การตลาดแบบข่าวแย่คืออะไร ทำไมบางแบรนด์ยิ่งโดนด่ากลับยิ่งขายดี?
การตลาดแบบข่าวแย่คืออะไร ทำไมบางแบรนด์ยิ่งโดนด่ากลับยิ่งขายดี?
ในโลกธุรกิจมีคำพูดที่หลายคนเคยได้ยินว่า “ไม่มีข่าวไหนแย่ ถ้าคนยังพูดถึงเรา” แนวคิดนี้ทำให้บางแบรนด์เลือกสร้างประเด็นที่แปลก แรง หรือชวนถกเถียง เพื่อให้ชื่อแบรนด์ปรากฏบนหน้าฟีดและกลายเป็นกระแส
กลยุทธ์ลักษณะนี้มักถูกเรียกว่า การตลาดแบบข่าวแย่ ๆ หรือเชื่อมโยงกับ Bad Publicity Marketing และ Shock Marketing แม้จะทำให้แบรนด์ถูกตำหนิ แต่ในบางกรณีกลับช่วยเพิ่มการรับรู้ กระตุ้นความอยากรู้อยากลอง และนำไปสู่ยอดขายได้
อย่างไรก็ตาม การถูกพูดถึงไม่ได้แปลว่าแบรนด์จะได้ประโยชน์เสมอไป เพราะกระแสด้านลบที่กระทบความไว้วางใจอาจกลายเป็นวิกฤตที่แก้ไขได้ยาก
การตลาดแบบข่าวแย่ ๆ คืออะไร?
การตลาดแบบข่าวแย่ ๆ คือการสร้างหรือหยิบประเด็นที่ทำให้ผู้คนพูดถึงแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นความแปลก ความขัดแย้ง ความตกใจ หรือการทำสิ่งที่แตกต่างจากคู่แข่ง จนเกิดการแชร์และวิพากษ์วิจารณ์บนสื่อสังคมออนไลน์
เป้าหมายหลักคือ การแย่งชิงความสนใจ เพราะผู้บริโภคต้องพบกับเนื้อหาและโฆษณาจำนวนมากในแต่ละวัน การทำให้คนหยุดดู จดจำชื่อ หรืออยากค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมจึงมีความสำคัญไม่แพ้การผลิตโฆษณาที่สวยงาม
ตัวอย่างของวิธีที่มักถูกนำมาใช้ ได้แก่
-
โฆษณาที่มีเนื้อหาชวนถกเถียง
-
การออกสินค้ารูปร่างหรือรสชาติแปลก
-
การตั้งราคาที่สูงหรือต่ำผิดจากความคาดหมาย
-
การใช้ข้อความโฆษณาที่ตรงหรือแรงกว่าคู่แข่ง
-
การตอบโต้กระแสบนโซเชียลมีเดียด้วยบุคลิกเฉพาะตัว
สิ่งสำคัญคือ ไม่ใช่ทุกกรณีที่เกิดข่าวด้านลบจะถือเป็นกลยุทธ์ เพราะบางเหตุการณ์อาจเกิดจากความผิดพลาดจริง ไม่ใช่สิ่งที่แบรนด์วางแผนไว้
ทำไมข่าวด้านลบจึงดึงดูดความสนใจ?
หนึ่งในคำอธิบายทางจิตวิทยาคือปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Negativity Bias หรือแนวโน้มที่มนุษย์จะให้ความสนใจ เรียนรู้ และตอบสนองต่อข้อมูลด้านลบมากกว่าข้อมูลด้านบวกในหลายสถานการณ์
จึงไม่น่าแปลกที่เรามักพบว่า
-
ข่าวดราม่าได้รับความสนใจรวดเร็ว
-
คลิปที่มีข้อถกเถียงมีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก
-
โพสต์ที่เกิดการโต้เถียงถูกส่งต่อออกไปนอกกลุ่มผู้ติดตามเดิม
-
คนที่ไม่เคยรู้จักแบรนด์มาก่อนเริ่มค้นหาว่าเกิดอะไรขึ้น
บนแพลตฟอร์มออนไลน์ การกดแสดงความคิดเห็น แชร์ หรือโต้ตอบถือเป็นสัญญาณว่าเนื้อหากำลังได้รับความสนใจ แม้แต่ความคิดเห็นที่เข้ามาตำหนิก็อาจทำให้โพสต์มีความเคลื่อนไหวและถูกพบเห็นในวงกว้างขึ้นได้ ทั้งนี้ การกระจายเนื้อหายังขึ้นอยู่กับระบบและปัจจัยอื่นของแต่ละแพลตฟอร์มด้วย
ทำไมบางแบรนด์ยิ่งโดนด่า ยิ่งขายดี?
