หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมบางคืนพระจันทร์ถึงเป็นสีส้ม

เขียนโดย TEN OUT OF TEN

หลายคนน่าจะเคยเงยหน้ามองท้องฟ้าตอนหัวค่ำ แล้วรู้สึกแปลกใจว่าทำไมพระจันทร์คืนนี้ดูไม่เหมือนทุกคืน บางวันขาวสว่าง บางวันออกเหลืองนวล แต่บางคืนกลับกลายเป็นสีส้มจนดูเหมือนโคมไฟดวงใหญ่ลอยอยู่เหนือขอบฟ้า

พอเห็นแบบนั้นก็มีคนโยงไปถึงเรื่องลางบอกเหตุ เรื่องดวงดาว หรือคิดว่าอาจกำลังจะเกิดปรากฏการณ์พิเศษ ทั้งที่ความจริงแล้ว ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของแสงและบรรยากาศรอบโลกที่เราอยู่มากกว่าจะเป็นตัวพระจันทร์เอง

สิ่งแรกที่ควรรู้คือ พระจันทร์ไม่ได้เปล่งแสงของตัวเอง แสงที่เราเห็นคือแสงอาทิตย์ที่สะท้อนจากพื้นผิวของดวงจันทร์กลับมายังโลก ดังนั้นสีที่เราเห็นจึงเปลี่ยนไปได้ตามสภาพของชั้นบรรยากาศที่แสงต้องเดินทางผ่านก่อนจะมาถึงสายตา

ช่วงที่เห็นพระจันทร์เป็นสีส้มมากที่สุด มักเป็นตอนที่พระจันทร์เพิ่งโผล่ขึ้นจากขอบฟ้า หรือกำลังจะลับขอบฟ้าในช่วงเช้ามืด

สาเหตุคือ ตอนนั้นแสงจากพระจันทร์ต้องเดินทางผ่านชั้นบรรยากาศของโลกเป็นระยะทางที่ยาวกว่าตอนที่พระจันทร์อยู่สูงบนท้องฟ้า ระหว่างทาง แสงสีฟ้าและสีม่วงซึ่งมีความยาวคลื่นสั้นจะถูกกระเจิงออกไปมากกว่า เหลือแสงสีเหลือง สีส้ม และสีแดงเดินทางมาถึงดวงตาของเราได้มากกว่า เราจึงเห็นพระจันทร์ออกเป็นโทนอบอุ่น

หลักการเดียวกันนี้ยังอธิบายได้ว่าทำไมพระอาทิตย์ตอนเช้าหรือช่วงเย็นถึงมีสีส้มและสีแดง ทั้งที่ตอนกลางวันกลับดูขาวสว่างกว่า

นอกจากระยะทางที่แสงเดินผ่านบรรยากาศแล้ว สภาพอากาศก็มีผลไม่น้อย

ถ้าในอากาศมีฝุ่นละอองจำนวนมาก ควันจากไฟป่า หมอก ควันจากการเผา หรือมลพิษในเมือง อนุภาคเล็ก ๆ เหล่านี้จะช่วยกระเจิงแสงบางช่วงคลื่นเพิ่มขึ้น ทำให้แสงสีส้มและสีแดงยิ่งเด่นชัดกว่าเดิม

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าหลังวันที่อากาศมีฝุ่นมาก บางคนอาจรู้สึกว่าพระจันทร์ดูส้มกว่าปกติ แม้ขนาดของพระจันทร์จริง ๆ จะไม่ได้เปลี่ยนไปเลย

บางครั้งหลังฝนตกใหม่ ๆ หากยังมีละอองน้ำแขวนลอยอยู่ในอากาศ ก็อาจทำให้สีของพระจันทร์ดูนวลหรืออมเหลืองแตกต่างจากคืนอื่นได้เช่นกัน

หลายคนอาจเคยสังเกตว่า พระจันทร์สีส้มมักดูใหญ่กว่าปกติ

เรื่องนี้น่าสนใจ เพราะส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากพระจันทร์มีขนาดใหญ่ขึ้นจริง แต่เป็นสิ่งที่เรียกว่า "ภาพลวงตาของดวงจันทร์"

เมื่อพระจันทร์อยู่ใกล้ขอบฟ้า สมองของเราจะเปรียบเทียบมันกับสิ่งต่าง ๆ บนพื้นโลก ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ อาคาร ภูเขา หรือเสาไฟ ทำให้รู้สึกว่าพระจันทร์มีขนาดใหญ่มาก

แต่ถ้าลองถ่ายภาพด้วยเลนส์ตัวเดิมตอนพระจันทร์อยู่ต่ำและอยู่สูงบนท้องฟ้า ขนาดในภาพแทบไม่ต่างกันเลย

หลายคนจึงเข้าใจผิดว่าพระจันทร์สีส้มคือพระจันทร์ดวงใหญ่ ทั้งที่จริงเป็นสองเรื่องที่เกิดขึ้นพร้อมกันโดยบังเอิญ

อีกคำถามที่พบบ่อยคือ พระจันทร์สีส้มเกี่ยวข้องกับจันทรุปราคาหรือไม่

คำตอบคือ ไม่จำเป็น

พระจันทร์สีส้มที่เห็นในชีวิตประจำวัน ส่วนใหญ่เกิดจากการกระเจิงของแสงในชั้นบรรยากาศตามธรรมชาติ

