เมื่อข้อมูลบนโลกออนไลน์กลายเป็นเครื่องมือที่มิจฉาชีพนําไปใช้หลอกทางอ้อม
ทุกวันนี้เรามักจะเห็นเรื่องราวเกี่ยวกับมิจฉาชีพที่เข้ามาหลอกลวงผ่านสารพัดวิธี ตั้งแต่การโทรเข้าสายตรง ส่งข้อความแปลกๆ ไปจนถึงการแอบอ้างตัวตนในรูปแบบต่างๆ หลายคนเคยสงสัยไหมว่าคนพวกนี้เอาข้อมูลเรามาจากไหน ทําไมถึงรู้เรื่องรายละเอียดส่วนตัวของเราได้
แม่นยํานัก บางครั้งก็ทําเอาเราแปลกใจว่าเขารู้จักชื่อญาติพี่น้อง หรือสถานที่ที่เราไปบ่อยๆ ได้ยังไงเหมือนไปแอบดูมากับตา ถ้าลองย้อนกลับมาดูพฤติกรรมบนโลกออนไลน์ของเราเอง จะเห็นว่าเราแทบจะฝากชีวิตไว้บนโซเชียลมีเดียไม่น้อย บางคนชอบเช็คอินร้านอาหารที่ไป
กินเป็นประจํา ถ่ายรูปคู่กับสัตว์เลี้ยงที่ตั้งชื่อไว้ดูน่ารัก แอบถ่ายรูปตั๋วเครื่องบิน หรือแม้แต่การโพสต์ถึงเหตุการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจําวัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้หากมองในมุมเพื่อนฝูงที่ติดตามกันอยู่ ก็เป็นการแชร์เรื่องราวปกติทั่วไป แต่หากมีคนที่ไม่หวังดี
จ้องมองอยู่ ข้อมูลเหล่านี้อาจถูกนํามาประกอบร่างสร้างความน่าเชื่อถือให้เขาเหมือนกับว่าเป็นคนใกล้ชิดจริงๆ มีมุมมองที่น่าสนใจอยู่ว่า ฝ่ายหนึ่งอาจมองว่าการที่ข้อมูลรั่วไหลเป็นเพราะความหละหลวมของบริษัทหรือแพลตฟอร์มที่เราไปฝากข้อมูลไว้ ซึ่งอันนี้ก็มอง
ข้ามไม่ได้เลยว่าเป็นการเปิดช่องโหว่ แต่ในอีกมุมหนึ่ง ก็มีการพูดคุยกันบ่อยๆ ว่า บางทีการเปิดเผยตัวตนมากเกินไปในพื้นที่สาธารณะก็นํามาซึ่งอันตรายแบบที่เราไม่ทันตั้งตัว คนร้ายที่อาศัยช่องทางนี้ไม่ได้จําเป็นต้องเจาะระบบอะไรซับซ้อน แต่อาศัยการสังเกตและ
เก็บข้อมูลจากสิ่งที่เจ้าของเรื่องเต็มใจเปิดเผยออกมาเองทีละนิด เรามีเพื่อนที่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้เล่าให้ฟังว่า เขาเคยโดนคนทักแชทมาทําทีว่าเป็นเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันนาน โดยคนนั้นเล่าเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นจริงๆ ในสมัยเรียน ซึ่งเรื่องนี้ถ้าคนที่
ไม่ได้ติดตามชีวิตเขามาต่อเนื่องก็คงไม่มีทางรู้ได้เลย แต่เมื่อพิจารณาดูแล้ว พบว่าสิ่งที่คนร้ายนํามาอ้างคือข้อมูลที่เขาเคยเขียนไว้ในหน้าโปรไฟล์และโพสต์เก่าๆ เมื่อหลายปีก่อนนั่นเอง กลายเป็นว่าข้อมูลที่คนอื่นเห็นว่าไม่มีค่า หรือเป็นแค่ความทรงจําในอดีต
กลับถูกนํามาใช้เป็นอาวุธในการสร้างความเชื่อใจ เรื่องนี้มันสะท้อนให้เห็นว่าช่องว่างระหว่างการแชร์ชีวิตกับความปลอดภัยมันอยู่ใกล้กันมาก การจะเลิกใช้โซเชียลมีเดียเลยก็อาจจะดูเป็นเรื่องยากในสังคมตอนนี้ เพราะเราต่างก็ต้องการคอมมูนิตี้ ต้องการพื้นที่
