ไม้จิ้มฟัน... ของชิ้นเล็กที่เคยเป็นสินค้าหรู
ถ้ามีคนถามว่า ของชิ้นไหนบนโต๊ะอาหารที่เรามองข้ามมากที่สุด
เราคงตอบว่า... "ไม้จิ้มฟัน"
เพราะมันเป็นของชิ้นเล็ก ราคาไม่กี่บาท ใช้เสร็จก็ทิ้ง บางร้านอาหารก็วางไว้ให้หยิบฟรี จนเราแทบไม่เคยนึกเลยว่า ของธรรมดาแบบนี้จะมีประวัติที่น่าสนใจซ่อนอยู่
แต่รู้ไหมคะ...
ก่อนที่ไม้จิ้มฟันจะกลายเป็นของใช้ราคาถูกอย่างทุกวันนี้ มันเคยเป็นของที่ทำด้วยมือ และเคยถูกมองว่าเป็นของใช้สำหรับผู้มีฐานะมาแล้ว
ความจริงแล้ว มนุษย์รู้จักทำความสะอาดฟันหลังรับประทานอาหารมาตั้งแต่สมัยโบราณ
นักโบราณคดีพบหลักฐานว่า ผู้คนในอารยธรรมโบราณหลายแห่งใช้กิ่งไม้เล็ก ๆ หนามของพืช กระดูกสัตว์ หรือแม้แต่โลหะปลายแหลม ช่วยเขี่ยเศษอาหารที่ติดตามซอกฟัน วิธีเหล่านี้อาจดูเรียบง่าย แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่า คนในยุคนั้นให้ความสำคัญกับความสะอาดในช่องปากไม่น้อยเลย
ต่อมาในยุโรป โดยเฉพาะประเทศโปรตุเกส การทำไม้จิ้มฟันกลายเป็นงานฝีมือที่ละเอียดอ่อน
ช่างฝีมือจะเลือกไม้เนื้อดีมาเหลาให้เรียวสวย ปลายแหลมกำลังพอดี บางชิ้นถูกบรรจุในกล่องเล็ก ๆ อย่างประณีต หรือประดับลวดลายสวยงามเพื่อมอบเป็นของขวัญ
สำหรับคนในยุคนั้น ไม้จิ้มฟันไม่ได้เป็นแค่ของใช้หลังอาหาร แต่ยังเป็นเครื่องแสดงถึงรสนิยม ความพิถีพิถัน และฐานะของผู้ใช้ด้วย
มีบันทึกว่าตามงานเลี้ยงของชนชั้นสูง เจ้าภาพบางคนถึงกับจัดเตรียมไม้จิ้มฟันคุณภาพดีไว้บริการแขกโดยเฉพาะ เพราะถือเป็นส่วนหนึ่งของมารยาทบนโต๊ะอาหาร
จนกระทั่งเข้าสู่ศตวรรษที่ 19 เมื่อเครื่องจักรเริ่มเข้ามามีบทบาท การผลิตไม้จิ้มฟันก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
โรงงานสามารถผลิตได้ครั้งละจำนวนมหาศาล ใช้เวลาไม่นาน ราคาจึงถูกลงอย่างรวดเร็ว
แต่เรื่องที่หลายคนอาจไม่เคยรู้คือ...
