะมีค่ากำเหน็จและราคารับซื้อคืนอาจคำนวณตามเนื้อทอง ไม่ได้คืนค่าฝีมือเต็มจำนวน จึงไม่เหมาะกับการเข้าออกเร็วเท่าทองคำแท่ง
ส่วนผู้ที่ซื้อผ่านกองทุนทองหรือแอปซื้อขายทอง ต้องดูค่าธรรมเนียม เวลาเปิดปิดตลาด ความเสี่ยงของอัตราแลกเปลี่ยน และเงื่อนไขการถอนทองจริง เพราะแต่ละระบบไม่ได้มีต้นทุนเหมือนกัน
ซื้อช่วงนี้ควรทำอย่างไร
หากตั้งใจสะสมทองเป็นเงินสำรองระยะยาว การแบ่งเงินซื้อหลายครั้งปลอดภัยกว่าการใส่เงินทั้งหมดในวันเดียว เช่น แบ่งเงินออกเป็นสามถึงห้าส่วน แล้วทยอยซื้อเมื่อราคาย่อตัว วิธีนี้ช่วยลดความเสี่ยงจากการซื้อบริเวณยอดระยะสั้น
คนที่มีทองอยู่แล้วและไม่ได้ใช้เงินเร็ว อาจยังไม่จำเป็นต้องรีบขายทั้งหมด เพราะปัจจัยสนับสนุนระยะยาวยังไม่หาย แต่ควรรู้ว่าราคาสามารถแกว่งลงแรงได้เมื่อดอลลาร์แข็งหรือผลตอบแทนพันธบัตรขึ้น
ส่วนคนที่ต้องการเก็งกำไรไม่กี่วัน ควรระวังการไล่ซื้อหลังราคาขึ้นแรง ตลาดช่วงนี้ตอบสนองต่อข่าวธนาคารกลาง น้ำมัน และตะวันออกกลางรวดเร็วมาก การขึ้นหลายร้อยบาทในตอนเช้าอาจถูกขายคืนในช่วงบ่ายได้
มองจากข้อมูลล่าสุด แนวโน้มทองยังค่อนข้างแข็งแรงในระยะกลางถึงยาว แต่ระยะสั้นมีโอกาสแกว่งออกข้างและปรับฐานเป็นระยะ ระดับประมาณ 4,200 ดอลลาร์เป็นบริเวณที่ตลาดจับตาในฐานะแนวต้าน ขณะที่โซนประมาณ 4,000-4,080 ดอลลาร์เป็นบริเวณที่อาจเริ่มเห็นแรงซื้อกลับ หากไม่มีข่าวลบใหม่เข้ามา
สำหรับทองไทย โซนใกล้ 66,000 บาทถือว่าเป็นระดับสูงและมีแรงขายทำกำไรได้ง่าย การซื้อจึงควรเผื่อเงินสำหรับจังหวะย่อ ไม่ควรตัดสินใจเพราะกลัวว่าราคาจะขึ้นจนซื้อไม่ทัน
สรุปภาพตลาดในเวลานี้ได้ว่า ทองยังไม่ได้หมดรอบขาขึ้น แต่ก็ไม่ใช่ช่วงที่ซื้อแล้วจะกำไรทันทีทุกครั้ง ระยะต่อไปจะขึ้นอยู่กับสามเรื่องเป็นหลัก ได้แก่ ดอกเบี้ยสหรัฐ ความรุนแรงของสถานการณ์ระหว่างประเทศ และทิศทางค่าเงินบาท คนที่ติดตามครบทั้งสามด้านจะมองราคาทองไทยได้ชัดกว่าการดูเพียงตัวเลขหน้าร้านทองอย่างเดียว
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
ชนะลอตเตอรี่ 14 ครั้ง ด้วย “คณิตศาสตร์เด็กประถม”
ฮวงจุ้ยแบบเดียว ใช้กับทุกคนไม่ได้
พาวเวอร์แบงก์บวม อย่าฝืนใช้เด็ดขาด
10 เมืองใต้ดินในตำนานของไทย ที่ยังไม่มีใครพิสูจน์ได้
ไข่ดิบไม่ปลอดภัยเพียงเพราะดูสด
มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
น้ำหนักเครื่องซักผ้า นับจากผ้าแห้ง
จ่าเฉย ตำรวจนิ่งที่คนขับรถต้องเหลียวมอง
คีลอยด์ แผลหายแล้วทำไมยังนูนต่อ
ล็อตเตอรี่ใบแรกของไทย