ส่วนจันทรุปราคาเป็นอีกปรากฏการณ์หนึ่ง เกิดเมื่อโลกอยู่ระหว่างดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์ เงาของโลกบังแสงอาทิตย์ที่ส่องไปยังดวงจันทร์ แต่ยังมีแสงสีแดงบางส่วนหักเหผ่านชั้นบรรยากาศของโลกไปถึงพื้นผิวดวงจันทร์ ทำให้ช่วงที่เกิดจันทรุปราคาเต็มดวง เราอาจเห็นดวงจันทร์เป็นสีแดงอมน้ำตาล ซึ่งหลายคนเรียกว่า "พระจันทร์เลือด"

แม้จะดูคล้ายกัน แต่สาเหตุแตกต่างกันอย่างชัดเจน

บางครั้งพระจันทร์อาจมีสีส้มเข้มจนเกือบแดง โดยเฉพาะหลังเกิดไฟป่าขนาดใหญ่หรือภูเขาไฟปะทุ เพราะมีฝุ่นและละอองขนาดเล็กจำนวนมากลอยอยู่ในชั้นบรรยากาศ ส่งผลต่อการกระเจิงของแสงมากกว่าปกติ ปรากฏการณ์ลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก และทำให้ทั้งพระอาทิตย์กับพระจันทร์มีสีเปลี่ยนไปพร้อมกัน

ในประเทศไทยเอง หากเป็นช่วงที่ค่าฝุ่นสูง หรือมีหมอกควันจากหลายพื้นที่ ก็อาจสังเกตเห็นพระจันทร์ออกสีส้มได้ง่ายกว่าช่วงที่อากาศปลอดโปร่ง

คนที่ชอบถ่ายภาพพระจันทร์มักรู้ดีว่า ช่วงเวลาที่สวยที่สุดคือไม่กี่นาทีหลังพระจันทร์ขึ้นจากขอบฟ้า เพราะนอกจากสีจะออกส้มทองแล้ว ยังสามารถเก็บภาพร่วมกับภูเขา อาคาร หรือวิวเมืองได้ ทำให้ภาพดูมีมิติและสวยงามกว่าการถ่ายตอนพระจันทร์ลอยสูงกลางท้องฟ้า

หากสังเกตต่ออีกสักพัก จะพบว่าพระจันทร์ค่อย ๆ เปลี่ยนจากสีส้มเป็นสีเหลือง แล้วกลายเป็นสีขาวนวลเมื่อเคลื่อนตัวสูงขึ้น นั่นเป็นเพราะแสงไม่ต้องเดินทางผ่านชั้นบรรยากาศหนาเท่าตอนอยู่ใกล้ขอบฟ้าอีกต่อไป

ดังนั้น หากคืนไหนคุณเห็นพระจันทร์สีส้ม ก็ไม่ต้องรีบกังวลว่าเป็นลางประหลาดหรือเหตุการณ์เหนือธรรมชาติ ส่วนใหญ่แล้วเป็นผลจากกฎของฟิสิกส์ที่เกิดขึ้นเป็นปกติบนโลกของเราเอง

ยิ่งเข้าใจเหตุผลเบื้องหลัง ก็ยิ่งทำให้การเงยหน้ามองพระจันทร์ในแต่ละคืนสนุกขึ้น เพราะสีที่เปลี่ยนไปไม่ได้เป็นเพียงความสวยงาม แต่ยังเป็นเหมือนเบาะแสเล็ก ๆ ที่บอกเราว่า แสงกำลังเดินทางผ่านบรรยากาศของโลกในสภาพแบบไหน ก่อนจะมาถึงดวงตาของเรา

เนื้อหาโดย: TEN OUT OF TEN
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
TEN OUT OF TEN's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 87 ครั้ง
เขียนโดย TEN OUT OF TEN
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
รีวิวหนังดัง THE GORGEจังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียวรู้ไหมพู่ถุงเท้าลูกเสือ มีประโยชน์อะไรเปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทยทานตะวันใช้ลดการปนเปื้อนรังสีได้แค่ไหนเลขเด็ด "มนต์สิทธิ์" งวด 16 ตุลาคม 2569...ให้เลขเน้นๆ งวดนี้มาแน่!สะดุดเลข 6! “นกตาทิพย์” งวด 16 ต.ค. 69 แตกบน 4 คู่ เน้น 6 นำนกที่พบได้ในประเทศไทยเท่านั้น ไม่พบในพื้นที่อื่นใดอีกเลยบนโลกรู้หรือไม่ ชื่อของคนไทย เมื่อก่อนตั้งได้ แต่เดี๋ยวนี้ห้าม108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียงตลาดน้ำอันดับ 1 ของไทย ที่มีขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงมากที่สุด5 จังหวัด ที่ดินราคาประเมินถูกที่สุดในไทย ตารางวาเริ่มต้นหลักสิบมีจริง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
โรงแรมขนาดยักษ์ที่ใหญ่ที่สุด มีห้องพักมากสุดอันดับ 1 ในไทยจังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียวเปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ทำไมรูม่านตาแมวเป็นเส้น แต่ของคนกลับเป็นวงกลม?10 จังหวัดที่มีโรงงานอุตสาหกรรมมากที่สุดในประเทศไทย”นกที่พบได้ในประเทศไทยเท่านั้น ไม่พบในพื้นที่อื่นใดอีกเลยบนโลกทานตะวันใช้ลดการปนเปื้อนรังสีได้แค่ไหน
ตั้งกระทู้ใหม่