แม้จะผลิตได้มากแล้ว ผู้คนในยุคนั้นกลับยังไม่ค่อยยอมซื้อ
เหตุผลไม่ใช่เพราะแพง แต่เพราะหลายครอบครัวคุ้นเคยกับการเหลาไม้ใช้เองจากกิ่งไม้ที่หาได้รอบบ้าน จึงมองว่าไม่มีความจำเป็นต้องเสียเงินซื้อ
ผู้ผลิตรายหนึ่งในสหรัฐอเมริกาจึงใช้วิธีการตลาดที่ถือว่าแปลกมากในยุคนั้น
เขาจ้างคนให้เดินเข้าไปซื้อไม้จิ้มฟันตามร้านค้า และจ้างอีกกลุ่มหนึ่งให้ถามหาร้านที่มีไม้จิ้มฟันขาย
เมื่อร้านค้าเห็นว่ามีลูกค้าสอบถามและมีคนซื้ออยู่เรื่อย ๆ ก็เริ่มสั่งสินค้ามาวางขายมากขึ้น ส่วนผู้บริโภคก็เริ่มรู้สึกว่า ไม้จิ้มฟันเป็นของใช้ที่ควรมีติดบ้าน
เรียกได้ว่า ไม้จิ้มฟันไม่ได้ดังเพราะตัวสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังอาศัย "จิตวิทยาของผู้บริโภค" ตั้งแต่เมื่อกว่าร้อยปีก่อน
ทุกวันนี้ เราหยิบไม้จิ้มฟันขึ้นมาใช้เพียงไม่กี่วินาที แล้วก็ทิ้งลงถังขยะ
แต่กว่าจะมาเป็นของชิ้นเล็ก ๆ ที่อยู่ตามร้านอาหารแทบทุกแห่ง มันเคยผ่านช่วงเวลาที่เป็นทั้งงานฝีมือ ของใช้ของชนชั้นสูง และสินค้าที่ต้องอาศัยกลยุทธ์การตลาดเพื่อให้คนยอมเปิดใจซื้อ
ไม่น่าเชื่อเลยนะคะ ของที่ดูธรรมดาที่สุด ก็กลับมีเรื่องราวยาวนานกว่าที่เราคิด
และนั่นทำให้ฉันอดไม่ได้ที่จะมองไม้จิ้มฟันอันเล็ก ๆ บนโต๊ะอาหารด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป
จากของใช้ชิ้นหนึ่ง กลายเป็นสิ่งประดิษฐ์เล็ก ๆ ที่เดินทางผ่านประวัติศาสตร์ของผู้คนมาหลายร้อยปี
แล้วคุณล่ะ... มีของใช้ชิ้นไหนที่เคยมองว่าแสนธรรมดา แต่พอรู้ที่มาแล้วกลับรู้สึกว่ามันน่าสนใจขึ้นทันที? ลองมาแชร์กันค่ะ เผื่อจะได้มีเรื่องชวนคุยสนุก ๆ อีกหลายชิ้นบนโต๊ะอาหารของเรา
เขียนโดย thoughtloop
พอได้สังเกตสิ่งรอบตัว แล้วกลั่นออกมาเป็นตัวอักษร
เล่าเรื่องธรรมดาในวันที่หลายคนอาจมองข้าม
ความคิดเล็ก ๆ ที่อาจตรงกับใจของใครสักคน
มีการค้นพบว่าปลา 3 ชนิดมีแคลเซียมสูงกว่านม
ชายวัย 21 ปีเสียชีวิตจากภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน หลังเล่นเกมมาราธอนโดยไม่นอน
จังหวัดของไทยที่ขึ้นชื่อว่า “ผู้หญิงสวยที่สุด” มีเอกลักษณ์และเสน่ห์โดดเด่นมากที่สุด
ทำไมคนเกาหลีจึงนิยมกินไส้วัวมากกว่าไส้หมู?
ไมโครพลาสติกสามารถเข้าสู่กระแสเลือดและอวัยวะได้
10 จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุดในไทย ทำไมบางพื้นที่ยังเผชิญความยากจน
7 ประเทศที่มีสอนวิชาภาษาไทย คนไทยอาจไม่รู้ว่าภาษาบ้านเราไปไกลถึงต่างแดน!
หนุ่ม 25 ไตวายเฉียบพลันเพราะลืมดื่มน้ำ
ทำไมประเทศนี้จึงเขียน Laos แต่ออกเสียง ลาว
อำเภอที่มีคนอยู่น้อยกว่า 5000 คน เพียง 2 อำเภอเท่านั้นในไทย
รู้หรือไม่? เมืองไทยมีถนนสวยราวกับภาพวาด 10 เส้นทางนี้ต้องไปให้ได้สักครั้ง
ผลิตภัณฑ์ป้องกันการนอนกรน 70% ไม่ได้ผล!!
อำเภอที่มีคนอยู่น้อยกว่า 5000 คน เพียง 2 อำเภอเท่านั้นในไทย