ระบาย หรือพื้นที่เก็บความทรงจํา การจะหันกลับมาตั้งค่าความเป็นส่วนตัวให้เข้มงวดขึ้น จํากัดคนที่เห็นข้อมูล หรือระมัดระวังในการโพสต์รายละเอียดที่ดูเจาะจงเกินไป ก็อาจจะเป็นวิธีป้องกันที่ทําได้ง่ายที่สุดในฝั่งของเรา ถึงอย่างนั้น การป้องกันด้วยตัวเองก็
ไม่ใช่คําตอบที่จะการันตีได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะเราไม่รู้ว่าข้อมูลที่เคยหลุดไปในอดีตหรือข้อมูลที่ถูกเก็บสะสมไว้จะถูกนําไปใช้อย่างไร แล้วคนอ่านล่ะครับ มีวิธีจัดการกับการเปิดเผยข้อมูลบนโลกออนไลน์ของตัวเองยังไงบ้าง หรือใครเคยมีประสบการณ์ที่รู้สึกว่า
ข้อมูลส่วนตัวหลุดไปอยู่ในมือมิจฉาชีพโดยที่เราไม่รู้ตัว ลองมาแลกเปลี่ยนความเห็นกันดูครับ เผื่อว่าสิ่งที่ทํากันอยู่จะช่วยเป็นแนวทางให้คนอื่นๆ ระวังตัวกันได้มากขึ้น
ทำไมประเทศนี้จึงเขียน Laos แต่ออกเสียง ลาว
รู้หรือไม่? เมืองไทยมีถนนสวยราวกับภาพวาด 10 เส้นทางนี้ต้องไปให้ได้สักครั้ง
จังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียว
GPT ลองวิเคราะห์เลขงวด 16 ต.ค. 69 คัด 3 ตัวหน้า–3 ตัวท้าย จากตัวเลขที่น่าจับตา
10 จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุดในไทย ทำไมบางพื้นที่ยังเผชิญความยากจน
ทำไมเงินไทยถึงเรียกว่า “บาท” ทั้งที่หลายประเทศใช้คำว่า ดอลลาร์ ปอนด์ หรือเยน?
เอลนีโญจ่อรุนแรงเป็นประวัติการณ์ ! WMO เตือนลากยาวถึง ก.พ. 2570 เสี่ยงโลกร้อนจัด ภัยแล้ง–น้ำท่วม
ทำไมถุงป๊อปคอร์นไมโครเวฟถึงพองตัว? ความลับคือแผ่นสร้างความร้อนที่ซ่อนอยู่
ส่องด่วนก่อนเกลี้ยงแผง! รวมเลขเด็ดปฏิทินจีน งวด 16 ตุลาคม 2569 ตรงกับช่วงกินเจพอดี บุญหล่นทับรับโชคใหญ่
เที่ยว Nara Park ญี่ปุ่น ชมธรรมชาติและสถาปัตยกรรมสวยๆ
7 ประเทศที่มีสอนวิชาภาษาไทย คนไทยอาจไม่รู้ว่าภาษาบ้านเราไปไกลถึงต่างแดน!
ไม่มีอุบัติเหตุ ไม่มีถนนปิด แต่รถติดยาว ใครเป็นต้นเหตุ
รู้หรือไม่? เมืองไทยมีถนนสวยราวกับภาพวาด 10 เส้นทางนี้ต้องไปให้ได้สักครั้ง
จังหวัดของไทยที่ขึ้นชื่อว่า “ผู้หญิงสวยที่สุด” มีเอกลักษณ์และเสน่ห์โดดเด่นมากที่สุด
ทำไมถุงป๊อปคอร์นไมโครเวฟถึงพองตัว? ความลับคือแผ่นสร้างความร้อนที่ซ่อนอยู่
4 อาหารเพื่ออายุยืน ที่แนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญวัย 64 ปี
ส่องด่วนก่อนเกลี้ยงแผง! รวมเลขเด็ดปฏิทินจีน งวด 16 ตุลาคม 2569 ตรงกับช่วงกินเจพอดี บุญหล่นทับรับโชคใหญ่
ไม่มีอุบัติเหตุ ไม่มีถนนปิด แต่รถติดยาว ใครเป็นต้นเหตุ



