หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

หนีห่าวเจี๋ยงใหม่ เมื่อคนจีนส่งลูกมาเรียนที่เชียงใหม่

เขียนโดย Mind Matter

หลายครอบครัวชาวจีนเลือกส่งลูกมาเรียนต่อมัธยมในเชียงใหม่ตามโรงเรียนนานาชาติหรือสองภาษาในเชียงใหม่มากขึ้นเรื่อยๆ เป็นการมองหาแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายและมีคุณภาพในระดับที่สามารถเตรียมความพร้อมให้เด็กๆ สำหรับอนาคตได้อย่างดี อีกทั้งเมืองนี้ยังเป็นสถานที่ที่มีบรรยากาศเงียบสงบ สะดวกสบาย และเต็มไปด้วยความเป็นมิตร ซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศที่เหมาะสมสำหรับการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของเด็กๆ อย่างเต็มที่ในช่วงวัยมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย

แต่เบื้องหลังการเคลื่อนย้ายครั้งนี้ไม่ได้มีแค่เหตุผลเดียว แต่เป็นการผสานกันของปัจจัยหลายอย่าง ตั้งแต่เรื่องค่าใช้จ่าย คุณภาพชีวิต ไปจนถึงวิกฤตความเชื่อมั่นในระบบการศึกษาเดิมที่เต็มไปด้วยการแข่งขันสูงจนแทบจะไร้ทางออก

หัวใจสำคัญที่ผลักดันให้ครอบครัวจีนตัดสินใจย้ายมาตั้งรกรากในเชียงใหม่คือการหนีจากระบบการศึกษาในบ้านเกิดที่กดดันและเน้นการแข่งขันสูงเกินไป หลายครอบครัวที่เคยประสบกับชีวิตของเด็กนักเรียนในเมืองใหญ่ อย่างเช่นที่อู่ฮั่นหรือเซี่ยงไฮ้ ต่างต้องพบกับภาระการบ้านที่มากเกินตั้งแต่ชั้นประถม จนเด็กต้องนอนดึกเพื่อทำการบ้านให้เสร็จ หรือต้องใช้เวลากว่า 12 ชั่วโมงต่อวันไปกับการเรียนและการติว

ความกดดันนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของเด็กเท่านั้น แต่ส่งผลถึงทั้งครอบครัว โดยเฉพาะพ่อแม่ที่ต้องเสียสละเวลาและหน้าที่การงานเพื่อเป็นผู้ปกครองที่คอยดูแลทุกอย่างเพื่อให้เด็กมีสมาธิกับการเรียน ทุกอย่างหมุนรอบตัวเลขผลการเรียนและคะแนนสอบ เนื่องจากสังคมให้ค่านิยมว่าเส้นทางสู่ความสำเร็จคือการสอบเข้ามหาวิทยาลัยดีๆ ได้ ซึ่งการแข่งขันนั้นดุเดือดเสียจนมีคำพูดที่ว่า “หนึ่งคะแนนสามารถแซงคนไปได้นับหมื่น” เมื่อระบบการศึกษาดูเหมือนจะไม่เหลือพื้นที่ให้เด็กได้หายใจ การหาทางออกด้วยการย้ายไปเรียนต่างประเทศจึงดูเป็นทางเลือกที่หลายครอบครัวเลือก

ในภาพรวมของการอพยพเพื่อการศึกษา แนวโน้มนี้เป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ที่นักวิชาการเรียกว่า “Educational Nomadic Families” หรือครอบครัวเร่ร่อนเพื่อการศึกษา ซึ่งเป็นการเคลื่อนย้ายข้ามชาติเพื่อปรับวิถีชีวิตทั้งครอบครัวให้ตอบสนองความต้องการของการสืบทอดสถานะทางสังคม (social reproduction) ในรูปแบบเฉพาะตัว ไม่ใช่แค่การแสวงหาใบปริญญาจากต่างประเทศ

