หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

"ยางลบ" ลบรอยดินสอได้อย่างไร ?

เขียนโดย dukedick

ในชีวิตประจำวัน “ยางลบ” อาจดูเป็นเพียงเครื่องเขียนชิ้นเล็ก ๆ ที่เราใช้แก้ไขตัวอักษรหรือภาพวาดที่เขียนผิด แต่ภายใต้การถูไปมาบนกระดาษเพียงไม่กี่ครั้งนั้น กลับมีกระบวนการทางฟิสิกส์และเคมีเกิดขึ้นพร้อมกัน ตั้งแต่โครงสร้างของกราไฟต์ เส้นใยเล็ก ๆ บนพื้นผิวกระดาษ ไปจนถึงคุณสมบัติของพอลิเมอร์ที่ใช้ผลิตยางลบ ทั้งหมดทำงานประสานกันจนรอยดินสอค่อย ๆ จางหายไปต่อหน้าต่อตา

สิ่งแรกที่ควรรู้คือไส้ดินสอไม่ได้ทำจากตะกั่วอย่างที่ชื่อเรียกในภาษาอังกฤษว่า “pencil lead” อาจทำให้หลายคนเข้าใจผิด แต่ประกอบด้วยกราไฟต์ผสมกับดินเหนียวในสัดส่วนต่าง ๆ กราไฟต์เป็นรูปแบบหนึ่งของธาตุคาร์บอน มีโครงสร้างเป็นแผ่นอะตอมบาง ๆ เรียงซ้อนกันคล้ายกระดาษจำนวนมากวางทับกัน แรงยึดเหนี่ยวระหว่างแผ่นเหล่านี้ค่อนข้างอ่อน จึงทำให้ชั้นกราไฟต์เลื่อนและหลุดออกจากกันได้ง่ายเมื่อถูกเสียดสีกับพื้นผิวอื่น ส่วนดินเหนียวที่ผสมเข้าไปมีหน้าที่ควบคุมความแข็งและความเข้มของไส้ดินสอ หากมีดินเหนียวมาก ไส้จะมีความแข็งและให้เส้นที่จางกว่า แต่ถ้ามีกราไฟต์มาก เส้นที่เขียนก็จะดำและนุ่มขึ้น

เมื่อเราลากปลายดินสอไปบนกระดาษ ความขรุขระของเส้นใยเซลลูโลสจะทำหน้าที่คล้ายตะไบละเอียด ขูดแผ่นกราไฟต์ขนาดเล็กออกจากไส้ดินสอแล้วกระจายไปตามผิวกระดาษ อนุภาคบางส่วนวางอยู่บนเส้นใย ขณะที่อีกส่วนเข้าไปติดอยู่ตามร่องและช่องว่างเล็ก ๆ บริเวณพื้นผิว รอยดินสอจึงไม่ได้เกิดจากหมึกที่ซึมเข้าไปในเนื้อกระดาษ แต่เป็นชั้นของอนุภาคของแข็งที่เกาะอยู่บนกระดาษและแทรกตัวอยู่ในเส้นใยชั้นบนเป็นส่วนใหญ่

การยึดติดระหว่างกราไฟต์กับกระดาษส่วนหนึ่งเกิดจากแรงดึงดูดระดับโมเลกุลที่เรียกว่า “แรงแวนเดอร์วาลส์” ซึ่งเป็นแรงที่ไม่รุนแรงเท่าพันธะเคมีถาวร กราไฟต์จึงติดอยู่บนกระดาษได้แน่นพอให้ตัวหนังสือคงรูป แต่ยังหลวมพอที่จะถูกดึงออกได้ด้วยวัสดุที่เหมาะสม คุณสมบัตินี้แตกต่างจากหมึกปากกาหลายชนิดซึ่งเป็นของเหลวและสามารถแทรกซึมเข้าไปในเส้นใยกระดาษได้ลึกกว่า ทำให้การใช้ยางลบธรรมดาถูหมึกออกแทบไม่ได้ นอกจากจะขูดผิวกระดาษออกไปพร้อมกัน

