ไขข้อสงสัย!"ว่านลูกไก่ทอง" เป็นต้นไม้จริงหรือ? ทำไมจึงดูเหมือนตุ๊กตาลูกไก่
หากพูดถึง ต้นไม้รูปร่างแปลกๆ ที่เราเคยเห็นตามร้านขายต้นไม้ ที่เหมือนตุ๊กตาลูกไก่อยู่ในกระถาง และเราก็ เอ๊ะ! คิดในใจว่าใช่ต้นไม้จริงหรือเปล่า ว่านชนิดนี้ชื่อว่า "ว่านลูกไก่ทอง" และหลายคนอาจเคยได้ยินชื่อ แต่ไม่เคยเห็นของจริง บางคนถึงกับเข้าใจว่าเป็นต้นไม้ที่ออกผลเป็นลูกไก่ หรือเป็นสิ่งมีชีวิตครึ่งพืชครึ่งสัตว์ ความเชื่อเหล่านี้เกิดขึ้นจากรูปร่างอันแปลกประหลาดของเหง้าว่าน ซึ่งเมื่อขุดขึ้นมาจากดินแล้วกลับด้าน จะมีลักษณะคล้ายลูกไก่ตัวเล็กที่มีขนสีเหลืองทองปกคลุมทั่วทั้งตัว แม้จะดูน่าอัศจรรย์ แต่แท้จริงแล้ว ว่านลูกไก่ทองเป็นเฟิร์นโบราณชนิดหนึ่งที่มีอยู่จริง และได้รับการยกย่องให้เป็นทั้งไม้มงคลและสมุนไพรพื้นบ้านมาช้านาน
ว่านลูกไก่ทองคืออะไร "ว่านลูกไก่ทอง" เป็นเฟิร์นขนาดใหญ่ มีชื่อวิทยาศาสตร์ Cibotium barometz พบได้ในหลายประเทศของเอเชีย รวมถึงประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่ป่าชื้นบนภูเขา จุดเด่นที่สุดคือ "เหง้า" ซึ่งปกคลุมด้วยขนสีเหลืองทองหนานุ่ม เมื่อขุดขึ้นมาแล้วตัดแต่งรากบางส่วน จะดูคล้ายลูกไก่ที่กำลังยืนอยู่ จึงเป็นที่มาของชื่อ "ว่านลูกไก่ทอง"
ส่วนเหนือดินจะเป็นใบเฟิร์นขนาดใหญ่ แผ่กว้างเป็นพุ่มสวยงาม แตกต่างจากเหง้าที่ซ่อนอยู่ใต้ดินอย่างสิ้นเชิง
ทำไมจึงดูเหมือนลูกไก่ สาเหตุที่เหง้าของว่านชนิดนี้ดูคล้ายลูกไก่ เกิดจากลักษณะตามธรรมชาติ ได้แก่ ขนสีเหลืองทองละเอียดคล้ายขนอ่อนของลูกไก่ ส่วนปลายของเหง้ามีรูปทรงคล้ายหัว รากที่ยื่นออกมาดูเหมือนขา.เมื่อนำมาวางในแนวที่เหมาะสม จะยิ่งดูคล้ายลูกไก่มากขึ้น.ด้วยเหตุนี้เอง ในอดีตผู้คนจำนวนไม่น้อยจึงเชื่อว่าเป็นพืชมหัศจรรย์
ทั้งนี้ว่านลูกไก่ยังมีตำนานทั่วโลก คือ ว่านลูกไก่ทองไม่ได้มีชื่อเสียงเฉพาะในเอเชียเท่านั้น แต่ยังเป็นที่รู้จักในยุโรปด้วย โดยนักเดินทางในสมัยหลายร้อยปีก่อนนำเรื่องเล่าเกี่ยวกับพืชชนิดนี้กลับไปยังยุโรป จนเกิดตำนานเกี่ยวกับพืชที่สามารถให้กำเนิดสัตว์ได้ ชาวยุโรปเรียกพืชชนิดนี้ว่า Vegetable Lamb of Tartary หรือ "ลูกแกะแห่งทาร์ทารี" เพราะมองว่าเหง้ามีรูปร่างคล้ายลูกแกะมากกว่าลูกไก่ ซึ่งในยุคนั้น หลายคนเชื่อว่าพืชชนิดนี้สามารถเติบโตเป็นสัตว์และกินหญ้ารอบ ๆ ตัวได้ ก่อนที่นักพฤกษศาสตร์จะพิสูจน์ในเวลาต่อมาว่า ความจริงแล้วเป็นเพียงเหง้าของเฟิร์นเท่านั้น ทำให้เรื่องราวนี้จึงกลายเป็นหนึ่งในตำนานพฤกษศาสตร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของโลก
ส่วนความเชื่อของชาวไทย ประเทศไทย เชื่อว่า"ว่านลูกไก่ทอง"ถือเป็นว่านมงคล โดยคนโบราณเชื่อว่า
ช่วยคุ้มครองเจ้าของ เสริมโชคลาภ เรียกทรัพย์