งานศึกษาด้านการตลาดพบว่า ข่าวเชิงลบอาจช่วยเพิ่มโอกาสซื้อในบางสถานการณ์ได้ โดยเฉพาะเมื่อสินค้าหรือผู้ผลิตยังไม่เป็นที่รู้จัก เพราะกระแสดังกล่าวทำให้ผู้บริโภครับรู้ว่ามีสินค้านั้นอยู่ อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์อาจแตกต่างจากแบรนด์ที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว ซึ่งมีภาพจำและความคาดหวังจากลูกค้าสูงกว่า
สาเหตุที่กระแสลบอาจเปลี่ยนเป็นยอดขาย มีหลายประการ
1. คนรู้จักชื่อแบรนด์มากขึ้น
หากเดิมมีคนรู้จักแบรนด์เพียงกลุ่มเล็ก ๆ แต่เมื่อเกิดกระแส ชื่อสินค้าอาจถูกมองเห็นโดยผู้คนจำนวนมาก แม้หลายคนจะเข้ามาเพราะความอยากรู้อยากเห็น แต่บางส่วนอาจกลายเป็นลูกค้าใหม่ได้
ประโยชน์ในลักษณะนี้มักเกิดกับแบรนด์หรือสินค้าที่คนยังไม่คุ้นเคย เพราะก่อนเกิดกระแส ผู้บริโภคอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีสินค้านั้นวางขายอยู่
2. ผู้บริโภคอยากพิสูจน์ด้วยตัวเอง
เมื่อเห็นคนจำนวนมากแสดงความคิดเห็น ผู้บริโภคบางคนอาจเกิดคำถามว่า
-
อร่อยจริงหรือเปล่า?
-
ใช้ดีจริงไหม?
-
ราคาเหมาะสมหรือไม่?
-
ทำไมคนถึงวิจารณ์กันมาก?
-
สินค้าแย่อย่างที่ถูกกล่าวหาจริงหรือ?
สุดท้ายจึงตัดสินใจซื้อเพื่อทดลองและหาคำตอบด้วยตัวเอง โดยเฉพาะสินค้าที่ราคาไม่สูงมากและทดลองซื้อได้ง่าย
3. กระแสทำให้เกิดการพูดถึงต่อเนื่อง
เมื่อมีคนแสดงความคิดเห็น ทำคลิปรีวิว ล้อเลียน หรือนำประเด็นไปเล่าต่อ ชื่อแบรนด์จะถูกพูดซ้ำหลายครั้ง การเห็นชื่อเดิมบ่อย ๆ อาจทำให้ผู้บริโภคจดจำแบรนด์ได้ แม้ยังไม่เคยใช้สินค้าก็ตาม
4. แบรนด์มีฐานลูกค้าที่เข้าใจบุคลิกอยู่แล้ว
บางแบรนด์สร้างภาพจำว่าเป็นแบรนด์ขี้เล่น กล้าพูด หรือชอบท้าทายกรอบเดิม เมื่อตอบโต้กระแสด้วยน้ำเสียงที่สอดคล้องกับบุคลิก ลูกค้าประจำอาจมองว่าเป็นความสนุกมากกว่าจะรู้สึกว่าแบรนด์กำลังสร้างปัญหา
แต่สิ่งที่ใช้ได้กับแบรนด์หนึ่ง อาจใช้ไม่ได้กับอีกแบรนด์หนึ่ง เพราะกลุ่มลูกค้า ความคาดหวัง และระดับความไว้วางใจแตกต่างกัน
ประเด็นแบบไหนอาจเปลี่ยนเป็นผลดี?