ยางลบในปัจจุบันอาจผลิตจากยางธรรมชาติ ยางสังเคราะห์ ไวนิล หรือพลาสติกพอลิเมอร์ชนิดต่าง ๆ วัสดุเหล่านี้ประกอบด้วยโมเลกุลสายยาวที่มีความยืดหยุ่น สามารถแนบไปตามความขรุขระของกระดาษและสัมผัสกับอนุภาคกราไฟต์ได้ทั่วถึง ยางลบบางชนิดยังมีสารเติมแต่งหรืออนุภาคขัดละเอียดเพื่อช่วยคลายกราไฟต์ที่ฝังอยู่ในผิวกระดาษ แต่หากมีความแข็งหรือมีฤทธิ์ขัดมากเกินไป ก็อาจทำให้เส้นใยกระดาษเป็นขุยหรือบางลงได้เช่นกัน

ทันทีที่เรากดยางลบแล้วถูไปบนรอยดินสอ แรงเสียดทานจะทำให้กราไฟต์ที่ติดอยู่กับเส้นใยกระดาษเริ่มหลุดออก พร้อมทั้งทำให้บริเวณผิวของยางลบอุ่นและอ่อนตัวขึ้นเล็กน้อย พื้นผิวยางลบจึงสามารถเกาะและดึงอนุภาคกราไฟต์ได้ดีกว่ากระดาษ ผลที่เกิดขึ้นจึงคล้ายการแข่งขันแย่งชิงอนุภาคขนาดเล็ก โดยกราไฟต์ที่เคยเกาะบนกระดาษจะเปลี่ยนไปติดกับพอลิเมอร์ของยางลบแทน

อย่างไรก็ตาม ยางลบไม่ได้เพียงดึงกราไฟต์มาเก็บไว้บนพื้นผิวเท่านั้น ระหว่างการถู ผิวชั้นนอกของยางลบจะค่อย ๆ สึกและม้วนตัวออกมาเป็นเศษขุยเล็ก ๆ เศษเหล่านี้จะห่อหุ้มอนุภาคกราไฟต์ รวมถึงอาจพาเส้นใยกระดาษชั้นบนติดออกมาด้วยเล็กน้อย จากนั้นจึงหลุดออกจากตัวยางลบ ทำให้พื้นผิวส่วนใหม่ที่ยังสะอาดปรากฏขึ้นและพร้อมรับกราไฟต์เพิ่มอีกครั้ง ด้วยเหตุนี้ เศษยางลบที่เกิดขึ้นหลังการลบจึงมักมีสีเทาหรือดำ เพราะภายในไม่ได้มีเพียงเนื้อยาง แต่ยังเต็มไปด้วยผงกราไฟต์ที่ถูกถ่ายโอนออกมาจากรอยเขียนด้วย

การลบจึงไม่ใช่การทำลายกราไฟต์ให้สลายหรือทำให้รอยดินสอหายไปอย่างไร้ร่องรอย แต่เป็นกระบวนการเคลื่อนย้ายสสารจากตำแหน่งหนึ่งไปยังอีกตำแหน่งหนึ่ง เริ่มจากแรงเสียดทานที่ช่วยคลายอนุภาคกราไฟต์ออกจากเส้นใยกระดาษ ตามด้วยการยึดเกาะระหว่างกราไฟต์กับวัสดุพอลิเมอร์ และจบลงด้วยการที่ผิวยางลบสึกออกมาเป็นเศษขุยพร้อมพากราไฟต์ออกจากหน้ากระดาษ

แรงกดขณะลบก็มีผลต่อความสะอาดของกระดาษเช่นกัน หากกดเบาเกินไป ยางลบอาจสัมผัสกราไฟต์ไม่ทั่วถึงและเหลือรอยจาง ๆ เอาไว้ แต่หากกดแรงหรือถูซ้ำบริเวณเดิมนานเกินไป แรงเสียดสีจะไม่เพียงดึงกราไฟต์ออกเท่านั้น แต่อาจขูดและทำลายเส้นใยกระดาษจนพื้นผิวหยาบ บาง หรือถึงขั้นขาดได้ ยางลบชนิดนุ่มจึงมักเหมาะกับงานเขียนและงานวาดที่ต้องการรักษาผิวกระดาษ ขณะที่ยางลบแข็งหรือมีสารขัดอาจเหมาะกับรอยที่เข้มกว่า แต่ต้องใช้อย่างระมัดระวัง