ป้องกันสิ่งไม่ดี ทำให้ค้าขายดี บางพื้นที่ยังมีความเชื่อว่า หากว่านส่งเสียงคล้ายลูกไก่ในยามค่ำคืน จะเป็นสัญญาณแห่งโชคลาภ ซึ่งเป็นความเชื่อพื้นบ้านที่สืบทอดกันมา ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยัน
ทั้งนี้นอกจากเชื่อในความเป็นมงคลแล้ว ตำรายาไทยและแพทย์แผนจีนยังใช้เหง้าของ ว่านลูกไก่ทอง เป็นสมุนไพร โดยเชื่อว่าช่วย บำรุงกำลัง บำรุงกระดูกและข้อ บรรเทาอาการปวดเมื่อย ใช้เป็นส่วนประกอบในตำรับยาพื้นบ้านบางชนิด แต่อย่างไรก็ตาม การใช้สมุนไพรควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ เพราะยังมีข้อจำกัดด้านหลักฐานทางการแพทย์สมัยใหม่
การปลูกเลี้ยง ว่านลูกไก่ทอง จะชอบสภาพแวดล้อมที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติ ได้แก่ ดินร่วน ระบายน้ำดี.ความชื้นสูง แสงแดดรำไร อากาศเย็นหรือไม่ร้อนจัด หากได้รับการดูแลที่เหมาะสม จะเจริญเติบโตเป็นเฟิร์นขนาดใหญ่ที่สวยงามและสามารถปลูกเป็นไม้ประดับได้ โดยปัจจุบันพบได้ยากขึ้น เนื่องจากว่านลูกไก่ทองเติบโตค่อนข้างช้า และในอดีตมีการขุดจากป่าธรรมชาติจำนวนมาก ทำให้ในหลายพื้นที่เริ่มพบได้น้อยลง แต่ปัจจุบันนี้จะมีการเพาะขยายพันธุ์เพื่อการอนุรักษ์ และลดการเก็บจากธรรมชาติ
ว่านลูกไก่ทองเป็นพืชที่ผสมผสานทั้งความสวยงาม ความเชื่อ และประวัติศาสตร์เข้าไว้ด้วยกัน แม้จะดูเหมือนลูกไก่ตัวเล็กที่มีชีวิต แต่แท้จริงแล้วเป็นเพียงเหง้าของเฟิร์นโบราณที่ธรรมชาติสร้างรูปร่างไว้อย่างน่าอัศจรรย์ ด้วยรูปลักษณ์ที่แปลกตา ทำให้ว่านลูกไก่ทองกลายเป็นพืชในตำนานที่ผู้คนกล่าวขานมาหลายร้อยปี และยังคงเป็นหนึ่งในว่านมงคลที่ได้รับความสนใจจากนักสะสม คนรักต้นไม้ และผู้ที่ชื่นชอบเรื่องราวของพืชหายากมาจนถึงปัจจุบันนั่นเอง
เขียนโดย Djung
เน้นเนื้อหา เกี่ยวกับพืช เกษตร ต้นไม้ สุขภาพ และการลงทุนของโลกปัจจุบันที่เปลี่ยนไป ทั้งโลกการเงินและดิจิตัล
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
ทำไมน้ำดื่มที่แพงที่สุดในโลก ถึงมีราคาขวดละ 2 ล้านบาท?
ทำไมกินคำโตหรือดื่มน้ำอัดลมแล้วต้องสะอึก
เปิดตำนาน "พิธีอาบน้ำสะดือมังกร" ความมหัศจรรย์แห่งทะเลสัตหีบ
10 ถนนในประเทศไทยที่ขึ้นชื่อว่าเกิดอุบัติเหตุบ่อยและมีจุดเสี่ยงสูง
มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ
ทำไมคนนั่งหลังเวียนหัวง่ายกว่าคนขับเวลาเจอทางโค้ง
ความจริงของยางลบสองสี ฝั่งสีน้ำเงินไม่ได้มีไว้ลบปากกา รู้ไว้ก่อนกระดาษพัง
ค้นพบลิงพันธุ์ใหม่ “ริมฝีปากสีส้ม” เหมือนทาลิปสติก! สวยแปลกตามาก
ย้อนรอยประวัติศาสตร์ ทุ่งนาบางกะปิสู่ย่านธุรกิจสําคัญ
10 รถจักรยานยนต์ยุค 80 รุ่นดัง ที่หลายคนยังจดจำ
ต้องมีสินสอด “แมลงวันเต้นรำ” ตัวผู้ต้องหิ้วของขวัญมากำนัล ไม่อย่างนั้นอาจอดมีคู่



