หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

“แมงกินฟัน” มีจริงไหม? เข้าใจสาเหตุที่แท้จริงของฟันผุ

เขียนโดย Zummarikun

“แมงกินฟัน” มีจริงไหม? เข้าใจสาเหตุที่แท้จริงของฟันผุ

สมัยเด็ก ๆ เรามักได้ยินผู้ใหญ่พูดคำว่า “แมงกินฟัน” โดยเฉพาะเวลาที่เรากินขนมหวาน ลูกอม หรือไม่ยอมแปรงฟัน จนหลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่า แมงตัวนี้มีรูปร่างหน้าตาอย่างไร และมันเข้าไปอยู่ในฟันของเราได้อย่างไรกันแน่?

ความจริงแล้ว ฟันที่ผุจนกลายเป็นรูดำ ๆ ไม่ได้เกิดจากตัวแมงหรือหนอนที่เข้าไปแทะฟัน แต่เกี่ยวข้องกับคราบจุลินทรีย์ แบคทีเรีย น้ำตาล และกรดที่ค่อย ๆ ทำลายผิวฟันของเราค่ะ

ตัวการที่แท้จริงของฟันผุคืออะไร?

ภายในช่องปากของเรามีแบคทีเรียอาศัยอยู่ตามธรรมชาติหลายชนิด หนึ่งในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการเกิดฟันผุคือแบคทีเรียที่สามารถสร้างกรด เช่น Streptococcus mutans

เมื่อเรารับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล แบคทีเรียในคราบจุลินทรีย์จะนำ糖เหล่านั้นไปใช้และสร้างกรดออกมา กรดจะค่อย ๆ ดึงแร่ธาตุออกจากผิวเคลือบฟัน หากเกิดขึ้นบ่อยและร่างกายซ่อมแซมกลับไม่ทัน ผิวฟันจะเริ่มอ่อนแอและพัฒนาเป็นฟันผุได้

ในระยะแรก ฟันผุอาจยังไม่เป็นรูดำหรือทำให้รู้สึกเจ็บ แต่เมื่อการผุลุกลามผ่านชั้นเคลือบฟันเข้าไปลึกขึ้น ก็อาจเริ่มมีอาการเสียวฟัน โดยเฉพาะเวลากินของหวาน ของเย็น หรือของร้อน

หากปล่อยทิ้งไว้นาน รอยผุอาจขยายกว้างและลึกลงไปถึงเนื้อฟันหรือโพรงประสาทฟัน จนทำให้ปวดฟัน ติดเชื้อ หรือเกิดหนองตามมาได้ ในกรณีเช่นนี้ควรพบทันตแพทย์ ไม่ควรรอให้อาการหายเอง

แล้วทำไมคนโบราณจึงเรียกว่า “แมงกินฟัน”?

ในอดีตยังไม่มีความรู้เรื่องเชื้อแบคทีเรียและกระบวนการเกิดฟันผุอย่างที่เราเข้าใจกันในปัจจุบัน เวลาคนปวดฟันและมองเห็นฟันเป็นรูดำ ๆ ประกอบกับความรู้สึกเจ็บจี๊ดหรือปวดตุบ ๆ คล้ายมีอะไรไชอยู่ข้างใน จึงเกิดความเชื่อว่าน่าจะมี “ตัวแมง” เข้าไปอาศัยและแทะกินเนื้อฟัน

ความเชื่อเรื่องหนอนหรือแมงในฟันไม่ได้พบเฉพาะในสังคมไทยเท่านั้น แต่เคยปรากฏในความเชื่อของหลายวัฒนธรรม เพราะเป็นคำอธิบายที่คนในสมัยก่อนใช้ทำความเข้าใจกับอาการปวดฟัน ก่อนที่จะมีการค้นพบจุลินทรีย์และความรู้ด้านทันตกรรมสมัยใหม่

ดังนั้น สบายใจได้ค่ะว่า ไม่มีแมงหรือหนอนเดินเพ่นพ่านอยู่ในฟันของเรา แต่สิ่งที่ควรระวังคือคราบจุลินทรีย์และการรับประทานอาหารหวานบ่อย ๆ ซึ่งเพิ่มโอกาสให้แบคทีเรียสร้างกรดทำร้ายฟัน

กินหวานแล้วฟันผุทันทีหรือไม่?

การกินขนมหวานเพียงครั้งเดียวไม่ได้หมายความว่าฟันจะผุทันที สิ่งสำคัญคือ ความถี่ที่ฟันสัมผัสน้ำตาล และระยะเวลาที่คราบอาหารตกค้างอยู่ในช่องปาก

การจิบเครื่องดื่มหวานหรือกินขนมทีละน้อยตลอดทั้งวัน อาจทำให้แบคทีเรียมีน้ำตาลสำหรับสร้างกรดซ้ำ ๆ ฟันจึงอยู่ในสภาวะที่ถูกกรดทำร้ายบ่อยกว่าการกินเป็นมื้อแล้วดูแลช่องปากอย่างเหมาะสม

