ทำไมดาวถึงกะพริบแต่ดาวเคราะห์ไม่ค่อยกะพริบ
หลายคนเคยนั่งมองท้องฟ้ายามค่ำคืนแล้วสังเกตว่า ดาวบางดวงระยิบระยับเหมือนกำลังกะพริบตา แต่เมื่อมองไปยังดาวเคราะห์อย่างดาวศุกร์หรือดาวพฤหัสบดี กลับเห็นแสงนิ่งกว่ามาก จนเกิดคำถามว่าทั้งคู่ก็เป็นวัตถุบนท้องฟ้าเหมือนกัน แล้วทำไมถึงดูต่างกัน
คำตอบไม่ได้อยู่ที่ตัวดาว แต่อยู่ที่บรรยากาศของโลกที่เรากำลังมองผ่าน
ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า แสงจากดาวฤกษ์เดินทางไกลมากกว่าจะมาถึงโลก ดาวฤกษ์แต่ละดวงอยู่ห่างออกไปหลายปีแสง หลายสิบปีแสง หรือไกลกว่านั้นมาก เมื่อมองจากโลก ดาวจึงดูเหมือนเป็นเพียง "จุดเล็กมาก" บนท้องฟ้า
ระหว่างที่แสงเดินทางผ่านชั้นบรรยากาศของโลก มันต้องผ่านอากาศที่มีอุณหภูมิ ความหนาแน่น และการเคลื่อนไหวไม่เท่ากัน คล้ายกับเวลามองวัตถุผ่านอากาศร้อนเหนือพื้นถนนที่ทำให้ภาพสั่นไหว
เมื่อแสงจากดาวผ่านชั้นอากาศที่ปั่นป่วนเหล่านี้ ทิศทางของแสงจะเปลี่ยนเล็กน้อยตลอดเวลา ทำให้ความสว่างที่เราเห็นเปลี่ยนตามไปด้วย จึงเกิดเป็นอาการที่เหมือนดาวกำลังกะพริบ
นักดาราศาสตร์เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า "การแวววับของดาว" หรือ Stellar Scintillation
แล้วทำไมดาวเคราะห์ถึงไม่ค่อยกะพริบ
แม้ว่าดาวเคราะห์จะอยู่ไกลมาก แต่ก็อยู่ใกล้โลกกว่าดาวฤกษ์อย่างมหาศาล ทำให้เมื่อมองผ่านกล้องหรือแม้แต่ด้วยตาเปล่า ดาวเคราะห์ไม่ได้เป็นเพียงจุดเล็กที่สุดเหมือนดาวฤกษ์ แต่มีขนาดปรากฏบนท้องฟ้ามากกว่าเล็กน้อย
แสงจากดาวเคราะห์จึงมาถึงดวงตาของเราจากหลายตำแหน่งบนพื้นผิวของมันพร้อมกัน แม้ว่าบางส่วนของแสงจะถูกรบกวนโดยบรรยากาศ แต่ส่วนอื่นยังคงค่อนข้างคงที่ ผลที่ได้คือความสว่างเฉลี่ยยังดูนิ่งกว่าดาวฤกษ์
ไม่ได้หมายความว่าดาวเคราะห์ไม่กะพริบเลย
หากบรรยากาศปั่นป่วนมาก เช่น คืนที่อากาศแปรปรวน หรือเมื่อดาวเคราะห์อยู่ต่ำใกล้ขอบฟ้า แสงก็อาจสั่นหรือกะพริบให้เห็นได้เหมือนกัน เพียงแต่โดยทั่วไปจะไม่เด่นชัดเท่าดาวฤกษ์
ตำแหน่งของวัตถุบนท้องฟ้าก็มีผล
เมื่อดาวหรือดาวเคราะห์อยู่สูงเหนือศีรษะ แสงจะเดินทางผ่านชั้นบรรยากาศในระยะที่สั้นกว่า จึงถูกรบกวนน้อยกว่า แต่เมื่ออยู่ใกล้ขอบฟ้า แสงต้องผ่านชั้นอากาศหนากว่าหลายเท่า ทำให้ดูสั่นไหวมากขึ้น
