ทำไมลูกโป่งแฟบเอง
เคยเป่าลูกโป่งให้เต็มแล้ววางทิ้งไว้ไหม ตอนแรกมันตึงและกลมสวย แต่ผ่านไปหนึ่งคืนหรือไม่กี่วัน ลูกโป่งกลับเริ่มเหี่ยวลง ทั้งที่ไม่มีรู ไม่มีรอยแตก และไม่ได้มีใครไปแตะต้อง
หลายคนอาจคิดว่าถ้าไม่มีรู อากาศก็น่าจะอยู่ข้างในเหมือนเดิม แต่ความจริงแล้วผิวของลูกโป่งไม่ได้ปิดสนิทแบบกำแพง อากาศภายในสามารถค่อย ๆ เคลื่อนผ่านออกมาได้ทีละน้อย
สาเหตุหลักมาจากโครงสร้างของยางที่ใช้ทำลูกโป่ง
ยางดูเหมือนเป็นวัสดุทึบ แต่ในระดับเล็กมาก ๆ โมเลกุลของยางไม่ได้เรียงตัวติดกันแบบไม่มีช่องว่าง เมื่อภายในลูกโป่งมีอากาศที่ถูกอัดด้วยความดันสูงกว่าอากาศภายนอก โมเลกุลของก๊าซบางส่วนจึงสามารถแทรกผ่านโครงสร้างของยางออกมาได้
กระบวนการนี้เรียกว่า "การแพร่" เป็นการเคลื่อนที่ของโมเลกุลจากบริเวณที่มีความเข้มข้นสูงไปยังบริเวณที่มีความเข้มข้นต่ำกว่า
ภายในลูกโป่งที่เพิ่งเป่าเสร็จมีโมเลกุลอากาศจำนวนมากและมีแรงดันสูงกว่าอากาศด้านนอก เมื่อเวลาผ่านไป โมเลกุลบางส่วนจึงค่อย ๆ ผ่านผิวลูกโป่งออกมา ทำให้ปริมาตรของลูกโป่งลดลงทีละน้อย
เหตุผลที่เราไม่เห็นลูกโป่งยุบลงทันที เพราะกระบวนการนี้เกิดช้ามาก ไม่ได้เหมือนการเปิดวาล์วให้อากาศไหลออก แต่เป็นการเคลื่อนที่ของโมเลกุลทีละจำนวนเล็กน้อย
ชนิดของก๊าซที่อยู่ในลูกโป่งก็มีผลด้วย
หากเป่าด้วยลมหายใจ ลูกโป่งจะประกอบด้วยก๊าซหลายชนิด เช่น ไนโตรเจน ออกซิเจน และคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งมีขนาดโมเลกุลแตกต่างกัน ก๊าซบางชนิดสามารถผ่านวัสดุได้ง่ายกว่าชนิดอื่น
ส่วนลูกโป่งที่บรรจุฮีเลียมมักแฟบเร็วกว่าลูกโป่งที่เป่าด้วยลมหายใจ เพราะอะตอมของฮีเลียมมีขนาดเล็กมาก สามารถผ่านช่องว่างเล็ก ๆ ในโครงสร้างของยางได้ง่ายกว่า
นอกจากชนิดของก๊าซแล้ว อุณหภูมิก็มีผลเช่นกัน
ถ้าวางลูกโป่งไว้ในที่ร้อน อากาศภายในจะขยายตัว ทำให้ลูกโป่งดูตึงขึ้นชั่วคราว แต่เมื่ออุณหภูมิลดลง อากาศภายในจะหดตัว ลูกโป่งจึงดูแฟบลงได้ แม้ว่าปริมาณก๊าซจะไม่ได้หายไปทั้งหมด
อีกเรื่องที่น่าสนใจคือทำไมลูกโป่งบางชนิดอยู่ได้นานกว่าชนิดอื่น
ลูกโป่งยางธรรมดามักแฟบเร็ว เพราะยางมีความยืดหยุ่นและมีช่องว่างในโครงสร้างมากกว่า ส่วนลูกโป่งฟอยล์ที่ทำจากแผ่นพลาสติกเคลือบโลหะมักเก็บก๊าซได้นานกว่า เพราะวัสดุมีคุณสมบัติกีดขวางการผ่านของโมเลกุลได้ดีกว่า
การที่ลูกโป่งค่อย ๆ แฟบจึงไม่ได้หมายความว่ามันมีรูเสมอไป แต่เป็นธรรมชาติของวัสดุทุกชนิดที่ไม่ได้ปิดกั้นก๊าซได้สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์
แม้แต่สิ่งที่ดูเหมือนปิดสนิทที่สุดก็ยังมีการเคลื่อนที่ของโมเลกุลอยู่ตลอดเวลา เพียงแต่มนุษย์เราไม่สามารถมองเห็นการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ เหล่านี้ได้ด้วยตาเปล่า
ดังนั้นลูกโป่งที่เหี่ยวลงหลังจากตั้งทิ้งไว้หลายวัน ไม่ได้กำลังเสียหรือรั่วอย่างลึกลับ แต่มันกำลังทำตามกฎธรรมชาติของก๊าซและวัสดุ เพียงแค่กระบวนการนั้นเกิดขึ้นช้า ๆ จนเราเพิ่งสังเกตเห็นเมื่อมันไม่กลมเหมือนวันแรกอีกต่อไป
ทุเรียนจังหวัดไหนแพงที่สุด? เปิด 5 แหล่งทุเรียนพรีเมียมของไทย
เลขเด็ด แม่ตุ๊กตา งวด 1 ก.ย. 69
ไชรหัสเลข ขุนพันธุ์ นำโชค 1/9/69
เเนวทางเลขนำโชค "เจ้าเเม่ทองมา" 1/9/69
6 ประเทศที่ยังไม่มีรถไฟ และดูเหมือนยังไม่จำเป็นต้องสร้างรางรถไฟ
3 แหล่งปลูกข้าวหอมมะลิ ที่ขึ้นชื่อว่าอร่อยที่สุดในประเทศไทย
ปิดแฟ้มคดี“ฮลุน โซโล่”เมื่อหลักฐานล่าสุดมาถึงแล้ว
สูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 1/9/69
งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ
นามสกุล “แม็คโดนัลด์” มีความพิเศษอย่างไร?
7 วิธีลดแรงกดดันจากตัวเอง ให้ใจเบาลงทีละก้าว
เปิดความจริง 'เมียให้เช่า' ในลาว เรื่องจริงหรือคำเรียกที่คนบนอินเทอร์เน็ตเข้าใจผิด
ปิดแฟ้มคดี“ฮลุน โซโล่”เมื่อหลักฐานล่าสุดมาถึงแล้ว
ครูเหม เวชกร: จากจิตกรเอกมือเทวดาสู่บรมครูเรื่องผีแห่งสยามประเทศ
ทุเรียนจังหวัดไหนแพงที่สุด? เปิด 5 แหล่งทุเรียนพรีเมียมของไทย