เมื่อเปรียบเทียบกับจุดหมายปลายทางอื่นๆ เชียงใหม่กลับโดดเด่นในแง่ของความคุ้มค่า การศึกษาวิจัยพบว่าครอบครัวชนชั้นกลางในเมืองของจีนมักเลือกประเทศไทยเพราะค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับเมืองใหญ่ในจีนเอง หรือประเทศอื่นๆ ในเอเชียอย่างสิงคโปร์และญี่ปุ่น ค่าเทอมโรงเรียนนานาชาติในเชียงใหม่นั้นถูกกว่ามาก ตัวอย่างเช่น โรงเรียนนานาชาติในกรุงเทพฯ หรือเชียงใหม่ ระดับท็อปอาจมีค่าเทอมหลักแสนบาท แต่ก็ยังต่ำกว่าที่ปักกิ่งหรือเซี่ยงไฮ้ซึ่งอาจสูงถึงปีละ 2-3 แสนบาท สำหรับครอบครัวที่ย้ายมาทั้งครัวเรือน รายจ่ายต่อปีรวมค่าเล่าเรียน ค่าครองชีพ และที่อยู่อาศัย อยู่ที่ประมาณ 2-4 แสนบาทต่อปี ซึ่งน้อยกว่าการไปเรียนที่ออสเตรเลียหรือแคนาดาที่อาจตกปีละ 1.7-2 ล้านบาทอย่างมาก นอกจากนี้ ประเทศไทยยังอยู่ใกล้จีน เดินทางสะดวก และมีนโยบายวีซ่าผู้ปกครองที่เอื้ออำนวย ทำให้ครอบครัวสามารถอยู่ด้วยกันได้โดยไม่ต้องแยกจากกัน

รูปแบบการใช้ชีวิตของครอบครัวส่วนใหญ่มาเชียงใหม่ในรูปแบบมาพร้อมกันทั้งพ่อแม่และลูก ไม่ใช่การให้แม่คนเดียวมาดูแล ต่างจากภาพจำเดิมของการอพยพเพื่อการศึกษาที่มักมีเพียงผู้ปกครองคนใดคนหนึ่งมาอยู่ด้วย การตัดสินใจครั้งนี้ครอบคลุมไปถึงการปรับวิถีชีวิตทั้งครอบครัว ตั้งแต่การเช่าบ้านพัก ซึ่งหลายครอบครัวเลือกเช่าบ้านเดี่ยวเพื่อให้ลูกมีพื้นที่ทำกิจกรรม ไปจนถึงการซื้อรถเพื่อความสะดวกสบาย และการใช้ชีวิตที่เน้นการพักผ่อนและทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัวมากขึ้น

สภาพแวดล้อมและระบบการศึกษาที่นี่เองก็เป็นอีกปัจจัยที่ดึงดูดใจ ครูที่นี่เน้นการสร้างกำลังใจ และเปิดโอกาสให้เด็กได้ค้นพบความถนัดของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นด้านดนตรี กีฬา หรือการแสดง ไม่ใช่แค่เพียงการวัดผลด้วยคะแนนสอบอย่างเดียว เด็กที่เคยถูกมองว่าเป็น "เด็กปานกลาง" หรือมีปัญหาเรื่องสมาธิ กลับพบว่าตัวเองมีความสามารถในด้านอื่นๆ และเริ่มมีแรงจูงใจในการเรียนรู้ด้วยตนเอง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือเด็กคนหนึ่งที่ในจีนถูกมองว่าเรียนหนังสือไม่เก่ง พอมาเรียนที่เชียงใหม่ กลับพบว่าคณิตศาสตร์ของที่นี่ง่ายกว่า ทำให้การเรียนดีขึ้นจนเป็นที่รักของครูและเพื่อนๆ ขณะที่อีกคนที่ถูกครูที่จีนบอกว่าไม่มีพรสวรรค์ด้านดนตรี กลับกลายเป็นนักดนตรีวงออร์เคสตราของโรงเรียนได้ ความเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นว่าระบบการศึกษาที่ไม่เน้นการตัดสินด้วยคะแนนสอบเพียงอย่างเดียว ช่วยให้เด็กๆ สามารถค้นพบและพัฒนาความสามารถที่ซ่อนอยู่ได้

อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์นี้ก็มิได้ไร้ซึ่งความกังวล เพราะถึงแม้จะถูกมองว่าเป็นการ "หนี" การแข่งขัน แต่บางครอบครัวก็พบว่าเชียงใหม่ก็เริ่มมีร่องรอยของ "การแข่งขัน" เช่นกัน เมื่อจำนวนผู้ปกครองชาวจีนเพิ่มขึ้นมาก จนในบางโรงเรียนมีสัดส่วนนักเรียนจีนสูงถึงร้อยละ 40-50 หรือมากกว่านั้น จนทำลายจุดประสงค์เรื่องสภาพแวดล้อมทางภาษาที่หลากหลาย บรรยากาศการรวมตัวของผู้ปกครองก็เริ่มเปลี่ยนไป จากที่คุยกันเรื่องกิจกรรมพักผ่อน กลับกลายเป็นการพูดถึงผลการเรียนและคอร์สกวดวิชา ซึ่งทำให้เกิดการแข่งขันขึ้นอีกครั้ง

การส่งลูกมาเรียนมัธยมที่เชียงใหม่จึงเป็นเสมือนการลงทุนเพื่ออนาคตที่มากกว่าแค่การเรียนหนังสือ เป็นการเลือกเอาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของทั้งครอบครัวมาเป็นตัวตั้ง โดยหวังว่าเมื่อเด็กๆ เติบโตขึ้นในสภาพแวดล้อมที่เปิดกว้างและมีค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม และความสุขในการเรียนรู้

เนื้อหาโดย: Mind Matter
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Mind Matter's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 135 ครั้ง
เขียนโดย Mind Matter
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: เศรษฐีนี สวย รวย โสด
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขาสื่อนอกตีข่าว “ฉลอง เรี่ยวแรง” ยิงนายก อบจ.นนทบุรี ปมเงิน 11 ล้าน9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทย“เบน โจนส์” นักแสดง The Dukes of Hazzard เสียชีวิตในวัย 84 ปีจากปลากัดบ้านๆ สู่ตลาดโลก ปลาตัวเล็กที่สร้างรายได้ให้ไทย หลายร้อยล้านเลขมงคล "เพชรกล้า เด็กชายนำโชค" 16 สิงหาคม 2569เปิดแอร์อยู่ในห้อง แต่ทำไมกระจกกลับมีหยดน้ำเกาะ “ด้านนอก”? น้ำพวกนี้มาจากไหนกันแน่สอบขับรถผ่านแล้ว แต่ 5 เรื่องนี้ต้องเจอเองเมื่อออกถนนจริงทำไมงูเหลือมถึงตัวใหญ่ได้ขนาดนั้น เปิดความลับเบื้องหลังงูยักษ์10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุดทรัมป์สวนอิหร่าน เรียกค่าชดเชยกลับก่อนเจรจายุติสงครามกองทัพเยเมนเปิดปฏิบัติการโจมตีฮูตี ตอบโต้เหตุโจมตีค่ายทหาร
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ทำไมงูเหลือมถึงตัวใหญ่ได้ขนาดนั้น เปิดความลับเบื้องหลังงูยักษ์จังหวัดที่ไม่มีเพื่อนบ้านทางพื้นดิน เพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทยชวนลองเข้ามาดูไอเดียเจ๋ง ๆ กับสิ่งประดิษฐ์แปลก ๆ ที่สมเหตุสมผลมากขึ้นเมื่อลองมองและคิดดูดี ๆรู้จัก "สาวไทย" ที่สื่อนอกให้ฉายา "นักบินที่สวยที่สุดในประวัติศาสตร์"
กระทู้อื่นๆในบอร์ด พูดคุย ทั่วไป
รู้จัก "สาวไทย" ที่สื่อนอกให้ฉายา "นักบินที่สวยที่สุดในประวัติศาสตร์"ระหว่างการแสดงดอกไม้ไฟประจำปีในสเปน ดอกไม้ไฟพุ่งเข้าใส่ฝูงชนกว่า 100,000 คนอย่างกะทันหัน ทำให้เกิดประกายไฟขนาดใหญ่และมีผู้บาดเจ็บ 27 คนมีรายงานแผ่นดินไหวตามมามากกว่า 590 ครั้งในคุมาโมโตะ สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นเตือนว่าภูมิภาคนี้ยังคงอยู่ในช่วงที่มีความเสี่ยงสูง โดยมีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงมากกว่าปกติถึง 50 เท่าชาวนาซ่อนเงินสดไว้ในทุ่งนา! หนึ่งปีต่อมา เขาขุดขึ้นมาและพบว่าเงินนั้นถูกปลวกกัดกินจนหมด
ตั้งกระทู้ใหม่