บางครั้งเราจะเห็นดาวใกล้ขอบฟ้ากะพริบเป็นสีแดง สีเขียว หรือสีน้ำเงินสลับกัน นั่นก็เกิดจากบรรยากาศหักเหแสงแต่ละสีไม่เท่ากัน ทำให้สีที่เข้าสู่ตาเราเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
เหตุผลนี้เองที่หอดูดาวขนาดใหญ่ทั่วโลกมักสร้างบนยอดเขาสูง เพราะอากาศบางกว่าและมีความปั่นป่วนน้อยกว่า ทำให้ภาพจากกล้องโทรทรรศน์คมชัดขึ้น นอกจากนี้หอดูดาวสมัยใหม่หลายแห่งยังใช้เทคโนโลยีปรับแก้ความปั่นป่วนของบรรยากาศแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ได้ภาพใกล้เคียงกับการสังเกตจากอวกาศมากที่สุด
ถ้าอยากลองแยกว่าจุดสว่างบนท้องฟ้าเป็นดาวฤกษ์หรือดาวเคราะห์ ลองสังเกตง่าย ๆ ด้วยตาเปล่า หากแสงกะพริบระยิบระยับอย่างชัดเจน มักเป็นดาวฤกษ์ แต่ถ้าแสงดูนิ่งและสว่างสม่ำเสมอ มีโอกาสสูงว่าจะเป็นดาวเคราะห์ แม้ว่าวิธีนี้จะไม่ถูกต้องในทุกสถานการณ์ แต่ก็ใช้สังเกตได้ค่อนข้างดีในคืนที่ท้องฟ้าแจ่มใส
ครั้งหน้าที่เงยหน้ามองท้องฟ้าแล้วเห็นดาวระยิบระยับ ลองนึกดูว่า สิ่งที่กำลังกะพริบไม่ได้เกิดจากดาวกำลังเปลี่ยนความสว่าง แต่เป็นชั้นบรรยากาศของโลกที่กำลังทำให้แสงของมันสั่นไหว ก่อนจะเดินทางมาถึงสายตาของเรา
5 อุทยานที่สวยที่สุดในไทย
เปิดตำนาน 7 ห้างสรรพสินค้าในอดีตที่เคยรุ่งเรือง
10 กุศโลบายแปลกๆของคนไทย
จุดกำเนิดไฟฟ้าครั้งแรกในสยาม
เลขมงคล เพชรกล้า "เด็กชายนำโชค" 1/8/69
เปิดแนวทางเลขเด็ด "อาจารย์หนู" งวดวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2569
ทำไมเสาไม้ใต้เวนิสยังไม่ผุ
รู้หรือไม่? ไม่ใช่แค่ไทยที่กินข้าวเหนียว! เปิดรายชื่อ9ประเทศที่นิยมกิน "ข้าวเหนียว"
เสียงระเบิดที่ดังที่สุดในประวัติศาสตร์โลก
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
ย้อนวัย "แท้งค์น้ำปูนในโรงเรียน" ความทรงจำเย็นฉ่ำที่เด็กยุคก่อนไม่มีวันลืม!
3 แมลงกินได้จากธรรมชาติที่หายากและมีราคาสูงที่สุดในประเทศไทย
จุดกำเนิดไฟฟ้าครั้งแรกในสยาม
5 อุทยานที่สวยที่สุดในไทย
เสียงระเบิดที่ดังที่สุดในประวัติศาสตร์โลก
ประเทศที่คนนิยมกินแมลงจากไทยมากที่สุด อันดับที่หนึ่งของโลก
5 อาชีพธรรมดา แต่สร้างรายได้สูงในประเทศไทย
บิล มอร์แกน ชายผู้รอดชีวิต ก่อนขูดลอตเตอรี่ถูกรางวัล 2 ครั้ง