กระแสด้านลบที่ยังพอเปลี่ยนเป็นประโยชน์ได้ มักเป็นประเด็นที่ไม่ทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าตนเองกำลังเสี่ยงหรือถูกเอาเปรียบ เช่น
-
รูปลักษณ์สินค้าที่แปลกจนถูกนำไปล้อ
-
รสชาติใหม่ที่คนมีความเห็นแตกต่างกัน
-
แคมเปญที่ตั้งใจเล่นกับอารมณ์ขัน
-
ราคาสินค้าที่ทำให้คนสงสัยและอยากรู้เหตุผล
-
ข้อความโฆษณาที่ท้าทายแต่ไม่หลอกลวง
-
บุคลิกบนโซเชียลที่ตรงไปตรงมาแต่ไม่ดูหมิ่นผู้อื่น
แม้ประเด็นเหล่านี้อาจทำให้เกิดคำวิจารณ์ แต่โดยทั่วไปยังไม่กระทบแก่นสำคัญอย่างคุณภาพ ความปลอดภัย หรือความซื่อสัตย์ของแบรนด์
ข่าวแย่กับวิกฤตไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
จุดที่หลายคนมักเข้าใจผิดคือ การคิดว่าเสียงวิจารณ์ทุกชนิดสามารถนำมาเปลี่ยนเป็นการตลาดได้
ข่าวแย่ที่สร้างกระแส อาจเป็นแคมเปญแปลกใหม่หรือการสื่อสารที่ทำให้ความคิดเห็นแตกออกเป็นหลายฝ่าย โดยไม่ได้กระทบต่อคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้า
แต่ วิกฤตของแบรนด์ คือเหตุการณ์ที่ทำให้ผู้บริโภคสูญเสียความไว้วางใจ เช่น
-
สินค้าไม่ได้มาตรฐานหรือไม่ปลอดภัย
-
ปกปิดข้อมูลสำคัญ
-
โฆษณาเกินจริงหรือทำให้เข้าใจผิด
-
หลอกลวงผู้บริโภค
-
บริการที่ทำให้ลูกค้าได้รับความเสียหาย
-
การกระทำที่อาจผิดกฎหมาย
-
การจัดการข้อร้องเรียนอย่างไม่รับผิดชอบ
กรณีเหล่านี้ไม่ควรถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์เรียกกระแส เพราะความสนใจที่ได้รับอาจตามมาด้วยการเลิกซื้อ การร้องเรียน การตรวจสอบ หรือผลกระทบทางธุรกิจในระยะยาว
ความเสี่ยงที่แบรนด์ต้องรับให้ได้
แม้การตลาดลักษณะนี้จะสร้างการรับรู้ได้รวดเร็ว แต่ก็มีความเสี่ยงสูง เช่น
-
ลูกค้าเดิมเลิกซื้อสินค้า
-
ผู้บริโภคจดจำเฉพาะเรื่องเสียหาย
-
สูญเสียความน่าเชื่อถือ
-
พันธมิตรทางธุรกิจถอนตัว
-
ผู้สนับสนุนยกเลิกความร่วมมือ
-
พนักงานได้รับผลกระทบจากชื่อเสียงองค์กร
-
ต้องใช้งบประมาณจำนวนมากเพื่อฟื้นฟูภาพลักษณ์
ยิ่งเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว ผลกระทบอาจยิ่งรุนแรง เพราะผู้บริโภคมีความคาดหวังต่อแบรนด์สูงและมีความเข้าใจเกี่ยวกับสินค้านั้นอยู่ก่อนแล้ว งานศึกษาบางส่วนจึงชี้ว่า ผลจากข่าวด้านลบไม่ได้เป็นบวกกับทุกแบรนด์ และขึ้นอยู่กับระดับการรับรู้เดิมของผู้บริโภคด้วย
เช็กอย่างไรก่อนสร้างประเด็นให้คนพูดถึง?
ก่อนใช้แคมเปญที่อาจทำให้เกิดข้อถกเถียง แบรนด์ควรถามตัวเองอย่างน้อยว่า
-
ประเด็นนี้กระทบความปลอดภัยหรือสิทธิของผู้บริโภคหรือไม่?
-
หากถูกวิจารณ์ แบรนด์มีข้อมูลและคำอธิบายที่ชัดเจนหรือไม่?
-
กลุ่มลูกค้าหลักจะเข้าใจเจตนาของแคมเปญหรือไม่?
-
การถูกพูดถึงช่วยให้คนเข้าใจสินค้ามากขึ้น หรือเพียงทำให้แบรนด์ดูแย่?
-
หากสถานการณ์รุนแรงขึ้น มีแผนรับมือและผู้รับผิดชอบหรือไม่?
-
เมื่อกระแสจบลง ผู้บริโภคจะจดจำคุณค่าของสินค้า หรือจำเพียงดราม่า?
หากคำตอบส่วนใหญ่ไม่ชัดเจน การหยุดทบทวนอาจปลอดภัยกว่าการหวังพึ่งกระแส
ควรใช้การตลาดแบบข่าวแย่หรือไม่?
