ทำความรู้จัก"มะระตุ้งติ้ง"ผลไม้ลูกจิ๋วที่หลายคนไม่เคยรู้จัก
แม้หลายคนจะคุ้นเคยกับ มะระจีน หรือ มะระขี้นก แต่ยังมีพืชอีกชนิดที่มีชื่อเรียกว่า "มะระตุ้งติ้ง" ซึ่งเป็นผลไม้พื้นบ้านขนาดเล็กที่คนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยไม่เคยเห็นมาก่อน ด้วยลักษณะผลที่มีขนาดจิ๋วและผิวเป็นตุ่มคล้ายมะระทั่วไป จึงเป็นพืชที่ชวนให้หลายคนสงสัยว่าคืออะไร และรับประทานได้หรือไม่
มะระตุ้งติ้ง เป็นชื่อเรียกพื้นบ้านของมะระป่าบางชนิดในสกุล Momordica มีลักษณะเป็นไม้เถาเลื้อย อายุปีเดียว ใช้มือเกาะในการยึดเกาะกับต้นไม้อื่น รั้ว หรือค้างปลูก
ผลมีขนาดเล็กกว่ามะระทั่วไป ผิวเปลือกมีตุ่มนูน เมื่อยังอ่อนจะมีสีเขียว และเมื่อสุกจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือสีส้ม จากนั้นผลจะแตกออกเผยให้เห็นเมล็ดที่หุ้มด้วยเยื่อสีแดงสด ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของพืชในสกุลนี้
ลักษณะเด่นของมะระตุ้งติ้ง เป็นไม้เถาเลื้อย เจริญเติบโตได้รวดเร็ว ใบเว้าหยักคล้ายใบมะระ ดอกสีเหลืองขนาดเล็ก ผลมีขนาดประมาณ 2–5 เซนติเมตร ผลอ่อนสีเขียว ผลสุกเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือสีส้ม เมื่อสุกจัด ผลจะแตกออกเผยให้เห็นเมล็ดสีแดงสด
ผลอ่อนของมะระตุ้งติ้งสามารถรับประทานได้ โดยนิยมนำไปแกง ผัด หรือลวกจิ้มน้ำพริก แต่มีรสขมค่อนข้างมาก ส่วนผลสุกไม่ค่อยนิยมนำมาปรุงอาหาร แม้เยื่อหุ้มเมล็ดสีแดงของบางชนิดจะรับประทานได้ แต่เมล็ดไม่ควรรับประทานในปริมาณมาก เพราะอาจทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ได้
สำหรับมะระตุ้งติ้งมีคุณค่าทางโภชนาการใกล้เคียงกับมะระชนิดอื่น ๆ เช่น
- มีใยอาหาร ช่วยส่งเสริมระบบขับถ่าย
- มีวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา
- มีวิตามินซี ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน
- มีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด
- นิยมใช้เป็นพืชสมุนไพรพื้นบ้านในบางพื้นที่ อย่างไรก็ตาม การใช้เพื่อรักษาโรคยังควรอาศัยข้อมูลทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ และไม่ควรใช้แทนการรักษาจากแพทย์
มะระตุ้งติ้ง ส่วนใหญ่จะพบได้ตามธรรมชาติในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยมักขึ้นตาม
ริมรั้ว.ป่าละเมาะ พื้นที่รกร้าง สวนและไร่นา เนื่องจากเป็นพืชที่ขึ้นง่าย จึงสามารถปลูกตามค้างหรือรั้วบ้านได้เช่นกัน
ข้อควรระวัง แม้มะระตุ้งติ้งจะเป็นพืชที่รับประทานได้ แต่ควรเก็บจากแหล่งที่มั่นใจว่าไม่มีสารเคมีตกค้าง และควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม โดยเฉพาะเมล็ดและผลสุก ไม่ควรรับประทานมากเกินไป หากไม่แน่ใจว่าเป็นมะระตุ้งติ้งหรือพืชชนิดใด ควรหลีกเลี่ยงการนำมารับประทาน เพราะพืชป่าบางชนิดอาจมีลักษณะคล้ายกัน
มะระตุ้งติ้งเป็นผลไม้หรือพืชพื้นบ้านลูกจิ๋วที่หลายคนอาจไม่เคยรู้จัก แม้จะมีขนาดเล็ก แต่ก็มีเอกลักษณ์ทั้งรูปร่างและสีสันของผลเมื่อสุก อีกทั้งยังสามารถนำผลอ่อนมาปรุงอาหารได้ และมีคุณค่าทางโภชนาการที่น่าสนใจ จึงนับเป็นพืชพื้นบ้านอีกชนิดหนึ่งที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์และศึกษา เพื่อให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นคงอยู่ต่อไป
เขียนโดย Djung
เน้นเนื้อหา เกี่ยวกับพืช เกษตร ต้นไม้ สุขภาพ และการลงทุนของโลกปัจจุบันที่เปลี่ยนไป ทั้งโลกการเงินและดิจิตัล
5 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาท
ส่อง “เลขน่าซื้อที่สุด” งวด 1 ก.ย. 2569 คัดเฉพาะเลขชนสำนักดัง ลุ้นรวยรับต้นเดือน! (รวมมิตรจบในกระทู้เดียว)
บอล ซุปเปอร์บอล มาแล้ว! แนวทางหวยงวด 1 ก.ย. 69 เน้นวิ่ง 9-6
5 โรงเรียนในตำนานของไทย เปิดประวัติ โรงเรียนเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่าร้อยปี
ค่าไฟ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท แล้วถ้าใช้ 350 หน่วย บิลทั้งก้อนจะถูกคิดยังไง?
ชาติที่คนใช้เงินในประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก
เปิดรายได้ "คนขายที่ปัดน้ำฝนข้างทาง" ขายดีขนาดไหน?
สลาก 5 ภาค งวด 1/9/69 เปิดแนวทางเลขเด็ด เลขดัง คอหวยลองส่อง
ส่องเลขเด็ด AI วิเคราะห์เลขท้าย 2 ตัว งวด 1 ก.ย. 2569 คัดตัวเต็งที่น่าซื้อที่สุดมาให้แล้ว
หมาไทยทำไมต้องหลังอาน
สัตว์ที่เกือบจะสูญพันธุ์จากประเทศไทย แต่กลับมาพบเพิ่มจำนวนได้อีกครั้ง
5 คณะที่เรียนจบแล้วอาจต้องเจอกับการแข่งขันสูงในยุค AI
อำเภอของไทยที่เสี่ยงอันตรายที่สุด ที่จะเจอกับภัยพิบัติแผ่นดินไหว


