หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เครื่องใช้ไฟฟ้ากินไฟแค่ไหน? เช็กเองได้ใน 2 นาที

เขียนโดย thoughtloop

หลายคนเคยสงสัยว่า

"ทำไมค่าไฟเดือนนี้แพงกว่าปกติ?"

สิ่งแรกที่หลายคนทำคือมองหา "ผู้ต้องสงสัย"

บางคนโทษเครื่องปรับอากาศ

บางคนคิดว่าเป็นตู้เย็น

บางคนถึงกับรีบเปลี่ยนหลอดไฟทั้งบ้าน

แต่ความจริงแล้ว การจะรู้ว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าเครื่องไหนกินไฟมากหรือน้อย ไม่ควรใช้การคาดเดา

เราสามารถตรวจสอบและคำนวณได้ด้วยตัวเอง จากข้อมูลที่อยู่บนตัวเครื่องใช้ไฟฟ้านั่นเอง

บทความนี้จะพาไปรู้จักวิธีอ่านข้อมูลเหล่านั้น พร้อมตัวอย่างการคำนวณแบบเข้าใจง่าย

ขั้นแรก... มองหาคำว่า "W" หรือ "กำลังไฟ"

เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดจะมีป้ายข้อมูล (Nameplate) หรือติดสติกเกอร์ไว้บนตัวเครื่อง หรือระบุไว้ในคู่มือการใช้งาน

ข้อมูลที่พบได้บ่อย เช่น

หรือบางรุ่นอาจเขียนว่า

Rated Power : 1,500 W

ตัวอักษร W ย่อมาจาก Watt (วัตต์) ซึ่งหมายถึง "กำลังไฟฟ้า" ที่เครื่องใช้ขณะทำงาน

โดยทั่วไป หากเปรียบเทียบเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้งานในระยะเวลาเท่ากัน

แต่...

อย่าเพิ่งสรุปว่าเครื่องที่มีวัตต์สูง จะทำให้ค่าไฟแพงกว่าเสมอ เพราะยังมีอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน
นั่นคือ ระยะเวลาที่ใช้งานค่าไฟคิดเป็น "หน่วย" ไม่ใช่วัตต์

ในบิลค่าไฟ เรามักเห็นคำว่า หน่วย (kWh)

หลายคนคิดว่าเกี่ยวกับกำลังไฟของเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่จริง ๆ แล้วคือ ปริมาณพลังงานไฟฟ้าที่ใช้

1 หน่วยไฟฟ้า (1 kWh)

หมายถึง

การใช้ไฟ 1,000 วัตต์ เป็นเวลา 1 ชั่วโมง

ตัวอย่างเช่น

จึงเห็นได้ว่า ไม่ใช่แค่กำลังไฟที่มีผล แต่จำนวนชั่วโมงที่ใช้งานก็มีผลต่อค่าไฟเช่นกันสูตรคำนวณค่าไฟแบบง่าย ๆ

สูตรที่ใช้มีดังนี้

กำลังไฟ (วัตต์) ÷ 1,000 × จำนวนชั่วโมงที่ใช้งาน = จำนวนหน่วยไฟฟ้า (kWh)

จากนั้น

จำนวนหน่วย × ค่าไฟต่อหน่วย = ค่าไฟโดยประมาณ

หมายเหตุ: ค่าไฟต่อหน่วยของแต่ละครัวเรือนอาจแตกต่างกันตามอัตราค่าไฟและค่าบริการต่าง ๆ ในตัวอย่างนี้จะสมมติให้เฉลี่ย 4.50 บาทต่อหน่วย เพื่อให้เห็นภาพการคำนวณตัวอย่างที่ 1 เครื่องดูดฝุ่น

สมมติว่า

คำนวณ

900 ÷ 1,000 = 0.9 kW

0.9 × 0.5 = 0.45 หน่วย

ค่าไฟ

0.45 × 4.50 = ประมาณ 2 บาทต่อครั้ง

หากใช้งานทุกวัน

ค่าไฟจะอยู่ที่ประมาณ 60 บาทต่อเดือน

ตัวอย่างที่ 2 เครื่องปรับอากาศ

สมมติว่า

คำนวณ

1,200 ÷ 1,000 = 1.2 kW

1.2 × 8 = 9.6 หน่วย

ค่าไฟ

9.6 × 4.50 = ประมาณ 43 บาทต่อวัน

หากเปิดทุกวันตลอดเดือน

ค่าไฟจากเครื่องปรับอากาศเพียงเครื่องเดียว อาจอยู่ที่ประมาณ 1,290 บาทต่อเดือน

อย่างไรก็ตาม เครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่ โดยเฉพาะระบบอินเวอร์เตอร์ จะไม่ได้ใช้กำลังไฟเต็มตลอดเวลา เพราะคอมเพรสเซอร์จะปรับรอบการทำงานตามอุณหภูมิห้อง ทำให้ค่าใช้ไฟจริงอาจต่ำกว่าการคำนวณแบบนี้


ตัวอย่างที่ 3 กาต้มน้ำไฟฟ้า

หลายคนเห็นกาต้มน้ำไฟฟ้ามีกำลังไฟสูงถึง 2,000 วัตต์ แล้วคิดว่ากินไฟมาก

แต่ความจริง กาต้มน้ำใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที

สมมติ

คำนวณ

2 × 0.083 = 0.166 หน่วย

ค่าไฟ

0.166 × 4.50 = ประมาณ 75 สตางค์ต่อครั้ง

แม้กำลังไฟสูง แต่ใช้เวลาสั้น จึงไม่ได้ทำให้ค่าไฟพุ่งอย่างที่หลายคนคิด

เครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมาก ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ "วัตต์" อย่างเดียว

ลองเปรียบเทียบ

พัดลม

กับ

เครื่องทำน้ำอุ่น

แม้เครื่องทำน้ำอุ่นจะมีกำลังไฟสูงกว่าหลายสิบเท่า

แต่ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที

ในขณะที่พัดลมเปิดทั้งวัน

สุดท้ายค่าไฟอาจไม่ได้ต่างกันมากอย่างที่คิด

ดังนั้น การดูเฉพาะตัวเลขวัตต์ อาจทำให้เข้าใจผิดได้

ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ช่วยอะไร?

หากกำลังเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า

อย่าดูเพียงราคาหรือกำลังไฟ

ควรสังเกต ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ด้วย

บนฉลากจะมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เช่น

เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฉลากเบอร์ 5 มักใช้พลังงานได้คุ้มค่ากว่าเมื่อเทียบกับรุ่นที่ไม่มีฉลาก แม้ราคาซื้ออาจสูงกว่าเล็กน้อย แต่หากใช้งานเป็นเวลาหลายปี ก็อาจช่วยประหยัดค่าไฟได้มาก


ถ้าอยากรู้ค่าไฟจริงของแต่ละเครื่อง ทำอย่างไร?

ปัจจุบันมีอุปกรณ์ที่เรียกว่า ปลั๊กวัดการใช้ไฟฟ้า (Power Meter Plug)

เพียงเสียบปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าผ่านอุปกรณ์นี้ ก็สามารถดูได้ว่า

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรู้ข้อมูลจริงของเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิดในบ้าน 

การรู้ว่าเครื่องใช้ไฟฟ้ากินไฟมากหรือน้อย ไม่จำเป็นต้องเดา

เพียงสังเกต กำลังไฟ (W) ที่ระบุบนตัวเครื่อง และนำมาคำนวณร่วมกับระยะเวลาที่ใช้งาน ก็สามารถประมาณค่าไฟได้ด้วยตัวเอง

จำหลักง่าย ๆ ไว้เพียง 3 ข้อ

เมื่อเข้าใจหลักการเหล่านี้แล้ว คุณจะไม่เพียงเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าได้อย่างคุ้มค่ามากขึ้น แต่ยังสามารถวางแผนการใช้ไฟในบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ และอาจช่วยลดค่าไฟได้โดยไม่ต้องลดความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตอีกด้วย

เนื้อหาโดย: thoughtloop / AI
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
thoughtloop's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 25 ครั้ง
เขียนโดย thoughtloop
เริ่มจาก Thoughtloop ...
พอได้สังเกตสิ่งรอบตัว แล้วกลั่นออกมาเป็นตัวอักษร
เล่าเรื่องธรรมดาในวันที่หลายคนอาจมองข้าม
ความคิดเล็ก ๆ ที่อาจตรงกับใจของใครสักคน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำสถิติหวยออก ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 1 สิงหาคมชนะลอตเตอรี่ 14 ครั้ง ด้วย “คณิตศาสตร์เด็กประถม” เช็กก่อนดื่ม! อันตรายจาก "ตู้กดน้ำหยอดเหรียญ" สะอาดจริงไหม หรือเสี่ยงสะสมเชื้อโรค?รีโมทแอร์ใช้ถ่านอัลคาไลน์ได้ไหมมหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบAI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569ตำรวจอเมริกันกับวิธีการจัดการปัญหาอาชญากรรมเฉพาะหน้าด้วยวิธีการที่เด็ดขาด - อีกแล้วรวม 10 เมนูอร่อยจากปลาหมอคางดำเปลี่ยนปลาต่างถิ่นให้เป็นอาหารจานเด็ดป่าช้าหรือสุสานขนาดใหญ่ที่สุด ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองกรุงเทพมหานครทำไม "ปลาหมอคางดำ" ถึงน่ากลัว? ปลาต่างถิ่นที่กำลังส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศของไทย29 จังหวัดไทยที่ยังไม่มีรถไฟผ่าน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ตำรวจอเมริกันกับวิธีการจัดการปัญหาอาชญากรรมเฉพาะหน้าด้วยวิธีการที่เด็ดขาด - อีกแล้วจังหวัดที่คนดวงดีที่สุด มีคนถูกหวยรางวัลใหญ่มากที่สุดรวม 10 เมนูอร่อยจากปลาหมอคางดำเปลี่ยนปลาต่างถิ่นให้เป็นอาหารจานเด็ดทำไมยิ่งเคี้ยว ยิ่งหยุดไม่ได้? เจาะลึกเสน่ห์ “กล้วยเบรคแตก”เช็กก่อนดื่ม! อันตรายจาก "ตู้กดน้ำหยอดเหรียญ" สะอาดจริงไหม หรือเสี่ยงสะสมเชื้อโรค?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ประสบการณ์ที่ยังไม่มีค่านิยามในภาษาอังกฤษรวม 10 เมนูอร่อยจากปลาหมอคางดำเปลี่ยนปลาต่างถิ่นให้เป็นอาหารจานเด็ดป่าช้าหรือสุสานขนาดใหญ่ที่สุด ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองกรุงเทพมหานครเช็กก่อนดื่ม! อันตรายจาก "ตู้กดน้ำหยอดเหรียญ" สะอาดจริงไหม หรือเสี่ยงสะสมเชื้อโรค?
ตั้งกระทู้ใหม่