นอกจากลูกอมและขนมแล้ว น้ำอัดลม ชานม กาแฟปรุงหวาน น้ำผลไม้เติมน้ำตาล และอาหารที่ติดตามซอกฟันง่าย ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงได้เช่นกัน

วิธีปราบ “แมงกินฟัน” หรือแบคทีเรียตัวจริง

วิธีลดความเสี่ยงฟันผุไม่ได้ยุ่งยาก แต่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ ได้แก่

ระยะเวลาในการตรวจฟันไม่จำเป็นต้องเท่ากันทุกคน แม้หลายคนจะคุ้นกับการตรวจทุก 6 เดือน แต่ผู้ที่มีความเสี่ยงฟันผุ โรคเหงือก ใส่อุปกรณ์จัดฟัน หรือมีโรคประจำตัวบางอย่าง อาจต้องเข้ารับการตรวจถี่กว่านั้น ส่วนผู้ที่มีสุขภาพช่องปากแข็งแรง ทันตแพทย์อาจกำหนดระยะนัดที่แตกต่างออกไป

สัญญาณที่ไม่ควรรอให้ปวดหนัก

ควรหาเวลาไปพบทันตแพทย์หากพบอาการต่อไปนี้

ฟันผุในระยะแรกมักรักษาได้ง่ายกว่าการรอให้ปวด เพราะอาการปวดอาจหมายถึงรอยผุที่ลุกลามเข้าใกล้หรือถึงโพรงประสาทฟันแล้ว

สรุปแล้ว “แมงกินฟัน” เป็นเพียงคำเรียกที่สืบทอดมาจากความเชื่อในอดีต ตัวการจริงคือกระบวนการที่แบคทีเรียในคราบจุลินทรีย์เปลี่ยนน้ำตาลเป็นกรด แล้วกรดค่อย ๆ ทำลายแร่ธาตุบนผิวฟัน การแปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ ทำความสะอาดซอกฟัน ลดความถี่ในการกินหวาน และตรวจฟันตามความเหมาะสม จึงเป็นวิธีช่วยให้ฟันแข็งแรงและอยู่กับเราไปได้นาน ๆ ค่ะ

เนื้อหาโดย: Zummarikun
SOURCES:
World Health Organization, National Institute of Dental and Craniofacial Research, American Dental Association

REFERENCES:
https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/oral-health
https://www.nidcr.nih.gov/health-info/tooth-decay
https://www.nidcr.nih.gov/health-info/oral-hygiene
https://www.ada.org/resources/ada-library/oral-health-topics/home-care
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Zummarikun's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 111 ครั้ง
เขียนโดย Zummarikun
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: Zummarikun
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
รู้หรือไม่? เปิดรายได้พนักงานส่งพัสดุของแต่ละแอป วันหนึ่งได้เท่าไรโรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทยอำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทยหมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คนตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหนทำไมใส่หูฟังแล้วเราถึงเผลอพูดดังขึ้น ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจตะโกน?“พ่อมดเมอร์ลิน”: บุคคลจริงในประวัติศาสตร์ หรือภาพสะท้อนจากความทรงจำนับพันปีส่องเลข 3 สำนักพิมพ์ งวด 1 ต.ค. 69 ตัวไหนมีข้อมูลตรงกันทำไมบ้านเลขที่ 23–24 Leinster Gardens จึงไม่มีห้องอยู่ด้านหลังเคยสงสัยไหม? ทำไมคนที่มี "พลังบวก" อยู่ด้วย แล้วโลกแม่งโคตรน่าอยู่!ข้าวโอ๊ต: ประวัติศาสตร์ของธัญพืชที่ไม่มีวันตาย : จากหญ้าที่ถูกถอนทิ้ง สู่อาหารสุขภาพหมื่นล้านเปิด 5 สาขาวิศวะที่ค่าเทอมแพงที่สุดในไทย หลักสูตรเดียวจ่ายทะลุ 5 แสน!
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิด 5 สาขาวิศวะที่ค่าเทอมแพงที่สุดในไทย หลักสูตรเดียวจ่ายทะลุ 5 แสน!“พ่อมดเมอร์ลิน”: บุคคลจริงในประวัติศาสตร์ หรือภาพสะท้อนจากความทรงจำนับพันปีเปิด 5 สินค้าส่งออกของลาวที่คนไทยอาจคาดไม่ถึง หนึ่งในนั้นทำเงินเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์ไม่ยักรู้ว่า "แมลงปอบ้านไตรมิตรสีน้ำเงิน" ดีอย่างนี้เองทำไมใส่หูฟังแล้วเราถึงเผลอพูดดังขึ้น ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจตะโกน?อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ให้ภาพเล่าเรื่อง
ไม่ยักรู้ว่า "แมลงปอบ้านไตรมิตรสีน้ำเงิน" ดีอย่างนี้เองต้นหญ้ามองดี ๆ ก็สวยเหมือนกันนะ🌱🌿ทำความ​เข้า​ใจ ภาวะอ้วนลงพุง!! อันตราย โรคภัยเบียดเบียนเพราะอะไร?โซเดียม​คืออะไร มุมมอง​จากนักโภชนาการ​
ตั้งกระทู้ใหม่