แม้การหยิบยางลบขึ้นมาแก้ไขข้อความจะเป็นเรื่องที่เราคุ้นเคยมาตั้งแต่วัยเด็ก แต่กลไกเบื้องหลังกลับเป็นตัวอย่างอันงดงามของวิทยาศาสตร์ใกล้ตัว ตั้งแต่แรงเสียดทาน แรงยึดเหนี่ยวระดับโมเลกุล โครงสร้างของวัสดุ ไปจนถึงการถ่ายโอนอนุภาคขนาดเล็ก ทุกครั้งที่รอยดินสอเลือนหายไป จึงไม่ได้หมายความว่าความผิดพลาดนั้นถูกทำลายจนสูญสิ้น หากเพียงถูกดึงออกจากกระดาษและเก็บเอาไว้ในเศษยางลบก้อนเล็ก ๆ ที่เราปัดทิ้งไปเท่านั้นเอง

เนื้อหาโดย: dukedick
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedick's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 115 ครั้ง
เขียนโดย dukedick
สวัสดีครับ ผมเป็นนักเขียนที่ชอบงานเขียนทางด้านเกร็ดความรู้ต่างๆ ไม่วาจะเป็นเกี่ยวกับสัตว์โลกน่ารัก หรือ เกร็ดความรู้ และเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
โรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4หาดดาวทะเลแห่งฟูกว๊อก เมื่อผืนน้ำสีฟ้าใสกลายเป็นอาณาจักรของดาวทะเลนับร้อยเฮยหลงเจียง ประเทศจีน ต้อนรับ “ฤดูเกี่ยวข้าว” ทิวทัศน์งามยามสารทฤดู เมื่อทุ่งนาเปลี่ยนเป็นทะเลสีทองใต้สายรุ้งพื้นที่มหาศาล แต่คนอยู่น้อย: ศรีสวัสดิ์ อำเภอที่ประชากรเบาบางมากของไทยมารู้จัก“ชมพู่สีม่วงดำ”ผลไม้หน้าตาแปลก สีเข้มจนเกือบดำ4 โรงเรียนชายล้วนเก่าแก่ของไทย ที่ยังเปิดสอนถึงปัจจุบันเปิด 5 สาขาที่เด็กไทยสมัครมากที่สุด อันดับ 1 คนสมัครหลักหมื่น!วันนี้ กทม. ฝน 80% — แต่ไม่ได้แปลว่า “ฝนจะตก 80% ของวัน”เปิดเลข “โชคดีดัน” งวด 1 ต.ค. 69 มอง 6-9 เป็นหลัก ก่อนแยกชุด 2 ตัว 3 ตัวเกมแล้ว! “ผู้กองวุฒิ” อ้างเป็นทหาร ขับ F-16 รบเขมร ตีสนิทสาว ก่อนโป๊ะแตกที่แท้เป็นหนุ่มรับจ้างก่อสร้าง“โรงแรมกบ” กลางสวนดอกไม้ เมื่อดอกดาเลียกลายเป็นบ้านพักสุดแสนอบอุ่นของกบตัวจิ๋วดุ่ย ภรัญฯ เปิดแนวทางงวดใหม่ 1 ต.ค. 69 รอบนี้มีเลขไหนให้ตามต่อ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เฮยหลงเจียง ประเทศจีน ต้อนรับ “ฤดูเกี่ยวข้าว” ทิวทัศน์งามยามสารทฤดู เมื่อทุ่งนาเปลี่ยนเป็นทะเลสีทองใต้สายรุ้งเกมแล้ว! “ผู้กองวุฒิ” อ้างเป็นทหาร ขับ F-16 รบเขมร ตีสนิทสาว ก่อนโป๊ะแตกที่แท้เป็นหนุ่มรับจ้างก่อสร้างเปิด 5 สาขาที่เด็กไทยสมัครมากที่สุด อันดับ 1 คนสมัครหลักหมื่น!วันนี้ กทม. ฝน 80% — แต่ไม่ได้แปลว่า “ฝนจะตก 80% ของวัน”รู้หรือไม่? โกโก้กับช็อกโกแลต จริง ๆ แล้วมาจากต้นเดียวกัน!"น้ำเต้าเงินล้าน" จากพืชที่คนเคยมองข้าม สู่พืชที่ตลาดต้องการ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ทำไมเราชอบกดปุ่มลิฟต์ซ้ำ ทั้งที่ไฟติดแล้ว?Quiet Quitting: ทำงานแค่ตามสั่ง ทางรอดคนยุคนี้?เคยโดนกันไหม? เปิดประวัติสำนวน "ชุบมือเปิบ" พฤติกรรมสุดแซ่บที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณThe Dark Hedges แห่งไอร์แลนด์เหนือ อุโมงค์ต้นไม้กว่า 250 ปีที่ราวกับหลุดออกมาจากโลกแห่งเทพนิยาย
ตั้งกระทู้ใหม่