คำตอบคือ ไม่มีสูตรสำเร็จ
หากแบรนด์มีแผนรับมือที่ดี สินค้ามีคุณภาพ และประเด็นที่สร้างขึ้นไม่ทำลายความเชื่อมั่น การสร้างข้อถกเถียงอาจช่วยเพิ่มการรับรู้และดึงให้ผู้บริโภคเข้ามาทดลองสินค้าได้
แต่หากหวังเพียงให้คนพูดถึงโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบ กระแสด้านลบอาจย้อนกลับมาทำร้ายแบรนด์มากกว่าที่คาดไว้ เพราะยอดการมองเห็นและยอดแสดงความคิดเห็นไม่ใช่สิ่งเดียวกับยอดขาย ความภักดี หรือความไว้วางใจ
ในระยะยาว ธุรกิจส่วนใหญ่มักเติบโตจากคุณภาพสินค้า การบริการที่ดี ความรับผิดชอบ และความเชื่อมั่นของลูกค้า มากกว่าการพึ่งพากระแสเพียงอย่างเดียว
สรุป
การตลาดแบบข่าวแย่ ๆ เป็นกลยุทธ์ที่อาศัยประเด็นซึ่งทำให้ผู้คนอยากพูดถึง ข่าวด้านลบอาจช่วยให้แบรนด์ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักได้รับความสนใจ และกระตุ้นให้ผู้บริโภคบางส่วนซื้อสินค้าเพื่อพิสูจน์ด้วยตัวเอง
อย่างไรก็ตาม การเป็นที่พูดถึงไม่ได้หมายความว่าจะประสบความสำเร็จเสมอไป หากประเด็นนั้นเกี่ยวข้องกับคุณภาพ ความปลอดภัย การหลอกลวง หรือความรับผิดชอบของธุรกิจ กระแสที่ได้รับอาจกลายเป็นวิกฤตและทำลายความไว้วางใจในระยะยาว
สิ่งที่แบรนด์ควรจำจึงไม่ใช่เพียงว่า “ทำอย่างไรให้คนพูดถึง” แต่ต้องตอบให้ได้ด้วยว่า เมื่อกระแสจบลงแล้ว ผู้บริโภคจะยังมีเหตุผลอะไรให้เลือกซื้อและเชื่อใจแบรนด์ต่อไป
SOURCES:
Stanford Graduate School of Business, Marketing Science, PubMed Central
REFERENCES:
https://www.gsb.stanford.edu/faculty-research/publications/positive-effects-negative-publicity-when-negative-reviews-increase
https://econpapers.repec.org/RePEc:inm:ormksc:v:29:y:2010:i:5:p:815-827
https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC3652533/
เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
สวนสนุกในตำนานของไทย ที่ถูกยกให้เป็นสถานที่น่ากลัวมาจนถึงปัจจุบัน
ตำรวจญี่ปุ่นยิงปืนขึ้นฟ้าเตือน หญิงวัย 42 ถือมีดเดินเข้าหาเจ้าหน้าที่
10 หมู่บ้านร้างในประเทศไทย ที่ครั้งหนึ่งเคยมีผู้คนอาศัย แต่ปัจจุบันถูกทิ้งร้าง
5 ความผิดพลาดของบุคคลสำคัญ ในประวัติศาสตร์ที่ยังถูกพูดถึง
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
เลขมงคล หวยงวด 1 สิงหาคม 2569 ถอดรหัสชุดเลข 2 ตัว 3 ตัววันเสาร์มหาโชค
ผลไม้ที่หวานที่สุดในโลกคืออะไร ทำไมอินทผลัมจึงเป็นตัวเต็ง
สูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 1/8/69
เม็ดเลือดขาวทำงานอย่างไร รู้จักกองทัพภูมิคุ้มกันของร่างกาย
4 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับถุงยางอนามัย ตั้งแต่วีแกนถึงแบบสเปรย์
มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ
ตำรวจญี่ปุ่นยิงปืนขึ้นฟ้าเตือน หญิงวัย 42 ถือมีดเดินเข้าหาเจ้าหน้าที่
เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
ทำไม "ซูดาน" ถึงมีพีระมิดมากกว่า "อียิปต์"?
ย้อนรอยประวัติศาสตร์การตั้งชื่อ "ถนนทางหลวง" สายสำคัญของไทย
ถั่วนัตโตะ เมือกยืดที่จัดว่าเป็น Superfood ทางโภชนาการที่ทรงคุณค่า
ผลไม้ที่หวานที่สุดในโลกคืออะไร ทำไมอินทผลัมจึงเป็นตัวเต็ง




